ภาพยนตร์คืออะไร? สำหรับหลายคน มันไม่ใช่ความบันเทิงเพียงชั่วครู่ แต่คือ ‘เวทมนตร์’ ที่มนุษยชาติสัมผัสได้จริง ๆ เช่นเมื่อภาพทิวทัศน์เขียวเริ่มเคลื่อนไหวเราก็เหมือนไปอยู่ในบรรยากาศแห่งนั้น หรือเมื่อดวงตาบางคู่เริ่มขยับ เราก็รับรู้ถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนไปของเขา ในอดีตเวทมนตร์เหล่านี้มีต้นทุนการสร้างที่สูงลิ่ว ต้องใช้เวลามหาศาล มันจึงมักมาจากผู้สร้างเป็นองค์กรขนาดใหญ่ แต่ปัจจุบันโลกกำลังก้าวสู่ยุคเอไอ ปัญญาประดิษฐ์จะมาทำให้เวทมนตร์นี้เข้าถึงได้มากขึ้นหรือเปล่านะ…
ที่งาน AIFX SHOWCASE เวทมนตร์ของภาพยนตร์แสดงออกมาผ่านผลงานกว่า 23 เรื่อง ซึ่งมาจากโครงการใหญ่อย่าง AI FILM EXPERIMENT โดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับ FabCafe Bangkok และเครือข่ายคนทำงานสร้างสรรค์ ซึ่งหลังจากผ่านกิจกรรมงาน TALK, TRAINING, และ COMPETITION ตอนนี้ก็ได้เวลาของการโชว์ผลงานภาพยนตร์ที่ใช้ AI ช่วย ซึ่งได้รับคัดเลือกและพัฒนามา
โปรแกรมฉาย AIFX SCREENING ทั้งหมด เต็มไปด้วยการทดลองรูปแบบการเล่าเรื่องใหม่ ๆ และแสดงให้เห็นพลังของเทคโนโลยีอย่างเอไอ ว่านำมาใช้ในเชิงสร้างสรรค์อย่างไรได้บ้าง โดยจะแบ่งฉายเป็นหนังตระกูล Action Fantasy, Drama, Zombie, Horror และ Animation แต่พวกเขาไม่ได้มาแบบหนังตามขนบธรรมดา ๆ หนังเหล่านี้อาจกำลังเรียกศรัทธาในพลังเวทมนตร์แห่งภาพยนตร์ให้กลับมาได้จริง ๆ
เพราะเทคโนโลยีที่ช่วยทุ่นแรงและปลดล็อกความเป็นไปได้ในหนังอย่างเอไอ เป็นเวทมนตร์ที่ชุบชีวิตให้สิ่งต่าง ๆ ลุกขึ้นมาขยับเคลื่อนไหว ดังมอบลมหายใจให้พวกเขาได้จริง ๆ อะไรที่ไม่เคยได้เห็นก็จะได้เห็น อะไรที่คุ้นเคยก็มาแบบแหวกแนวรูปแบบใหม่
ไม่ว่าจะเป็นเหล่าตำนานวรรณคดีไทย หรือในตำนานโลกตะวันตก สิ่งมีชีวิตลึกลับในเรื่องเล่าเหล่านั้นปรากฏตัวแค่ในจินตนาการของเราตั้งแต่เด็ก หรือบ้างก็อาจได้มาอยู่บนภาพวาด รอปลดปล่อยพลัง ซึ่งเอไอก็ทำให้พวกเขาหลุดออกมาโลดแล่นรับกับโลกสมัยใหม่ได้จริง
แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะมีแต่วรรณคดีที่ได้รับสิทธิในเวทมนตร์นั้น น้องสัตว์เลื้อยคลานธรรมดา ๆ ในสวนลุมพินีที่เราเห็นกันทุกวันก็มารับพลังจากเอไอกับเขาด้วยเหมือนกัน กลายเป็นความธรรมดาที่พิเศษสุด ๆ ทั้งน่ารักและน่าขำ แถมหลาย ๆ เรื่องยังไม่ได้เล่าแค่สัตว์แบบมหัศจรรย์ แต่ยังเล่าถึงถิ่นที่อยู่ต่าง ๆ ของพวกเขาและเรา ว่าธรรมชาติ สภาพแวดล้อม และสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ กำลังเผชิญกับโลกแบบไหนอยู่กันแน่
