หลังจากนั่งจ้องทีเซอร์อย่างใจจดจ่อ พอ ‘เจฟ ซาเตอร์’ @jeffsaturofficialth ปล่อยเพลงเต็มมาปุ๊ป เราก็รีบเครียร์งานและตารางให้ว่าง แล้วปล่อยใจจอย ๆ ดื่มด่ำความเศร้าที่พ่อหนุ่มดาวเสาร์เขายกมาเสิร์ฟ เพราะขึ้นชื่อยี่ห้อ เจฟ ซาเตอร์ แน่นอนว่า นอกเหนือจากบทเพลงดีพๆ ก็มีเนื้อหาใน MV นี่แหละที่มีอะไรให้คิดตามตลอด ยิ่งครั้งนี้เขายังมาพร้อมกับน้องสาวคนโปรดของเราอย่าง ‘แอลลี่ - อชิรญา นิติพน’ ก็เลยนั่งดูและฟังแบบเต็มอิ่มสุด ๆ
ตามประสาคนคิดไปเรื่อย พอดูจบก็เลยอยากจะวิเคราะห์และตีความสิ่งที่คิดสักหน่อย เพราะเนื้อหาใน MV นี้ มีหลายจุดที่ชวนคิดมาก ๆ แถมยังสามารถมองขยายไปได้หลายแง่มุม ทั้งเรื่องความรัก ความตาย รวมไปถึงความเหงาของคนเมืองยุคใหม่ และเทคโนโลยีไซไฟ ๆ อย่าง ‘โลกเสมือน’
วันนี้เราเลยอยากชวนทุกคนมาเม้ามอยและถอดรหัส MV ‘ที่ชอบที่ชอบ’ หลังดูจบไปด้วยกันว่า เบื้องหลังเรื่องราวความรักและความสูญเสียครั้งนี้ เรามองเห็นความเป็นไปได้อะไรซ่อนอยู่บ้าง และมันกำลังชวนให้เราตั้งคำถามอะไรเกี่ยวกับความเศร้า ความผูกพัน และโลกเสมือนจริงที่เราอาจกำลังใช้เป็นพื้นที่พักพิงหัวใจ เพราะบางที เทคโนโลยีที่เราใช้เพื่อระลึกถึงความตาย อาจอันตรายกว่าความตายที่เกิดขึ้นจริง
‘ที่ชอบที่ชอบ’ คือที่ไหน? เมื่อคนเป็นไม่ปล่อยวาง ‘ที่ชอบที่ชอบ’ เลยกลายเป็นพื้นที่แห่งความเศร้าของทั้งฉันและเธอ
หากว่ากันตามความหมายที่เราคุ้นเคย ‘ที่ชอบที่ชอบ’ คือคำปลอบใจที่มักใช้กับคนที่เพิ่งสูญเสียใครสักคน ราวกับกำลังบอกว่า คนที่จากไปได้เดินทางไปสู่สถานที่ที่ดีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสวรรค์หรือพื้นที่พิเศษแห่งใดก็ตามที่เราเชื่อว่าจะมอบความสุขให้พวกเขาได้ เป็นการปลอบใจคนที่ยังอยู่ด้วยความหวังว่า อย่างน้อยคนที่เรารักก็คงได้ไปอยู่ในที่ที่ดี แต่หากเราคิดแบบเข้าข้างตัวเองกันสักหน่อย เชื่อว่าต้องเคยมีหลาย ๆ คนที่หวังให้ ‘ที่ชอบที่ชอบ’ ของคนตาย ยังคงอยู่ไม่ไกลจากข้างกายเรา
ใน MV ‘ที่ชอบที่ชอบ’ สถานที่ที่พระเอกปรากฏตัวก็เป็นพื้นที่ที่แยกขาดจากโลกความจริงเช่นกัน ช่วงแรกเราอาจเข้าใจว่ามันคือโรงพยาบาลจิตเวช ก่อนที่เรื่องราวจะค่อย ๆ เผยให้เห็นความเป็นไปได้ว่า พื้นที่แห่งนี้อาจเป็นโลกเสมือนจริงที่สร้างขึ้นผ่านเทคโนโลยี และอาจเป็น ‘ที่ชอบที่ชอบ’ ของคนที่จากไปด้วยก็ได้ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้พระเอกจะอยู่ในพื้นที่ที่ดูเหมือนถูกแยกออกจากโลกของคนเป็นแล้ว เขากลับไม่ได้มีความสุขอย่างที่เราคาดหวัง
