ถ้ามีคนถามคุณว่า “ภาพหนึ่งภาพสามารถเล่าเรื่องได้มากแค่ไหน” คุณจะตอบว่าอะไร?
สำหรับ ‘Khemtit’ หรือ ‘เข็มทิศ วิจิตรวิชิตกุล’ ศิลปินผู้หลงใหลการเล่าเรื่องผ่านภาพวาด แต่ละผลงานของเขาเปรียบเสมือนฉากหนึ่งที่เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมเข้าไปตีความและเติมเต็มเรื่องราวด้วยประสบการณ์ของตัวเอง แม้ในช่วงเริ่มต้นภาพยนตร์จะเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่หล่อหลอมวิธีมองภาพและการจัดองค์ประกอบ แต่เมื่อเวลาผ่านไป แรงบันดาลใจของเขาก็ค่อยๆ ขยายไปสู่การเดินทาง หนังสือ ดนตรี ผู้คน เหตุการณ์รอบตัว และบรรยากาศของสถานที่ต่างๆ จนกลายเป็นภาษาทางศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง หลังจากเรียนจบจากภาควิชาภูมิสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และทำงานเป็นภูมิสถาปนิกนานกว่า 7 ปี เขาจึงตัดสินใจออกเดินทางครั้งใหม่ในฐานะศิลปินเต็มตัวตั้งแต่ปี 2022
“เราเริ่มวาดภาพมาตั้งแต่เด็ก ที่บ้านเป็นร้านถ่ายเอกสาร จึงมีกระดาษเหลือใช้อยู่เสมอ มีความทรงจำของการกางกระดาษแผ่นใหญ่บนพื้น แล้ววาดตัวละครต่อสู้กันเต็มหน้าอยู่แทบทุกวัน ช่วงเรียนมัธยมก็ยังคงวาดภาพเรื่อยมา ก่อนจะใช้ทักษะนี้ในการเข้าคณะสถาปัตยกรรม” เข็มทิศเล่า
“พอโตขึ้น ช่วงมหาวิทยาลัย ความสนใจก็เริ่มขยับไปที่ภาพยนตร์ที่ได้ดูเยอะขึ้นในช่วงนี้ โดยเฉพาะภาพยนตร์จากโลกตะวันออกที่ให้ความสำคัญกับบรรยากาศมากกว่าการเล่าเรื่องตรง ๆ ทั้งการวางเฟรม จังหวะของภาพ และรายละเอียดเล็ก ๆ ที่สร้างความรู้สึกโดยไม่ต้องพูดออกมา สิ่งเหล่านี้ทำให้เริ่มมองเห็นว่า ภาพวาดก็สามารถทำหน้าที่คล้ายกันได้ เป็นพื้นที่ที่ความรู้สึกสามารถค่อย ๆ เกิดขึ้น ผ่านแสง องค์ประกอบ และจังหวะของภาพ โดยไม่จำเป็นต้องบอกทุกอย่างออกมาตรง ๆ”
“งานในช่วงแรกเริ่มจากความสนใจในโมเมนต์ที่เหมือนฉากในภาพยนตร์ เป็นภาพวาดที่รวมรายละเอียดเล็ก ๆ ไว้ ให้ค่อย ๆ มองไล่สายตาได้ทั้งภาพ บวกกับพื้นฐานจากการทำงานสถาปัตยกรรม ทำให้สนใจวิธีที่พื้นที่ส่งผลต่อความรู้สึกของคน ทั้งอาคาร ธรรมชาติ ข้าวของรอบตัว และโดยเฉพาะแสง ที่สร้างบรรยากาศของภาพทั้งหมด” เขาอธิบาย