ไม่ใช่แค่โลกภายนอกเท่านั้นที่มีชีวิตชีวาขึ้นมา เมื่อเอไอเข้ามาในหนังดราม่า (หรือแม้แต่หนังสยองขวัญ) มันก็ทำงานกับเรื่องยาก ๆ ในจิตใจเราเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ในครอบครัว การแตกสลาย หรือการจากลา ถ้างานศิลปะมีหน้าที่มาเยียวยาบาดแผลของมนุษย์ ผลงานเหล่านี้ก็มาทำหน้าที่นั้น โดยที่มีเอไอเป็นพลังเสริม ช่วยคนทำหนังให้สำรวจความซับซ้อนในความสัมพันธ์เหล่านี้
และท้ายที่สุด ภาพยนตร์ก็เปลี่ยนคนธรรมดาให้เป็นฮีโร่ และพาฮีโร่ที่เคยอยู่ในจินตนาการให้มาออกโรง ในแง่หนึ่งมันก็เหมือนพลังวิเศษที่เข้ามาเสริมคนทั่วไปให้ทำอะไรก็ได้ แต่อีกแง่หนึ่งมันอาจกำลังบอกว่าเราทุกคนต่างก็มีพลังวิเศษอยู่แล้ว แต่โลกความเป็นจริงกลับไม่ยอมเผยภาพเหล่านั้น จนกระทั่งเอไอพามันออกมา
ผลงานใน AIFX SHOWCASE นี้ มาพิสูจน์ก้าวหนึ่งที่สำคัญของเทคโนโลยีกับภาพยนตร์ ว่าเอไอไม่ได้จะมาทำลายเวทมนตร์แห่งการมอบลมหายใจให้ชีวิตทั้งหลายตื่นขึ้นมาในหน้าจอ ไม่ว่าจะด้วยการผสมผสานจินตนาการเข้ากับแนว Action Fantasy, Drama, Zombie, Horror หรือ Animation ถ้าอยากรู้แล้วว่าผลงานเหล่านั้นมหัศจรรย์แค่ไหน ก็เตรียมตัวไปพบเหล่าตำนาน(ไทย)ในยุคไฮเทค, เหล่าสัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่, ครอบครัวกับผู้สูญ(ไม่)เสีย, และท้ายที่สุดก็จะได้เวลาฮีโร่ออกโรง!
AIFX SCREENING จะจัดฉายเป็นส่วนหนึ่งของงาน AIFX SHOWCASE
จัดขึ้นในวันที่ 18 กรกฎาคมนี้
ที่ห้อง VML ชั้น 4 TCDC ไปรษณีย์กลางบางรัก
ลงทะเบียนเพื่อมาพบกันในงาน AIFX SHOWCASE ได้เลย ที่ https://forms.gle/zNaqZrMVggNorAU26
แล้วพบกับกิจกรรมดี ๆ อีกมาก นอกเหนือจากงานจัดฉายภาพยนตร์นี้ เช่น AIFX Creator’s Circle วงพูดคุยของผู้สร้างสรรค์และผู้ส่งผลงานเข้าร่วม AIFX, กิจกรรม Deviation Game ที่ชวนเราตั้งคำถามว่า ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์และ AI จะแตกต่างกันอย่างไร, และ กิจกรรม Networking Party ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้พบปะพูดคุย สร้างเครือข่ายกับคนในวงการสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมภาพยนตร์ และยังมีโอกาสให้นำเสนอผลงานต่อบริษัท หน่วยงาน และนักลงทุนอีกด้วย