จุดหนึ่งที่ชวนให้ตีความคือฉากที่พระเอกได้รับยา แต่กลับไม่ยอมกินยาเหล่านั้น หากเรามองยาเป็นสัญลักษณ์ของการทำให้สงบหรือการตัดขาดจากความทรงจำ การปฏิเสธยาก็อาจหมายถึงการไม่ยอมลืม และยังคงยึดโยงตัวเองไว้กับบางสิ่งในโลกเดิม ผลที่ตามมาคือพระเอกยังคงถูกดึงกลับไปหานางเอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งเราอาจอ่านได้ว่าเป็นความปรารถนาที่จะกลับไปพบคนรักของเขาเองก็ได้ ทว่า ทุกครั้งที่เขาถูกดึงกลับไป ใบหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ภาพนี้ทำให้เรานึกถึงความเชื่อเรื่องคนตายที่ยังไปสู่ภพภูมิของตัวเองไม่ได้ เพราะยังมีห่วงผูกพันกับคนที่อยู่ข้างหลัง
หากมองในแง่นี้ ความเศร้าของ MV จึงไม่ได้เกิดขึ้นกับคนเป็นเพียงฝ่ายเดียว นางเอกยังคงเรียกหาพระเอกผ่านเทคโนโลยี เสมือนพยายามรักษาความสัมพันธ์เอาไว้ในพื้นที่ที่เธอยังเข้าถึงเขาได้ ขณะที่พระเอกก็อาจต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจากการถูกดึงกลับมาด้วยความอาลัยของคนที่ยังไม่พร้อมปล่อยมือ ทั้งสองจึงติดอยู่ในวงจรของการคิดถึงและการกลับมาพบกัน ที่ซึ่งความรักยังคงอยู่ แต่การได้พบกันอีกครั้งกลับไม่ได้ทำให้ใครมีความสุขอย่างแท้จริง
บางที ‘ที่ชอบที่ชอบ’ จึงอาจไม่ใช่พื้นที่แห่งความสงบสุขสำหรับคนที่จากไปเสมอไป หากคนที่ยังอยู่ไม่อาจยอมรับการสูญเสีย และยังคงพยายามเรียกคนรักกลับมาผ่านความทรงจำหรือเทคโนโลยี พื้นที่ที่ควรเป็นจุดหมายของการจากลาอาจกลายเป็นพื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายยังคงติดอยู่กับความเศร้า คนเป็นเสพความคิดถึงผ่านการได้พบคนรักอีกครั้ง ส่วนคนตายก็ไม่อาจหลุดพ้นจากแรงดึงดูดของความผูกพันนั้น และท้ายที่สุด ‘Grief Eater’ หรือผู้เสพความเศร้า อาจไม่ได้หมายถึงใครคนใดคนหนึ่ง แต่หมายถึงความสัมพันธ์ที่ต่างฝ่ายต่างยังคงหล่อเลี้ยงความเศร้าของกันและกัน โดยไม่มีใครได้ไปถึง ‘ที่ชอบที่ชอบ’ อย่างแท้จริง
"You look lonely, I can fix that" จาก ‘Her’ ถึง ‘Blade Runner 2049’ สู่การตีความโลกเสมือนจริงใน ‘ที่ชอบที่ชอบ’
แล้ว…ถ้าพระเอกไม่ได้ตาย แต่ไม่เคยมีตัวตนอยู่จริงตั้งแต่แรกล่ะ? หากเรื่องราวความรักใน MV ‘ที่ชอบที่ชอบ’ ไม่ได้เกิดขึ้นระหว่างคนสองคนที่ถูกพรากจากกันด้วยความตาย แต่เป็นเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งที่เข้าไปใช้เวลาอยู่กับตัวตนในโลกเสมือนจริง เราก็อาจกำลังมองเรื่องราวนี้ผ่านอีกมุมหนึ่ง นั่นคือความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับเทคโนโลยี
