สำรวจการตีความตำนานและปกรณัมใน 5 ซีรีส์เกาหลีจาก Disney+ Hotstar

Post on 27 August 2025

ครึ่งปีแรกของ 2025 กำลังจะผ่านไป แต่กระแสความร้อนแรงของซีรีส์เกาหลียังคงเข้มข้นสุด ๆ โดยเฉพาะใน Disney+ Hotstar ที่เดินหน้าแคมเปญ ‘เกาหลีชงเข้ม 2025’ พร้อมเสิร์ฟคอนเทนต์เกาหลีให้แฟน ๆ แบบครบรส ตั้งแต่ซีรีส์ วาไรตี้ ไปจนถึงสารคดี ทำให้ที่นี่คือหนึ่งในแพลตฟอร์มของคนรัก K-content ที่อยากดูเรื่องไหนก็แวะมาสนุกด้วยกันได้แบบไม่ขาดตอน

สิ่งที่โดดเด่นและน่าสนใจคือ ซีรีส์เกาหลีหลายเรื่องใน Disney+ Hotstar มักเลือกหยิบ ‘ตำนานปรัมปรา’ และ ‘ความเชื่อโบราณ’ มาตีความใหม่ในบริบทร่วมสมัยอย่างถึงแก่น ซึ่งการดัดแปลงแบบนี้ก็ไม่ได้สร้างแค่ความบันเทิงในมุมที่คาดไม่ถึงเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงรากวัฒนธรรม ความหวัง ความกลัว และจินตนาการร่วมที่สืบทอดต่อกันมาในสังคมเกาหลี และทำให้ซีรีส์ดูลึกลับ น่าค้นหา และยังชวนผู้ชมได้ตั้งคำถามกับความเชื่อที่ฝังอยู่ในจิตใจด้วย

ในบทความนี้ Groundcontrol เลยอยากพาทุกคนไป ‘ถอดรหัส’ ตำนานปรัมปราในซีรีส์เกาหลี 5 เรื่องที่ฉายอยู่ใน Disney+ Hotstar อย่าง Twelve, Revenant, The Golden Spoon, The Judge from Hell และ The Tyrant ว่าแต่ละเรื่องหยิบตำนานอะไร ดัดแปลงแบบไหน แล้วสะท้อนให้เห็นถึงสิ่งใดในสังคมยุคปัจจุบันบ้าง เพื่อเปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้ทุกคนเห็นว่า ทำไมการย้อนกลับไปหาตำนานเก่าถึงยังคงมีพลัง ตามมาสำรวจไปพร้อมกันได้เลย

Twelve กับตำนาน 12 นักษัตรที่ถูกเปลี่ยนร่างเป็นเทพทูตในยุคปัจจุบัน

นอกจากแม่สูตรคูน เทพ 12 นักษัตรนี่แหละที่เป็นสิ่งที่นักเรียนไทยต้องเคยท่องก่อนกลับบ้านในวัยเด็ก ซึ่งในขณะที่เราจะมองว่าสัตว์ทั้งหมดคือเทพประจำปีและดวงชะตา ในซีรีส์เกาหลีเรื่องใหม่ล่าสุดที่เพิ่งออนแอร์อย่าง Twelve กลับขอพาเราตีความไปไกลกว่านั้น เพราะทีมผู้สร้างได้ตีความ 12 นักษัตร ให้กลายเป็น เหล่านักรบผู้พิทักษ์ ที่จำแลงร่างเป็นมนุษย์ เพื่อปกป้องโลกยุคใหม่จากปีศาจที่ฟื้นคืนชีพกลับมาอีกครั้ง

ในเกาหลี 12 นักษัตรไม่ได้ถูกมองแค่เป็นสัตว์ปีเกิดเหมือนที่เราคุ้นเคย แต่ถูกเรียกว่า ‘ชิบีจีชิน’ (십이지신) นักรบกึ่งเทพที่มีหัวเป็นสัตว์แต่ร่างกายเป็นมนุษย์ ทำหน้าที่คุ้มครองวิญญาณกษัตริย์จากสิ่งชั่วร้าย ภาพเหล่านี้ยังเห็นได้ในสุสาน ที่มักมีการสลักภาพนักรบสิบสองนักษัตรถืออาวุธยืนเฝ้าอยู่รอบหลุมศพ แสดงถึงความแข็งแกร่ง น่าเกรงขาม และศักดิ์สิทธิ์ ขณะเดียวกัน คนเกาหลียังผูกเรื่องเล่าการแข่งขันของสัตว์ทั้ง 12 ที่หนูตัดหน้าวัวจนได้อันดับหนึ่ง เพื่ออธิบายลำดับจักรราศี ซึ่งนอกจากจะเป็นนิทานสืบต่อกันมาแล้ว ยังสะท้อนความเชื่อที่ฝังลึกในสังคมเกาหลีว่า 12 นักษัตรไม่เพียงเป็นเทพผู้พิทักษ์ แต่ยังเป็นเครื่องทำนายบุคลิก โชคชะตา และโชคลาภประจำปี ที่ผู้คนยังคงใช้มาจนถึงปัจจุบัน