โยคะ ดัดสันดาน โดย ศรัทธา ทาไชย
นักท่องเที่ยวต่างชาติคนหนึ่งได้ทำการลบหลู่ ล้อเลียนท่าทางรูปปั้นของเหล่าฤาษีดัดตนที่ประดับอยู่ในบริเวณวัด
มหาศึกจตุโลกบาล โดย นิธิพล เจียมแท้
เมื่อมหาผนึกโบราณใต้รากฐานของเขาพระสุเมรุ ศูนย์กลางแห่งไตรภูมิ เกิดการแตกร้าว พลังอันมืดมิดได้ปลุก "กาฬสูร" จอมอสูรในตำนานให้กลับคืนชีพ พร้อมนำกองทัพอสูรเข้าทำลายโลกมนุษย์จนเกิดมหันตภัย ความโกลาหลลุกลามถึงสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา ทำให้ท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 ต้องกลับมารวมตัวกันเพื่อกอบกู้ไตรภูมิ แต่ศัตรูที่แท้จริงอาจไม่ใช่เพียงกองทัพอสูร หากคือความบาดหมางที่สั่งสมกันมานับพันปีของเหล่ามหาเทพเอง ขณะเดียวกัน การหายไปของ "ดวงตาแห่งนาค" วัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่ควบคุมกองทัพพญานาค ได้จุดชนวนการไล่ล่า การทรยศ และมหาสงครามที่อาจเปลี่ยนชะตาของทั้งสามโลกไปตลอดกาล
หิมพานต์ โดย จิต กำเหนิดรัตน์
เรื่องของเด็กหนุ่มที่หลุดเข้าไปในโลกหิมพานต์และเขาพยายามออกเดินทางเพื่อหาทางออกจากหิมพานต์ เขาเป็นเด็กหนุ่มที่มีพลังเวทมนตร์ เขาได้ใช้พลังเวทมนตร์ปลุกแผ่นไม้ให้กลายเป็นเซิร์ฟบอร์ดเพื่อใช้สำหรับเดินทางบนธารน้ำ แต่หารู้ไม่ว่าพลังเวทของเขาไม่เพียงแค่ปลุกแผ่นไม้เท่านั้นแต่ยังไปปลุกเจ้าจรเข้ยักษ์ที่ถูกจองจำอยู่ในน้ำให้ตื่นขึ้นมาด้วย เด็กหนุ่มต้องหนีเอาตัวรอดจากจรเข้ยักษ์ตัวนี้ให้ได้
การร่ายรำครั้งสุดท้าย โดย ชัชวาล กัณหาชัย
"กรุงเทพในอนาคต วัฒนธรรมไทยไม่ได้หายไปทันที แต่มันถูกเก็บ ถูกคัดลอก ถูกทำให้สวยขึ้น ถูกขายเป็นโชว์ และค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี จนโขน รามเกียรติ์ และนาฏศิลป์ไทยเหลืออยู่ในรูปแบบของหุ่นยนต์การแสดง
บนเรือหรูล่องเจ้าพระยา ค่ำคืนนี้มีการแสดงพิเศษชื่อ “The Last Dance” เป็นรำคู่ระหว่าง หุ่นยนต์หนุมาน กับ หุ่นยนต์นางรำ ในฉาก “จับนาง” ทุกท่วงท่าดูงดงาม แต่ข้างในคือระบบความทรงจำ คือครูนาฏศิลป์มนุษย์รุ่นสุดท้ายที่ถูกเก็บไว้ในร่างนางรำ Lin ไซบอร์กนักฆ่าถูกส่งมาลบ memory นั้น เพราะมันคือ “ต้นฉบับ” ที่ยังไม่ถูกดัดแปลงเป็นสินค้าเต็มตัว ถ้ามันถูกลบ วัฒนธรรมที่เหลือจะกลายเป็นแค่ไฟล์โชว์ที่บริษัทควบคุมได้ทั้งหมด