ประเด็นนี้ชวนให้นึกถึงภาพยนตร์ Her (2013) ที่เล่าเรื่องของธีโอดอร์ ชายผู้โดดเดี่ยวจากความสัมพันธ์ที่พังทลาย ก่อนจะตกหลุมรักซาแมนธา ระบบปฏิบัติการ AI ที่เขาพูดคุยด้วยในชีวิตประจำวัน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่อย ๆ เติบโตขึ้นผ่านบทสนทนา การรับฟัง และการแบ่งปันความรู้สึก แม้ซาแมนธาจะไม่มีร่างกายให้สัมผัสได้เลยก็ตาม ขณะที่ Blade Runner 2049 (2017) ก็พาเราไปพบกับ Joi ตัวตนเสมือนที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นเพื่อนและคนรักของมนุษย์ โดยมีประโยค “You look lonely, I can fix that” เป็นภาพสะท้อนของโลกที่เทคโนโลยีสามารถเข้ามาตอบสนองความต้องการทางอารมณ์ได้ราวกับเป็นสินค้า
Blade Runner 2049 (2017)
Her (2013)
สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้โลกในภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องจะเต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า แต่ความเหงาของมนุษย์กลับไม่ได้หายไปไหน ตรงกันข้าม เทคโนโลยีกลับเปิดพื้นที่ให้ผู้คนสร้างความสัมพันธ์ในรูปแบบใหม่ขึ้นมาได้ เราสามารถมีใครสักคนคอยรับฟังโดยไม่ต้องออกไปพบใคร มีคนให้พูดคุยด้วยได้ทุกเวลา หรือแม้แต่มีคนรักที่ปรับตัวเข้ากับความต้องการของเราได้ ความสัมพันธ์เหล่านี้อาจช่วยเติมเต็มความว่างเปล่าในชีวิตได้จริง แต่ขณะเดียวกันก็ชวนให้เราตั้งคำถามว่า เมื่อเราสามารถเลือกเข้าไปอยู่ในโลกที่มีใครสักคนรอเราอยู่เสมอ เราจะยังต้องการความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและข้อจำกัดในโลกจริงมากน้อยแค่ไหน
เมื่อย้อนกลับมาดู MV ‘ที่ชอบที่ชอบ’ อีกครั้ง ช่วงท้ายที่เผยให้เห็นว่า นางเอกกำลังดูเรื่องราวที่อยู่ในโลกเสมือนจริง ได้ทำให้เราต้องทบทวนเรื่องราวทั้งหมดใหม่ เพราะบางทีสิ่งที่เรากำลังดูอาจไม่ใช่ความทรงจำที่มีต่อคนรัก แต่เขาอาจเป็นตัวละครในเกมที่เธอเข้าไปพบเจอครั้งแล้วครั้งเล่าก็ได้ หากเป็นเช่นนั้น ภาพที่เราเข้าใจว่า เป็นเรื่องราวของคนสองคนที่ถูกความตายพรากจากกัน ก็อาจเป็นเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งที่กลับเข้าไปหาตัวตนเดิมในโลกดิจิทัล เพื่อสัมผัสความสัมพันธ์ที่เธอผูกพันด้วยอีกครั้ง
แต่ถ้าพระเอกเป็นเพียงตัวละครในเกม ความเศร้าของนางเอกจะยังเป็นความเศร้าที่จริงแท้อยู่ไหม? การที่ใครสักคนไม่มีตัวตนอยู่จริง จะทำให้ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับอีกฝ่ายกลายเป็นเรื่องหลอกลวงหรือเปล่า? เพราะสิ่งที่นางเอกสัมผัสอาจเป็นความรัก ความคิดถึง และความผูกพันที่เกิดขึ้นจริงภายในใจของเธอ เช่นเดียวกับคนที่ตกหลุมรัก AI หรือตัวละครสมมติ ความสัมพันธ์นั้นอาจไม่มีอีกฝ่ายที่มีชีวิตจิตใจแบบมนุษย์อยู่ตรงข้าม แต่ความรู้สึกของคนที่เข้าไปผูกพันด้วยก็ไม่ได้หายไปเพียงเพราะข้อเท็จจริงข้อนี้
