เคยสงสัยไหมว่า กว่าจะได้สีแห่งปีในแต่ละครั้ง พวกเขาคัดเลือกจากอะไร ความสวย? ความขายได้? หรือความหมายเบื้องหลัง?
สำหรับ Nippon Paint แบรนด์สีญี่ปุ่นที่คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมสีมานานกว่า 145 ปี และยังเป็นผู้สร้างเทรนด์สีประจำปีอย่าง ‘Trend Beyond Colours’ ขึ้นมามากถึง 5 อิดิชัน พวกเขาไม่ได้เริ่มต้นเลือกสีประจำปีจากคำถามเหล่านี้ แต่ใช้เวลาเก็บสะสมอินไซต์ จากผู้คนทุกเจเนอเรชั่นทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ด้วยการทำความเข้าใจกับอารมณ์ ความรู้สึก และความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ในชีวิตของผู้คนในแต่ละปีเป็นหลัก
Trend Beyond Colours คือโปรเจกต์สีที่รวบรวมและสร้างสรรค์ มาเพื่อช่วยเหล่านักออกแบบ ในการออกแบบระดับโลก ที่พัฒนาโดย Nippon Paint ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการคาดการณ์เทรนด์ระดับโลก Colour Hive เอเจนซีด้านการคาดการณ์เทรนด์และวิเคราะห์แนวโน้มการใช้ชีวิตระดับโลก ซึ่งมีฐานอยู่ในกรุงลอนดอน โดยหัวใจสำคัญของโปรเจกต์นี้ไม่ใช่เพียงการคัดเลือก ‘สีสวย’ สำหรับตกแต่งบ้านหรือพื้นที่ใช้สอย แต่คือการทำความเข้าใจความเปลี่ยนแปลงของโลก ผ่านการวิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์ สภาพสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ตลอดจนวิถีชีวิตของผู้คนในแต่ละช่วงเวลา ก่อนจะแปลข้อมูลเหล่านั้นออกมาเป็น ‘กลุ่มสี’ ที่สะท้อนอารมณ์ ความรู้สึก และทิศทางของยุคสมัย
สำหรับ ‘Trend Beyond Colours 2026–27’ ประจำปีนี้ จึงมาพร้อมกับคอนเซปต์ ‘Resonate’ ที่ตั้งต้นจากโลกอันไม่แน่นอน จนผู้คนหันมามองหาความมั่นคงทางความรู้สึก ผ่านการยึดโยงกับคุณค่าภายในและสมดุลชีวิต จากนั้นก็ทำการแปลงข้อมูลอินไซต์ทั้งหมดที่ได้สำรวจและวิเคราะห์เป็น4 เรื่องราวสีหลัก ได้แก่ Forever Well, True Self, Now is Next และ Between Worlds ที่ร่วมกันสะท้อนห้วงอารมณ์แห่งยุคสมัย ห้วงอารมณ์แห่งปัจจุบัน และความสัมพันธ์ระหว่าง ‘คน’ กับ ‘พื้นที่’ ผ่านสีสันที่พร้อมใช้ และมีความหมายมากกว่าความสวยงาม
ก่อนจะลองหยิบเทรนด์สีเหล่านี้ไปใช้งานจริง เราอยากชวนทุกคนมาค่อย ๆ ถอดรหัสความหมายของทั้ง 4 เรื่องราวสีไปพร้อมกัน ด้วยการสำรวจที่มาของชื่อเรื่องราว อารมณ์ที่อยากสื่อ และแนวคิดเบื้องหลังที่ซ่อนอยู่ ไปจนถึงบริบทการใช้งานในสถาปัตยกรรมและอินทีเรียร์ เพื่อเปิดมุมมองว่า สีไม่ใช่แค่เครื่องมือในการตกแต่ง แต่คือเครื่องมือสำคัญในการสร้างบรรยากาศและความรู้สึกของพื้นที่
Forever Well
สีสันของการ ‘อยู่ดี’ เพื่อ Longevity