เมื่อ Lin ลงมือกลางเวที การแสดงกลายเป็นการต่อสู้จริงแบบ 2 ต่อ 1 คนดูคิดว่าเป็นไคลแมกซ์ของโชว์ แต่จริงๆ แล้วกำลังดูวัฒนธรรมไทยพยายามป้องกันตัวจากเทคโนโลยีที่ถูกสร้างมาเพื่อกลืนมัน
ท้ายที่สุด Lin เอาชนะทั้งคู่ เธอแทง core ของนางรำ ก่อนที่นางรำจะดับ เธอเรียก Lin ด้วยชื่อเดิมของเธอ เฉลยว่า Lin เคยเป็นศิษย์รำคนสุดท้าย ความทรงจำถูกลบ ร่างถูกดัดแปลงเป็นนักฆ่า แต่ท่าฆ่าทั้งหมดของเธอยังมาจากรากเดียวกับนาฏศิลป์ไทย"
อีสานพั้ง โดย ประสิทธิ์ บุตรบัว และ เดโช ไชยกุล
ในอนาคตอันใกล้ แม่น้ำโขงแห้งเหือดหลังการสร้าง "เขื่อนอัจฉริยะ" ที่ควบคุมสายน้ำและสภาพอากาศด้วยระบบ AI หมู่บ้านริมโขงค่อย ๆ เสื่อมสลาย แต่ผู้คนยังคงจุดบั้งไฟทุกปี เพราะศรัทธาคือสิ่งสุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่ "เชียง" ทายาทช่างบั้งไฟ ใช้ AI สร้างภาพพญานาคปลอมเพื่อเรียกยอดวิวและเงินบริจาค จนกลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง แต่เมื่อความจริงถูกเปิดโปง เขากลายเป็นตัวตลกของประเทศและถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้าน พร้อมภารกิจพิสูจน์ว่าพญานาคมีอยู่จริงหรือเป็นเพียงตำนาน ระหว่างการเดินทาง เขาและ "แสง" นักข่าวสืบสวน ค้นพบความจริงเบื้องหลังระบบ AI Weather Control ที่ไม่ได้ควบคุมเพียงฝน หากยังถูกออกแบบมาเพื่อควบคุม "ศรัทธา" ของผู้คนทั้งภูมิภาค เมื่อแผนการทำลายความเชื่อครั้งสุดท้ายเริ่มต้นขึ้น เชียงต้องเผชิญกับการตัดสินใจครั้งสำคัญ ระหว่างการเปิดเผยความจริงที่อาจทำลายศรัทธาของผู้คน หรือการรักษาความหวังไว้ แม้โลกจะยังคงถูกควบคุมต่อไป
The Silenced Witness (Ophelia) โดย พิเชฐ เขียวประเสริฐ
ผลงานชิ้นนี้ตีความชะตากรรมของ Ophelia ขึ้นใหม่ หลังจากช่วงเวลาการตายของเธอ โดยตั้งคำถามว่า หากร่างของ Ophelia ไม่ได้หยุดอยู่เพียงในลำธาร แต่ถูกกระแสน้ำพัดออกสู่ทะเล และล่องลอยไปทั่วโลกตามกระแสน้ำและสายลม เรื่องราวของเธอจะกลายเป็นอย่างไร
ในผลงานนี้ Ophelia กลายเป็นผู้เดินทางเชิงสัญลักษณ์ ผ่านกาลเวลาและสถานที่ จากตัวละครในอดีตสู่พยานเงียบของโลกศตวรรษที่ 21 ร่างไร้ชีวิตของเธอล่องลอยผ่านแม่น้ำที่ปนเปื้อน ชายฝั่งที่เต็มไปด้วยมลพิษ และแหล่งน้ำที่เสื่อมโทรมจากการกระทำของมนุษย์