ในแง่นี้ การรักตัวละครสมมติอาจไม่ต่างจากการรักคนที่จากไปแล้ว ตรงที่เราไม่อาจสานต่อความสัมพันธ์กับอีกฝ่ายได้อย่างที่ใจต้องการ นี่อาจเป็นอีกความหมายหนึ่งของ ‘Grief Eater’ หรือ ‘ผู้เสพความเศร้า’ เมื่อการกลับไปพบคนที่คิดถึงไม่ได้ช่วยให้เราก้าวผ่านความรู้สึกนั้น แต่กลับทำให้เราต้องสัมผัสความคิดถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า นางเอกอาจไม่ได้กลับเข้าไปในโลกเสมือนเพื่อหลุดพ้นจากความเศร้า หากแต่ยอมเสพความเศร้านั้นต่อไป เพื่อให้ได้เห็นหน้าคนที่เธอยังรักครั้งแล้วครั้งเล่า แม้จะรู้ดีว่าความสัมพันธ์นี้มีอยู่ได้เพียงในโลกเสมือนก็ตาม เพราะสำหรับเธอแล้ว การต้องเจ็บปวดซ้ำ ๆ อาจยังดีกว่าการไม่มีโอกาสได้พบเขาอีกเลย
‘เทคโนโลยี’ กับ ‘ผี’ หากเรายังเจอกันได้ในโลกเสมือนจริง
แต่สิ่งที่ฉันเจอจริง ๆ ยังเป็น ‘เธอ’ หรือเปล่า
ถึงจะอนุมานว่า บางทีการรักตัวละครสมมติ อาจไม่ต่างจากการรักคนที่ตายไปแล้ว แต่หากมองในแง่ของความเชื่อเรื่อง ‘จิตวิญญาณ’ มันก็น่าคิดว่า สุดท้ายแล้วทั้งสองอย่างนี้จะไม่ต่างกันจริง ๆ หรือ?
ประเด็นนี้ชวนให้นึกถึง Ghost in the Shell (1995) ภาพยนตร์แอนิเมชันไซไฟที่ตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างร่างกาย จิตสำนึก และตัวตน ในโลกที่เทคโนโลยีสามารถสร้างร่างกายเทียมและถ่ายโอนข้อมูลของมนุษย์ได้ แนวคิดเรื่อง ‘โกสต์’ หรือ ‘ผี’ ในเรื่องจึงไม่ได้หมายถึงวิญญาณของคนตายเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นคำที่ใช้เรียกจิตสำนึกซึ่งทำให้ตัวตนหนึ่งแตกต่างจากเครื่องจักรหรือข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นมา
หากขยับจากโลกสมมติมาสู่เรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง เราอาจนึกถึงสารคดี Meeting You (2020) ของสถานีโทรทัศน์ MBC ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งนำเสนอเรื่องราวของจังจีซอง คุณแม่ที่สูญเสียลูกสาววัยเจ็ดขวบชื่อ ‘นายอน’ และได้มีโอกาสพบลูกอีกครั้งผ่านเทคโนโลยี VR โดยทีมงานได้สร้างแบบจำลองสามมิติของเด็กหญิงจากภาพและข้อมูลที่มีอยู่ ก่อนจำลองสวนสาธารณะให้แม่ได้กลับไปพบกับลูกสาวในโลกเสมือนอีกครั้ง และแม้ว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าจะไม่ใช่ร่างกายของนายอนจริง ๆ แต่รูปร่าง น้ำเสียง และท่าทางที่คุ้นเคยก็ทำให้การพบกันครั้งนั้นเต็มไปด้วยความสุขอันสั่นสะเทือนใจ
Ghost in the Shell (1995)
สารคดี Meeting You (2020) โดยสถานีโทรทัศน์ MBC ประเทศเกาหลีใต้
สำหรับผู้ชมบางคน เทคโนโลยีนี้อาจเป็นโอกาสให้คนที่สูญเสียได้สัมผัสช่วงเวลาที่ไม่มีวันเกิดขึ้นอีกในโลกความจริง แต่อีกด้านหนึ่งก็ชวนให้ตั้งคำถามว่า การได้พบคนที่รักผ่านภาพจำลองจะช่วยเยียวยาความสูญเสีย หรือยิ่งทำให้การยอมรับความจริงเป็นเรื่องยากขึ้น เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ลูกสาวที่กลับมามีชีวิตอีกครั้ง แต่เป็นแบบจำลองที่สร้างขึ้นจากข้อมูลของเธอ แม้จะมีรูปร่างและน้ำเสียงที่คุ้นเคยเพียงใด เราก็ไม่อาจยืนยันได้ว่าจิตสำนึกหรือประสบการณ์ภายในของนายอนยังคงอยู่ในตัวตนเสมือนนั้นด้วยหรือไม่