สิ่งที่ทำให้ Twelve น่าสนใจไม่ใช่แค่ฉากต่อสู้สุดตระการตา แต่คือการเชื่อมโยงระหว่าง ความเชื่อโบราณกับโลกสมัยใหม่ ถ้าในอดีต 12 นักษัตรเป็นผู้พิทักษ์ทิศทางและสุสาน ปัจจุบันพวกเขากลายเป็น ผู้พิทักษ์โลก ในสมรภูมิใหม่ที่ศัตรูไม่ใช่แค่ปีศาจในตำนาน แต่คือปีศาจที่ซ่อนอยู่ในความโลภและความมืดมนของมนุษย์สำหรับเรา Twelve เลยเป็นเหมือนกับการชุบชีวิตตำนานโบราณให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้งในแบบที่ร่วมสมัย ทั้งขับเน้นความเป็น ‘เทพนักรบ’ แบบชิบีจีชินของเกาหลี

Revenant ตำนานหมอผี พิธีกรรมยอมแม และความโหดร้ายของสังคมเกาหลี

ถ้าพูดถึงกิมมิคความหลอนที่ติดตาตรึงใจสุด ๆ จากซีรีส์เรื่อง Revenant เชื่อว่าฉากเคาะประตู ตึง ๆ ๆ ก่อนผีมาจะต้องเป็นหนึ่งในฉากสุดหลอนที่ทำให้ใครหลายคนกลัวเสียงเคาะประตูไปอีกหลายวัน แต่ความน่าสะพรึงของซีรีส์ยังไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น แต่มันยังมาในรูปแบบของประวัติศาสตร์จริง กระบวนวิธีเล่นของจริง อย่าง ‘พิธีกรรมยอมแม’ ที่เคยเกิดขึ้นจริงในเกาหลี โดยคิมอึนฮี ผู้สร้างและนักเขียนที่เชี่ยวชาญเรื่องการถักทอคติชนเข้ากับดราม่าสังคม ก็ได้นำเรื่องนี้มาสอดแทรกอย่างชาญฉลาด ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้เล่าแค่เรื่องผี แต่เป็นภาพสะท้อนสังคมคนเป็นที่เต็มไปด้วยบาดแผล ความอดอยาก และความโลภของมนุษย์

พิธีกรรม ยอมแม คือมนตร์ดำสุดโหดร้ายที่เคยถูกบันทึกไว้ในเอกสารของปราชญ์ยุคขงจื้อใหม่ชื่อ Yi Ik (ซ็องโฮ) ระหว่างศตวรรษที่ 17-18 ที่ว่าด้วยร่างทรงจะลักพาตัวเด็กมาขังไว้แล้วปล่อยให้อยู่อย่างอด ๆ อยาก ๆ ก่อนจะฆ่าและกักวิญญาณไว้ในวัตถุเพื่อสร้างเครื่องรางที่จะมอบความร่ำรวยให้กับผู้ที่ครอบครอง รวมถึงการกลายเป็นวิญญาณร้ายที่สังหารคนให้กับเจ้าของด้วย

ใน Revenant ได้นำเรื่องราวของพิธีกรรมนี้มาเป็นแกนหลัก โดยถ่ายทอดผ่านครอบครัวยากจนในยุค 1950 ช่วงหลังสงครามเกาหลีที่เต็มไปด้วยความบอบช้ำและความอดอยาก ในสภาพสังคมแบบนั้นทำให้คนบางคนยอมขายลูกตัวเองให้เป็นเหยื่อของพิธีกรรมยอมแม จนเกิดวิญญาณอาฆาตอย่าง ‘อีฮยังกี’ ที่กลายเป็นผีตัวสำคัญของเรื่องที่ตัวเอกต้องจัดการ