การเดินทางของ Ophelia จึงไม่ใช่เพียงภาพของความตายและความโศกเศร้า แต่เป็นการสะท้อนผลกระทบระดับโลกของการละเลยสิ่งแวดล้อม และเผยให้เห็นความสัมพันธ์อันเปราะบางระหว่างมนุษย์กับสายน้ำ — แหล่งกำเนิดชีวิตที่กำลังถูกทำลายอย่างเงียบงัน"
ทางขึ้นเขา...ที่ไม่เคยถึง โดย คุณากร ศรีสุธรรม
ในคืนที่หมอกปกคลุมทั่วทั้งภูเขา ต้น และแฟนสาวจำใจขี่รถจักรยานยนต์ฝ่าความมืดขึ้นไปยังศาลเจ้ากลางป่าตามคำสั่งเร่งด่วนของน้าชาย เพื่อนำของไปเซ่นไหว้ยามวิกาล แต่ยิ่งเดินทางลึกเข้าไป เส้นทางกลับเต็มไปด้วยความกดดันและเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ ทั้งเงาปริศนาในกระจกมองหลังและคำเตือนจากหญิงชราที่พยายามขัดขวางไม่ให้พวกเขาไปถึงจุดหมาย ปลายทางของภูเขาลูกนี้อาจไม่ได้ซ่อนเพียงศาลร้าง หากแต่ยังปกปิดความลับอันดำมืดและอันตรายที่สุดของครอบครัวเอาไว้อีกด้วย
Drive Me Crazy MG โดย ธนิษฐ พิณทอง
เรื่องราวการไล่ล่าของสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์จากสวนลุมพินี หญิงสาวและรถคู่ใจจะหนีรอดหรือไม่
วาระสุดท้าย โดย ชวัลฤกษ์ กุลดี
"ชายหนุ่มคนหนึ่งที่รู้สึกว่าชีวิตพังทลายจนไม่เหลือทางออก เดินทางมาถึงจุดต่ำสุดของตัวเอง พร้อมความคิดว่าทุกอย่างอาจจบลงได้ในวันนั้น
แต่ในวินาทีที่เขากำลังถูกความสิ้นหวังกลืนกิน การปรากฏตัวของสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ บางอย่างกลับทำให้เวลารอบตัวเขาเปลี่ยนไป จากความว่างเปล่า กลายเป็นการเผชิญหน้ากับคำถามที่เขาหลีกเลี่ยงมาตลอด — ชีวิตที่ล้มเหลว ยังมีคุณค่าเหลืออยู่หรือไม่ "
Adopt Me! โดย โกศล ขจีไกรลาส และ ระพีพรรณ ภูหงษ์เพชร
เรื่องเล็ก ๆ ของชีวิตที่มักถูกมองข้าม
ขอเวลาอีกไม่นาน โดย จุฬญาณนนท์ ศิริผล และ จิดาภา จิรยั่งยืนยง
คุณป้าได้คิดล่วงเกินท่าน SAFELY LEADERS ทำให้เธอมีหางงอกออกมา เธอจึงจะต้องเดินทางไปขอขมาท่านที่วัดอันเต็มไปด้วยสิ่งแปลกประหลาดมากมายรวมถึงเหล่าลูกเทพที่ลอยลงมาจากฟ้า หลังจากขอขมาหางของคุณป้าก็หดสั้นลงในที่สุดอย่างน่าอัศจรรย์
ฟาร์ม 5/1 โดย ศิวพงศ์ รื่นเริง