Forever Well คือ เรื่องราวสี ที่พูดถึงความตั้งใจของคนยุคใหม่ในการใช้ชีวิตให้ ‘อยู่ดี’ อย่างแท้จริง โดยมีจุดตั้งต้นจากการมองสังคมปัจจุบันที่ผู้คนไม่ได้ให้ความสำคัญกับปลายทางของความสำเร็จเพียงอย่างเดียว แต่หันมาใส่ใจกับระหว่างทางของชีวิตมากขึ้น ทั้งการดูแลตัวเอง การใช้เวลาอย่างมีความหมาย และการให้คุณค่ากับความสุขในแบบของตัวเอง การ ‘อยู่ดี’ ในบริบทนี้จึงหมายถึงการใช้ทุกช่วงเวลาของชีวิตอย่างมีคุณภาพ สมดุล และยั่งยืนในแบบที่แต่ละคนเลือกเอง
พาเลตต์สีใน Forever Well จึงถ่ายทอดบรรยากาศของการดูแลตัวเองอย่างอ่อนโยน ผ่านแรงบันดาลใจจากธรรมชาติที่ทำหน้าที่เหมือนการเยียวยา ไปจนถึงความสงบจากพืชพรรณและแร่ธาตุที่เชื่อมโยงกับการฟื้นฟูในระดับความรู้สึก โทนสีมีความนุ่ม เบา และชวนผ่อนคลาย แต่ยังแฝงความสดใหม่และสัมผัสของความร่วมสมัย เป็นความสมดุลระหว่างสิ่งดั้งเดิมกับโลกปัจจุบันที่หลอมรวมกันอย่างกลมกลืน ภาพรวมของพาเลตต์นี้จึงให้ความรู้สึกสงบ อบอุ่น และค่อย ๆ ยกอารมณ์ให้เบาขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ประกอบไปด้วยแปดสี ได้แก่สีหลักอย่าง Restful Spot (NP N 3261 P), Lychee Float (NP R 2280 P), Lilac White (NP OW 2164 P), Coastal Water (NP N 3283 P), By the Pond (NP BGG 1746 P), Rose Thoughts (NP R 2320 P), Ixora (NP YO 1095 P) และ Magnolia (NP OW 2196 P)
พาเลตต์นี้จึงเหมาะกับการนำไปใช้ในงานออกแบบที่ต้องการถ่ายทอดความรู้สึกสบาย ๆ ทั้งในระดับร่างกายและจิตใจ ไม่ว่าจะเป็น บ้านพักอาศัย พื้นที่ดูแลสุขภาพ หรือสถาปัตยกรรมที่ต้องการความสงบต่อเนื่อง เพราะสีทั้งหมดในธีม Forever Well จะช่วยให้พื้นที่ดูเบา นิ่ง และเอื้อต่อการใช้ชีวิตในระยะยาวอย่างเป็นธรรมชาติและรู้สึกผ่อนคลายในทุกวัน
True Self
สีที่ตั้งคำถามกับโลกเดิม ๆ และมองหาตัวตนที่แท้จริง
True Self คือ เรื่องราวสีที่เกิดขึ้นจากการตีความโลกในยุคปัจจุบัน ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ความคาดหวัง ความกดดัน และความไม่แน่นอน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เริ่มตั้งคำถามกับเส้นทางชีวิตแบบเดิม ๆ ทั้งเรื่องการทำงาน ชีวิตความเป็นอยู่ และความสำเร็จ และเมื่อโลกภายนอกเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาจนเหนื่อยเกินจะไล่ตาม ผู้คนจึงหันความสนใจกลับมาสู่โลกภายในของตัวเองแทน ธีม True Self เลยเป็นพาเลตต์สีที่สื่อถึงการกลับมายึดโยงตัวตน ความจริง และคุณค่าที่เรียบง่ายของคนในยุคนี้