อย่างไรก็ตาม สำหรับเรา พิธีกรรมยอมแมในเรื่องนี้ไม่ได้ถูกหยิบขึ้นมาเพื่อเล่าเป็นเรื่องหลอนเท่านั้น แต่ยังเป็นพิธีกรรมที่สะท้อนความสิ้นหวัง ความอยุติธรรม และความรุนแรงที่ฝังลึกในสังคมเกาหลีช่วงหลังสงคราม ที่ช่วยให้เรามองเห็นภาพความบอบช้ำของสังคมเกาหลี ที่ย่ำแย่มาก ๆ จนคนกล้าทำสิ่งโหดร้ายสุดโต่งเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง

ความน่ากลัวใน Revenant จึงไม่ใช่แค่ผีเด็กหรือเงามืด แต่เป็นการตั้งคำถามให้ผู้ชมคิดตามว่า บางทีปีศาจที่แท้จริงในสังคมอาจไม่ใช่ผี แต่คือ ‘ความโลภ’ และ ‘ความอยุติธรรม’ ซีรีส์ยังสะท้อนให้เห็นรากฐานของความโหดร้ายที่ดำรงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน ทั้งความเหลื่อมล้ำ หนี้สิน และความสิ้นหวัง ซึ่งมีรากลึกมาตั้งแต่ยุคสงคราม และยังสะท้อนถึงวิญญาณร้ายในรูปแบบของระบบสังคมและทุนนิยม

ในมุมมองของเรา Revenant จึงไม่ใช่แค่เรื่องผี แต่ยังเป็นการพาผู้ชมย้อนรอยประวัติศาสตร์อันมืดมนของเกาหลีใต้ผ่านพิธีกรรมยอมแม ที่ส่งสารชวนคิดอย่างชัดเจนว่า แม้ผีจะน่ากลัว แต่ความโลภและความโหดร้ายของมนุษย์อาจโหดร้ายยิ่งกว่า

The Judge From Hell ตำนานเทพีจัสติสที่กลายเป็นปีศาจในโลกร่วมสมัย

เมื่อความยุติธรรมของมนุษย์ล้มเหลว ใครจะเป็นคนลงโทษคนชั่ว? หนึ่งในซีรีส์ที่ตอบปัญหานี้ได้คือเรื่อง The Judge From Hell ที่ว่าด้วยเรื่องราวของ ‘คังพินนา’ ผู้พิพากษาที่ตายอย่างไม่เป็นธรรมและ ‘จัสติเทีย’ ปีศาจจากนรกที่ถูกลงโทษให้ขึ้นมายังโลกมนุษย์และทำการปราบคนชั่ว 10 คน ที่กฎหมายมนุษย์ไม่สามารถเอาผิดได้ หากทำสำเร็จ เธอถึงจะได้พลังคืนและกลับคืนสู่นรกอีกครั้ง

สิ่งที่น่าสนใจคือซีรีส์เรื่องนี้เลือกตีความ จัสติเทีย ในมุมใหม่ จากเดิมที่เธอเป็นสัญลักษณ์ของความยุติธรรม กลับถูกพลิกบทบาทให้กลายเป็น ‘ปีศาจ’ ทั้งที่ตามตำนานดั้งเดิม ไม่เคยมีการมองเธอในแง่นี้มาก่อน เพราะรากเหง้าของเทพีแห่งความยุติธรรมไม่ได้มีต้นกำเนิดตายตัว หากแต่เป็นการผสมผสานความเชื่อหลายชั้นเข้าด้วยกัน ในตำนานกรีก เธอมักถูกโยงกับ ธีมิส (Themis) ไททันผู้เป็นที่ปรึกษาของซุส ผู้รักษากฎหมายและระเบียบของสวรรค์ รวมถึง ดีคี (Dike) ธิดาของธีมิสและซุส ซึ่งถือคทาและตราชั่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความสมดุล และบางตำนานยังกล่าวถึง แอสตราเอีย (Astraia) ผู้แทนความบริสุทธิ์และความยุติธรรม ขณะที่ในตำนานโรมัน ได้มีการสร้างบุคลาธิษฐานขึ้นเป็น จัสติเทีย (Justitia) ซึ่งพัฒนามาเป็นภาพของ Lady Justice ที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน พร้อมด้วยตราชั่ง ดาบ และผ้าปิดตา แทนความเที่ยงตรง อำนาจการตัดสิน และความปราศจากอคติ