เมื่อธรรมชาติเริ่มหมุนวนสู่ความบ้าคลั่ง ณ ฟาร์มชนบทแห่งหนึ่ง ฝูงมดเดินวนบนพื้นดินแห้งแล้งจนขาดใจตาย นกบนท้องฟ้าบินเป็นวงกลมไม่ยอมกลับรัง และฝูงหมูป่าคลั่งนับร้อยตัววิ่งวนเป็นกงล้อมรณะ บดขยี้ผลผลิตจนเสียหายยับเยิน สามหนุ่มสาวเกษตรกรรุ่นใหม่จึงต้องร่วมมือกันไขปริศนาและหยุดยั้งพฤติกรรมอันผิดธรรมชาติของเหล่าสัตว์ ก่อนที่ฟาร์มและชีวิตของพวกเขาจะถูกกวาดล้างไปพร้อมกับวงกลมปริศนาที่ไม่มีใครอธิบายได้
ด้วยวิถี และดวงดาว โดย กฤตธี ม่วงมี
"จากป่าเต็งรังที่กำลังถูกไฟป่ากลืนกิน ควันค่อย ๆ เคลื่อนผ่านผู้คน โรงงาน เมืองใหญ่ และแสงไฟประดิษฐ์ที่ปกคลุมท้องฟ้ายามค่ำคืน เชื่อมโยงภาพของธรรมชาติ การใช้ชีวิต และการบริโภคเข้าไว้ด้วยกัน
ภาพยนตร์พาผู้ชมเดินทางไปพร้อมกับการเคลื่อนที่ของควัน ผ่านภาพ เสียง และจังหวะการเคลื่อนกล้องที่ต่อเนื่อง จนท้ายที่สุด ควันไม่ได้หยุดอยู่เพียงเหนือผืนป่า หากแต่เดินทางมาสู่ลมหายใจของเราทุกคน
เมื่อเสียงของเมืองค่อย ๆ จางลง กล้องถอยห่างออกเผยให้เห็นเมืองและภูเขาที่กำลังลุกไหม้อยู่เบื้องหลัง ก่อนทิ้งท้ายด้วยคำถามว่า "คุณยังจำครั้งสุดท้ายที่เห็นดวงดาวเต็มท้องฟ้าได้ไหม?""
อย่ามองกลับไป โดย ปริญญา ผลทวีสมสกุล
เกมได้รับลิงก์สถานที่แห่งหนึ่งบน Google Maps จากอุ้ม พร้อมคำเตือนสั้น ๆ ว่า "อย่าหันมองกลับไป" แต่ด้วยความสงสัย เขากลับเลือกที่จะเปิดดู และได้พบกับบางอย่างที่ไม่ควรเห็น
ข้าวเย็น โดย ชวิน เจียรพินิจนันท์
เรื่องราวชีวิตที่สุดแสนจะธรรมดาและเรียบง่ายในชนบท ช่วงเวลาอาหารเย็นของยายกับหลาน และ ใครอีกคนที่ไม่ได้อยู่ในโลกกายภาพแล้วอีกต่อไป แต่สำหรับยายและหลานนั้นเขาคนนั้นยังคงอยู่ตรงนั้นและจะยังอยู่ตลอดไป
LOVE NEVER DIE โดย ธีระวิทย์ กิ่มศาสตร์
ความทรงจำคือสิ่งมหัศจรรย์ของมนุษย์ แม้ในวันที่เราไม่สามารถเรียกความทรงจำกลับมาได้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถทำลายสิ่งสำคัญนี้ได้ คือสิ่งที่เราเรียกว่า"ความรัก"
The Thing I Called Mom โดย ธนกฤต ซิ้มอำพร, ภรภัทร รุ่งภัทรธนากุล, โยษิตา กุนมล, ปัณณวิชญ์ วาณิชย์เสถียร
หลังการสูญเสียแม่อันเป็นที่รัก ลูกคนหนึ่งเลือกยึดติดกับความหวังสุดท้าย ความหวังที่จะได้แม่กลับคืนมาอีกครั้ง แม้จะรู้ดีว่าบางสิ่งที่จากไปแล้ว อาจไม่สามารถกลับมาในรูปแบบเดิมได้
ข้าวเดือด โดย ปิยนนท์ สมบูรณ์