พาเลตต์สีใน True Self สะท้อนการใช้ชีวิตที่ค่อย ๆ เรียนรู้และเข้าใจตัวตนของตัวเองอย่างมีสติ ผ่านจังหวะที่ช้าลง อ่อนโยนขึ้น และซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกภายในมากกว่าเดิมผ่านการกลับไปให้คุณค่ากับงานฝีมือและสิ่งที่ยั่งยืน ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลง ความดั้งเดิมจึงกลายเป็นจุดยึดที่มั่นคง พร้อมการลดทอนสิ่งไม่จำเป็น เหลือเพียงความเรียบง่ายที่เชื่อมโยงกับตัวตนได้อย่างแท้จริง ภาพรวมของสีให้ความรู้สึกอบอุ่น นิ่ง และเป็นธรรมชาติอย่างลุ่มลึก ประกอบไปด้วยแปดสี ได้แก่ สีหลักอย่าง Sweet Manuka (NP N 3255 D), Postman Blue (NP PB 2895 A), Basket Straw (NP BGG 1710 T), Muted Emerald (NP N 3278 P), Soprano (NP AC 2142 A), Brick House (NP R 1372 D), Nightingale (NP N 1836 T) และ Woven Straw (NP N 3242 P)
เมื่ออยู่ในบริบทของงานออกแบบ พาเลตต์นี้มักเหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการสร้างความอบอุ่น หนักแน่น เป็นธรรมชาติ และเข้าถึงได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นร้านงานคราฟต์ อย่างร้านกาแฟ คาเฟ่ หรือสถาปัตยกรรมที่ให้ความสำคัญกับวัสดุและความยั่งยืน สีจะช่วยดึงให้พื้นผิวและรายละเอียดเล็ก ๆ โดดเด่นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้พื้นที่มีเรื่องราว และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานค่อย ๆ เชื่อมโยงกับมันในจังหวะของตัวเอง
Now is Next
สีแห่งอนาคตที่เริ่มจากการลงมือทำในวันนี้
Now is Next คือ เรื่องราวสีที่สะท้อนจังหวะของโลกที่เคลื่อนไหวรวดเร็วและคาดเดาได้ยาก ท่ามกลางการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี ตั้งแต่ AI ไปจนถึงการสำรวจอวกาศ ซึ่งเปิดความเป็นไปได้ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ทุกการตัดสินใจ ทุกการลงมือทำ และทุกการทดลองของทุกคนในวันนี้ กลายเป็นสิ่งที่กำหนดทิศทางของวันข้างหน้า Now is Next เลยเป็นพาเลตต์สีที่ช่วยบอกเล่าเรื่องราวให้ทุกคนเห็นว่าอนาคต สามารถเกิดขึ้นได้จริง และรวดเร็ว ในปัจจุบัน
เพื่ออธิบายถึงเทคโนโลยีและอนาคต สีทั้งหมดของ Now is Next จึงเชื่อมโยงให้เห็นถึงพลังของการเคลื่อนไหว และการทดลองอย่างไม่หยุดนิ่ง จึงเป็นสีที่มีความคม ชัด และมีประกายล้ำสมัย ภาพรวมของสีนี้จึงให้ความรู้สึกล้ำสมัย คมชัด และมีประกายล้ำสมัยของความเป็นไปได้ที่กำลังก่อตัวขึ้น ประกอบไปด้วยแปดสี ได้แก่สีหลักอย่าง Blue Planet (NP PB 1506 D), Windsurf (NP PB 1537 P), Dark Energy (NP N 3308 D), Monsoon Light (NP PB 2936 P), Black Night (NP N 1995 A), Palest Glow (NP YO 1256 P), Pearl (1152) และ Pumping Iron (NP N 3064 P)
พาเลตต์นี้เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการภาพลักษณ์ของความก้าวหน้าและนวัตกรรม เช่น ศูนย์วิจัย หรือสถาปัตยกรรมที่ต้องการสื่อถึงอนาคต เพราะพาเลตต์สีนี้จะช่วยกำหนดบรรยากาศให้พื้นที่ดูเฉียบ คม และเต็มไปด้วยพลังของความเป็นไปได้ที่กำลังขยายตัว
Between Worlds
สีกึ่งกลางระหว่างโลกจริงและออนไลน์
สภาวะแยกไม่ได้ของคนยุคใหม่ที่โหยหาความเป็นจริง
