‘ปริศนา’ ในเงามืดของกาลเวลา Emilie Flöge ดีไซเนอร์สาวผู้อยู่เบื้องหลังชุดบนภาพวาดของ Gustav Klimt

Art
Post on 24 January

เมื่อเห็นภาพวาดปิดทองสีเหลืออร่ามที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันอื่น ๆ ประกอบอย่างสวยสดงดงาม ทุกคนคงรู้ได้ทันทีว่าผลงานตรงหน้านี้ เป็นของ กุสตาฟ คลิมต์ (Gustav Klimt) ศิลปินชาวออสเตรียระดับตำนานของโลก เป็นที่รู้กันว่า คลิมต์มีแนวทางในการแต่งตัวเป็นของตัวเอง เรามักจะเห็นเขาใส่ชุดเดรสยาวโคล่ง ๆ บนภาพถ่ายเสมอ ซึ่งนี่อาจเป็นสิ่งยืนยันถึงเครื่องแต่งกายบนภาพวาดของเขาด้วยเช่นกัน

หนึ่งในภาพที่มีชื่อเสียงที่สุดของเขาอย่าง Portrait of Adele Bloch-Bauer I หรือที่รู้จักกันในชื่อ The Lady in Gold ซึ่งผสานเอาอิทธิพลจากศิลปะแบบญี่ปุ่น เข้ากับการแปะแผ่นทองคำเปลวที่เป็นเอกลักษณ์ส่วนตัว ทำให้ภาพดังกล่าว กลายมาเป็นหนึ่งในภาพที่สร้างชื่อเสียงให้กับคลิมต์ แถมยังมีมูลค่าเกินประมาณได้ ความจริงแล้ว ภาพภาพน้ีไม่ได้ปรากฏเพียงแค่มาดามบล็อก-บาวเออร์ ผู้เป็นแบบเท่านั้น แต่ยังมีหญิงสาวอีกคนที่อยู่เบื้องหลังภาพวาดนี้ และภาพวาดอื่น ๆ ของคลิมต์ด้วย

ชุดในภาพวาดของคลิมต์ ไม่ได้เกิดขึ้นจากจินตนาการ แต่เป็นชุดที่ถูกออกแบบขึ้นมาจริง ๆ และผลงานเหล่านี้เป็นของ เอมิลี ฟลูเกอ (Emilie Flöge) ชื่อที่อยู่ในเงามืดของเวลาตลอดมา..

เอมิลี ฟลูเกอ เริ่มต้นจากการเป็นช่างตัดเย็บในกรุงเวียนนา โดยทำงานในโรงเรียนตัดเย็บเสื้อผ้าของพี่สาว ความสามารถของฟลูเกอ เริ่มฉายแววให้เห็นเรื่อยมาจนกระทั่งสามารถก่อร่างสร้างธุรกิจเป็นของตัวเองในชื่อ Schwestern Flöge (Flöge Sisters) บนถนน Mariahilfer สถานที่ยอดฮิตในกรุงเวียนนา ที่มีผู้คนพลุกพล่านตลอดเวลา ซึ่งก็นับได้ว่า ร้านตัดเย็บเสื้อผ้าสำหรับผู้หญิง ที่เกิดขึ้นจากหญิงสาวสามคนอายุราว 30 เศษ ๆ ในยุคนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

ย้อนกลับไปในช่วงวัยแรกรุ่น เอมิลี ได้พบกับคลิมต์ครั้งแรกเมื่อเธออายุเพียง 18 ปี เพราะ เฮเลน (Helene Flöge) น้องสาวของเธอ แต่งงานกับ เอิร์นต์ (Ernst Klimt) น้องชายของกุสตาฟ คลิมต์ แต่น่าเสียดายที่หลังจากนั้นเพียงปีเดียว น้องชายของเขาก็เสียชีวิตลง คลิมต์จึงกลายมาเป็นผู้ปกครองของเฮเลน และเป็นแขกประจำของครอบครัวฟลูเกอไปโดยปริยาย ทำให้ทั้งตัวคลิมต์กับเอมิลี ใกล้ชิดกันมากขึ้นแต่นั้นมา

พวกเขาสนิทกันในทันที จนหลายคนเชื่อว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน ยืนยันจากอีกภาพวาดที่มีชื่อเสียงที่สุดของคลิมต์อย่าง The Kiss ซึ่งปรากฏภาพคู่รักในเสื้อคลุมสีทองสวยงาม กำลังสวมกอดกันอย่างแน่นแฟ้น จนทำให้เหล่านักประวัติศาสตร์ศิลป์เห็นตรงกันว่าภาพดังกล่าว เป็นภาพวาดแทนตัวคลิมต์และเอมิลี

สไตล์งานอันเย้ายวนใจของคลิมต์ และเสื้อผ้าทรงหลวมที่ปล่อยแขนเสื้อกว้าง ไม่มีคอร์เซ็ตรัดสัดส่วน ได้สร้างแนวทางการออกแบบใหม่ที่ไปไกลกว่าแฟชั่นในยุคนั้น จนอาจบอกได้ว่าความ Hippie และลัทธิโบฮีเมียนของคลิมต์ อยู่เคียงข้างและเป็นหนึ่งเดียวกับการออกแบบเสื้อผ้าของเอมิลี ซึ่งเสนอรูปแบบเครื่องแต่งกายที่สร้างความสะดวกสบายและใช้งานได้จริง ความสัมพันธ์อันยาวนานหลายสิบปีของทั้งคู่ ทำให้เกิดเป็นความร่วมมือในการสร้างสรรค์ผลงานอันโดดเด่นจนต้องตาผู้คนทั่วโลก เพราะหากยืนยันตามช่วงชีวิตการเป็นศิลปินของคลิมต์แล้ว คอลเลคชั่นที่ออกแบบโดยเอมิลี เกิดขึ้นก่อนการมาของ Coco Chanel เสียอีก! แต่น่าเสียดายที่ชื่อของ เอมิลี ฟลูเกอ ถูกลบเลือนไปจากหน้าประวัติศาสตร์ไม่ว่าจะในวงการจิตรกรรม หรือด้านแฟชั่นก็ตามที

ผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ส่งผลให้ห้องเสื้อ Schwestern Flöge สูญเสียฐานลูกค้าส่วนใหญ่ไปเนื่องจากการรุกรานของนาซีในออสเตรีย รวมถึงเอมิลีเองก็ถูกบังคับให้ปิดกิจการของเธอด้วยเช่นกัน เธอทำงานจากชั้นบนสุดของบ้านตลอดช่วงเวลาอันเลวร้าย เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเกิดขึ้นอีกครั้งหลังสิ้นสุดสงคราม เมื่อไฟเกิดไหม้อาคารที่เธออยู่ ทำให้ของล้ำค่าทั้งหมดที่เกี่ยวกับคลิมต์ เพื่อนรักตลอดชีวิตของเธอ สูญหายไปตลอดกาล และเมื่อคลิมต์เสียชีวิตลงก่อนวัยอันควร เอมิลีก็ดูจะสูญเสียแรงบันดาลใจทั้งหมดในการสร้างสรรค์ผลงานตามไปด้วยเช่นกัน

อ้างอิง : Dressing the Woman in Gold: The Unknown Bohemian Designer behind the Paintings, Before Coco Chanel There Was Emilie Flöge: A Designer the Fashion Industry Forgot