ข้าวเดือด เป็นเรื่องราวของ สิงห์ ชายหนุ่มนักรบผู้ถูกเกณฑ์ออกศึกเพื่อปกป้องแผ่นดิน เขาจากครอบครัวที่รักไปพร้อมคำสัญญาว่าจะกลับมาเมื่อสงครามสิ้นสุดลง แม้จะได้รับชัยชนะในสนามรบ แต่เมื่อหวนคืนบ้านเกิด เขากลับพบว่าสิ่งที่เคยตั้งใจปกป้องได้สูญสิ้นไปในระหว่างที่เขาไม่อยู่ เรื่องราวจึงถ่ายทอดราคาที่ต้องจ่ายของสงคราม และไฟแห่งความแค้นที่ลุกโชนขึ้น เมื่อไม่เหลือสิ่งใดให้รักษาไว้อีกต่อไป
Homo Sapiens Family โดย วันชนะ อินทรสมบัติ
เรื่องราวของครอบครัวมนุษย์ยุคหินที่ถูกนำมาเลี้ยงไว้ในสวนมนุษย์บนโลกที่ถูกขับเคลื่อนโดยเหล่าสรรพสัตว์ ดำเนินเรื่องผ่านการล้อเลียน เสียดสี และสะท้อนพฤติกรรมของมนุษย์ในยุคปัจจุบันผ่านตัวละครมนุษย์ยุคหิน
The Lamp โดย กศิเดช พันธะไชย
"คุณแม่คนหนึ่งที่ทุ่มเททั้งชีวิตให้กับครอบครัว ดูแลทุกอย่างอย่างเงียบ ๆ โดยไม่เคยเรียกร้องสิ่งใดตอบแทน แต่ยิ่งเธอให้มากเท่าไร คนในบ้านกลับยิ่งมองข้ามเธอมากขึ้นเท่านั้น จนความรักที่เคยเป็นพลังค่อย ๆ กลายเป็นความโดดเดี่ยว
ในวันที่ไม่มีใครรับฟัง ไม่มีใครเห็นคุณค่า และไม่มีใครสังเกตเห็นความเหนื่อยล้าของเธอ เธอกลับพบ “คำตอบ” จากโคมไฟดวงหนึ่ง"
ซิกกาเร็ต เกิร์ล โดย ศุภกร หมุนสมัย
มิลิน ลูกสาวของตระกูล Old Money ในจังหวัดเชียงใหม่ ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ซอมบี้ระบาดที่เปลี่ยนชีวิตของผู้คนไปอย่างสิ้นเชิง จากชีวิตที่เคยสุขสบาย เธอจำเป็นต้องเอาชีวิตรอดท่ามกลางความโกลาหลและอันตรายที่คืบคลานเข้ามาทุกทิศทาง พร้อมเผชิญกับความจริงที่ว่าโลกใบเดิมไม่อาจหวนกลับมาได้อีก
SUMMONED โดย วีรภัทร ชินะนาวิน
ในคืนพายุกลางหนองน้ำที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกหนา นักรบหญิงคนหนึ่งต้องยืนหยัดเพียงลำพัง เมื่อพิธีกรรมต้องห้ามได้ปลุกกองทัพนักรบหน้ากากและอสูรโบราณให้กลับคืนมาจากความมืด
คืนที่บัวไร้เงา โดย ณัฐนันท์ สินมานนท์
"ลองนำสิ่งที่เจอไปบอกเล่ากับคนข้างนอกสิ แล้วดูว่าพวกเขาจะเชื่อเรื่องของคุณไหม" ณ หมู่บ้านลึกลับแห่งหนึ่งในเขตร้อนที่อุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งปี ไม่เคยประสบภัยแล้งหรือภัยธรรมชาติใด ๆ สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวชวนตั้งคำถาม แต่กลับไม่เคยมีใครพิสูจน์หรือค้นพบคำตอบ แม้เวลาจะผ่านมาหลายยุคสมัย ความลึกลับยังคงถูกปล่อยให้เป็นเพียงตำนาน ราวกับว่าไม่มีใครต้องการค้นหาความจริง หรืออาจเป็นเพราะความจริงนั้น...ไม่ควรถูกค้นพบ