แต่ในเรื่องนี้ จัสติเทียคือปีศาจ ตัวแทนของความยุติธรรมที่โหดเหี้ยมและน่ากลัว เธอต้องลงมือจัดการคนชั่วด้วยตัวเอง ไม่ใช่แค่รอชั่งตาชั่งเพื่อตัดสิน เรียกว่าใครทำชั่วแบบไหนก็จะโดนจัสติเทียลงโทษคืนแบบนั้นอย่างสาสมโดยไม่รอระบบ การตีความนี้สะท้อนโลกยุคใหม่ที่หลายคนมองว่า กฎหมายมีช่องโหว่ และความยุติธรรมของมนุษย์ไม่เพียงพอ การลงโทษแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน จึงกลายเป็นทางเลือกใหม่ที่คนส่วนใหญ่อยากให้เกิดขึ้นจริง

ดังนั้น The Judge From Hell เลยเป็นเหมือนกระจกสะท้อนสังคมร่วมสมัย ตั้งคำถามถึงความยุติธรรม การลงโทษ และช่องโหว่ของระบบกฎหมาย พร้อมชวนคิดว่า แม้ในอดีตเทพีจัสติเทียจะเป็นสัญลักษณ์แห่งการพิพากษาอย่างเที่ยงธรรม แต่ในโลกที่เต็มไปด้วยความบกพร่องอย่างทุกวันนี้ เธออาจจำเป็นต้องพลิกบทบาทเป็นปีศาจเพื่อต่อกรกับคนชั่วโดยตรง ไม่ยึดตามระบบอีกต่อไป หรือเปล่า?

The Golden Spoon จากช้อนเงินอัครสาวกในพิธีศีลจุ่ม สู่ทฤษฎีชนชั้นช้อนสุดช้ำของเกาหลีใต้

ทุกคนเคยได้ยินคำว่า “คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด” กันไหม? พอเราได้ดูซีรีส์เกาหลีเรื่อง The Golden Spoon ที่เล่าถึง อีซึงชอน เด็กหนุ่มเรียนดีแต่เกิดในครอบครัวยากจน หรือที่เรียกว่า ‘ช้อนดิน’ ที่วันหนึ่งได้เจอช้อนทองคำวิเศษที่สามารถสลับชีวิตเขากับเพื่อนร่ำรวยในชั่วข้ามคืน ก็อดตกใจไม่ได้ว่า อ้าว…เกาหลีเขาก็มีสำนวนนี้เหมือนกันนะ

พอไปค้นต่อจริง ๆ ก็พบว่าที่มาของสำนวนนี้มาจากโลกตะวันตก ที่มีรากฐานมาจากศาสนาคริสต์ที่มีธรรมเนียมการมอบ ‘Apostle Spoon’ ช้อนเงินที่ปลายด้ามสลักเป็นรูปอัครสาวก 1 ใน 12 ของพระเยซู ในพิธีศีลจุ่ม ในช่วงศตวรรษที่ 15 - 17 เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง ความคุ้มครอง และของสะสมล้ำค่า โดยของขวัญแบบนี้ไม่ได้มีไว้แค่ใช้งาน แต่ยังบอกฐานะและโชคชะตาของเด็กตั้งแต่เกิดด้วย

อย่างไรก็ตาม คนเกาหลีเขาไม่ได้มองสิ่งนี้เป็นแค่สำนวน แต่ยังนำไปสานต่อจนเกิดเป็น ‘ทฤษฎีชนชั้นช้อน’ (Spoon Class Theory) แนวคิดทางสังคมวิทยาที่จำแนกสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมของผู้คนโดยเปรียบเทียบกับวัสดุของช้อน ตั้งแต่ช้อนทอง ช้อนเงิน ช้อนทองแดง ไปจนถึงช้อนดิน ทฤษฎีนี้โด่งดังในช่วงทศวรรษ 2010 และสะท้อนความจริงอันเจ็บปวดว่า โชคชะตาและโอกาสในชีวิตส่วนใหญ่ถูกกำหนดตั้งแต่เกิด