Between Worlds คือเรื่องราวสีที่สะท้อนวิถีชีวิตของผู้คนที่สลับไปมาระหว่างโลกจริงและโลกออนไลน์จนกลายเป็นเรื่องปกติ ขณะเดียวกัน การใช้ชีวิตบนหน้าจออย่างต่อเนื่องก็ทำให้ความต้องการประสบการณ์ที่จับต้องได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย พาเลตต์ในเรื่องราวนี้จึงตั้งต้นจากความพยายามหาสมดุลระหว่างสองโลก และถ่ายทอดออกมาเป็นสีที่สื่อถึงสภาวะกึ่งกลาง ซึ่งโลกจริงและโลกดิจิทัลค่อย ๆ ไหลเข้าหากันอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องแยกขาดจากกัน
พาเลตต์สีในBetween Worlds จะสื่อถึงการผสานโลกจริงและออนไลน์เข้าด้วยกัน จนเกิดเป็นบรรยากาศที่มีทั้งความสนุก สดใส และชวนมีส่วนร่วม ราวกับภาพจากหน้าจอถูกขยายออกมาอยู่ในพื้นที่จริง ภาพรวมของสีจึงให้ความรู้สึกมีพลัง เคลื่อนไหว และเต็มไปด้วยมิติของประสบการณ์ที่หลากหลาย ประกอบไปด้วยแปดสี ได้แก่สีหลักอย่าง Sports Green (NP BGG 2617 A), Glitzy Blue (NP PB 2840 D), Sailor’s Cap (NP PB 2850 P), Melted Cream (NP OW 2147 P), Orangelicious (NP YO 2461 D), Diving Pool (NP BGG 2769 A), Fascination (NP R 1295 A) และ Party Time (NP YO 1225 A)
เมื่อนำไปใช้ในงานออกแบบพาเลตต์สีในเรื่องราวนี้เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการสร้างประสบการณ์และการมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นอีเวนต์ รีเทล หรือสเปซอินเตอร์แอ็กทีฟ รวมถึงสถาปัตยกรรมที่ต้องการความเคลื่อนไหวและความเปลี่ยนแปลง สีจะช่วยดึงผู้ใช้งานให้มีปฏิสัมพันธ์กับพื้นที่มากขึ้น และสร้างความรู้สึกเหมือนได้ก้าวเข้าไปอยู่ในอีกโลกหนึ่งที่เชื่อมต่อกับความเป็นจริงอย่างแนบเนียน
ทั้งหมดนี้ แสดงให้เห็นว่า Trend Beyond Colours 2026–27 ของ Nippon Paint แบรนด์สีญี่ปุ่น เกิดจากความตั้งใจรวบรวมอินไซต์ของโลกยุคนี้ แล้วถ่ายทอดออกมาเป็นพาเลตต์สีที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง ผ่าน 4 เรื่องราวสี ที่ครอบคลุมทั้งการใช้ชีวิตอย่างสมดุล และการหันกลับมาทำความรู้จักและเข้าใจตัวตนของตัวเองให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น การขยับสู่อนาคต และการใช้ชีวิตระหว่างโลกจริงและดิจิทัล ซึ่งสีแต่ละชุดล้วนถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้จริงในหลากหลายบริบท ตั้งแต่งานสถาปัตยกรรมไปจนถึงอินทีเรียร์ พร้อมช่วยกำหนดบรรยากาศและความรู้สึกของพื้นที่ได้อย่างชัดเจน ดังนั้น ถ้าใครกำลังมองหาเฉดสีที่ผ่านการวิเคราะห์และคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน พร้อมนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน และงานออกแบบแนวทางใหม่ ๆ ในช่วงนี้ อย่าลืมมาลองหยิบเทรนด์สีนี้ไปใช้กันดู!