เมื่อมองกลับมาที่ MV ‘ที่ชอบที่ชอบ’ สิ่งที่นางเอกทำก็อาจไม่ต่างจากการกลับไปพบลูกสาวของคุณแม่ใน Meeting You มากนัก หากโลกเสมือนเปิดโอกาสให้เธอได้พบพระเอกอีกครั้ง เธอก็อาจเลือกกลับไปหาตัวตนที่คิดถึง แม้จะรู้หรือไม่รู้ก็ตามว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้นเป็นเพียงภาพจำลอง แต่คำถามสำคัญคือ การกลับไปพบกันเช่นนี้กำลังช่วยให้เธอรับมือกับความสูญเสีย หรือทำให้เธอต้องเผชิญความคิดถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่ากันแน่
ยิ่งไปกว่านั้น หากพระเอกไม่เคยมีตัวตนอยู่จริงตั้งแต่แรก แต่เป็นเพียงตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นในเกม คำถามเรื่องจิตวิญญาณก็ยิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีก เพราะนางเอกไม่ได้กำลังพยายามเรียกคนที่เคยมีชีวิตให้กลับคืนมา แต่กำลังผูกพันกับใครบางคนที่อาจไม่เคยมีตัวตนอยู่นอกโลกเสมือนเลยด้วยซ้ำ ถึงอย่างนั้น ความรู้สึกที่เธอมีต่อเขาก็อาจเป็นเรื่องจริงสำหรับเธอ และการต้องกลับไปพบเขาครั้งแล้วครั้งเล่าก็อาจเป็นหนทางเดียวที่เธอจะยังรักษาความสัมพันธ์นี้เอาไว้ได้
บางทีความเศร้าของนางเอกจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าเธอได้พบพระเอกจริง ๆ หรือไม่ แต่อยู่ที่การต้องเลือกระหว่างการยอมรับว่าเขาอาจไม่มีวันอยู่กับเธอในโลกความจริง กับการกลับไปหาตัวตนเสมือนที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้พบเขาอีกครั้ง และหากเธอเลือกอย่างหลัง เธอก็อาจต้องยอมเสพความเศร้านี้ต่อไป เพื่อแลกกับการได้เห็นหน้าคนที่เธอยังรัก แม้จะไม่มีวันรู้ได้อย่างแน่ชัดว่า สิ่งที่เธอพบตรงหน้านั้นคือ ‘เขา’ จริง ๆ หรือเป็นเพียงสิ่งที่เธอปรารถนาจะให้เป็นเขาก็ตาม
สำหรับเรา ‘ที่ชอบที่ชอบ’ ชวนให้เห็นความเหงาอีกรูปแบบหนึ่งในยุคที่เทคโนโลยีทำให้เราเข้าใกล้สิ่งที่สูญเสียไปได้อีกครั้ง แม้โลกเสมือนจะเปิดโอกาสให้เราได้พบคนที่คิดถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็อาจกลายเป็นพื้นที่ที่ทำให้เราติดอยู่กับความเศร้า เพราะสุดท้ายแล้ว เมื่อกลับสู่โลกความจริง เราก็ยังต้องเผชิญกับการไม่มีเขาอยู่ดี และบางที การได้เห็นคนที่รักอยู่ตรงหน้าในโลกเสมือน แต่ไม่อาจพาเขากลับมาในชีวิตจริงได้ อาจเป็นความเหงาที่เจ็บปวดยิ่งกว่าความตาย
ทว่า…นั่นอาจจะเป็นความเจ็บปวดที่ใครบางคนยอมทนก็เป็นได้ เพราะทางเดียวที่จะได้พบกันใหม่ อาจเป็นไปได้แค่ในความเศร้าเท่านั้น
สามารถฟังเพลง 'ที่ชอบที่ชอบ' กันได้ที่