และสิ่งนี้ก็กลายมาเป็นแกนหลักของซีรีส์เรื่อง The Golden Spoon ที่ไม่ได้เล่าแค่เรื่องราวแฟนตาซีสนุก ๆ ของเด็กยากจนได้สลับชีวิตกับเด็กบ้านรวย แต่ยังสะท้อนภาพชีวิตจริงของคนรุ่นใหม่ในเกาหลีใต้ ที่มีความต่างทางฐานะและชนชั้นกันสุด ๆ จนเกิดเป็นการดิ้นรนเพื่อโอกาสที่แทบเป็นไปไม่ได้ และยังตั้งคำถามกลับมายังผู้ชมเหมือนกันว่า แล้วถ้าเรามีโอกาสแบบอีซึงชอน เราจะยอมแลกครอบครัวที่รักกันดีแต่ยากจน เพื่อชีวิตที่ร่ำรวยสุขสบายกว่าหรือไม่

The Tyrant เมื่อภารกิจขโมยไวรัสยุคใหม่คล้ายกับโพรมีธีอุสผู้ขโมยไฟจากพระเจ้า

หากใครเป็นคอซีรีส์แอคชั่น ขอแนะนำให้ลองเปิด The Tyrant ดูได้เลย เพราะซีรีส์เรื่องนี้ ไม่ได้โดดเด่นแค่ฉากบู๊หรือเกมไล่ล่า ‘ไวรัส’ สุดล้ำเท่านั้น แต่ยังแฝงไปด้วยคำถามเชิงการเมืองระดับโลกว่า ทำไมมหาอำนาจถึงถือครองเทคโนโลยีได้โดยไม่ถูกตั้งคำถาม แต่เมื่อเกาหลีใต้จะทำบ้างกลับถูกมองว่าผิด ซึ่งหลังจากดูซีรีส์ไปสักพัก เราก็รู้สึกได้เลยว่าเรื่องนี้คล้ายคลึงกับตำนานขโมยไฟของโพรมีธีอุสสุด ๆ

โพรมีธีอุส คือไททันที่แอบขโมย ‘ไฟ’ จากยอดเขาโอลิมปัสจากเทพซุสมาให้มนุษย์ ไฟนั้นได้เปลี่ยนแปลงโลก และทำให้มนุษย์ทำอาหารได้ สร้างเครื่องมือได้ และมีวัฒนธรรมเป็นของตนเองโดยไม่ต้องพึ่งพาเทพพระเจ้าอีกต่อไป เมื่อซุสทราบเรื่องเขาเลยลงทัณฑ์โพรมีธีอุสอย่างโหดร้าย ด้วยการล่ามโซ่เขาไว้กับภูเขา ให้นกอินทรีย์มาจิกกินตับเขาในทุก ๆ วัน

ซึ่งใน The Tyrant คนที่ทำให้เรานึกถึงโพรมีธีอุสก็คือ ‘ผอ.ชเว’ และ ‘ไฟของพระเจ้า’ ก็คือไวรัส ส่วน ‘ซุส’ ก็คงหนีไม่พ้น ‘อเมริกา’ เพราะในยุคที่คนสู้กันด้วยเทคโนโลยี ใครที่เป็นฝ่ายครอบครองวิทยาการอันล้ำหน้ามากที่สุดก็จะเป็นคนที่กุมอำนาจไว้ในมือ และอเมริกา (ในเรื่อง) ก็ไม่ต้องการให้เกิดสิ่งนั้น เพราะมันอาจจะทำให้เกาหลีใต้ก้าวขึ้นมามีอำนาจทัดเทียมกับพระเจ้าได้ในสักวันหนึ่ง

อ้างอิง

The Korea Herald. (n.d.). The Korea Herald. Retrieved August 21, 2025, from https://www.koreaherald.com/article/3201945

Gill, N. S. (2025, May 4). Themis, Dike, Justitia and Lady Justice. ThoughtCo. https://www.thoughtco.com/lady-justice-111777

Chung, S. (Grace). (2016, October 24). The rise of self-deprecating terms such as “Hell Chosun” and “Dirt Spoon” among the young generations in Korea. Korea Economic Institute of America. https://keia.org/the-peninsula/the-rise-of-self-deprecating-terms-such-as-hell-chosun-and-dirt-spoon-among-the-young-generations-in-korea/

The Metropolitan Museum of Art. (n.d.). Apostle Spoon. https://www.metmuseum.org/art/collection/search/471576

Barnes, C. (2025, April 21). A Spoonful of History. The Holburne Museum. https://holburne.org/a-spoonful-of-history/

JoongAng Ilbo. (n.d.). 소년중앙 (Sojoong). https://sojoong.joins.com/archives/20783