แต่กว่าจะสร้างภาพให้กลายเป็นจังหวะในแบบที่ตัวเองสนใจได้ เข็มทิศก็ต้องทดลองฝึกฝนหลายแบบ เขาแชร์ถึงช่วงของการฝึกว่า “ในช่วงแรกยังไม่ถนัดการลงสีด้วยเทคนิคที่ต้องใช้พู่กัน ไม่ว่าจะเป็นสีน้ำหรืออะคริลิก การได้ลองทำงานบน iPad กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะทำให้การลงสีเป็นไปได้ใกล้เคียงกับสิ่งที่นึกมากขึ้น สามารถลองผิดลองถูกได้ทันที ลบ แก้ และปรับได้ตลอด ทำให้เริ่มสนุกกับการลงสีมากขึ้น และกล้าที่จะทดลองสิ่งใหม่ ๆ”
“ช่วงของการฝึกฝนเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องคิดว่างานจะต้องออกมาดีเพื่อไปแสดงให้ใครดู เป็นช่วงเวลาที่ได้วาดอย่างอิสระ วาดทุกอย่างที่สนใจ สิ่งที่พบเจอในแต่ละวัน ไปเที่ยวก็กลับมาวาด ดูภาพยนตร์หรืออ่านหนังสือก็มาวาด”
“แม้หลายภาพในช่วงฝึกฝนจะยังไม่สมบูรณ์ แต่การได้วาดอย่างต่อเนื่องในลักษณะนี้ กลายเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้เข้าใจเส้น สี และจังหวะของตัวเองมากขึ้น และค่อย ๆ พัฒนาไปเป็นวิธีการทำงานที่ยังคงยึดการทดลองเป็นแกนหลักมาจนถึงปัจจุบัน”
Pamigianer
เขายังแชร์ถึงโปรเจกต์ล่าสุดให้ฟังด้วยว่า “โปรเจกต์ล่าสุดเป็นงานกับ Pamigianer ซึ่งเป็นงานจากต่างประเทศครั้งแรก เป็นโปรเจกต์ภาพประกอบที่เล่าเรื่องผ่านหน้าปกนิตยสารสมมติ ได้แรงบันดาลใจจากนิตยสารอย่าง The New Yorker เพื่อถ่ายทอดบรรยากาศและวัฒนธรรมของเมืองปาร์มา ประเทศอิตาลี”
“สถานที่ที่ได้วาดคือคาเฟ่กลางสวนในเมืองนั้น แม้จะไม่เคยไปจริง แต่กระบวนการรีเสิร์ชและจินตนาการถึงบรรยากาศกลับเป็นสิ่งที่สนุกมาก ทั้งแสงในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ ผู้คนที่มานั่งพักผ่อนใต้ร่มไม้ หญิงสาวในชุดสีแดงกับชายหนุ่มในชุดสบาย ๆ ภาพนี้จึงเหมือนการสร้างช่วงเวลาพิเศษขึ้นมาจากระยะไกล เป็นบรรยากาศที่แม้ไม่เคยไปถึง แต่กลับรู้สึกผูกพัน และอยากไปอยู่ตรงนั้นจริง ๆ ในสักวัน”
Home is Where My Art Is
ภาพนี้เริ่มจากการตั้งคำถามว่า สถานที่แบบไหนที่อยากอยู่อาศัย ทั้งในโลกความเป็นจริงและในใจ สตูดิโอที่อาจไม่ได้เรียบร้อย งานศิลปะวางอยู่ทั่วห้อง และบนผนังเต็มไปหมด แต่กลับสะท้อนความสุขบางอย่าง ความสุขของการยังมีแรงสร้างสรรค์ มีสิ่งที่อยากวาดต่อไป แสงที่ลอดผ่านกระจกบานสูงเข้ามา ทำให้ทั้งพื้นที่อบอุ่นขึ้น เหมือนเป็นภาพของชีวิตอีกแบบหนึ่ง ที่ศิลปะกลายเป็นทั้งที่ยึดเหนี่ยวใจและตัวตน
Pink Bouquet
ภาพนี้เป็นเหมือนการตั้งคำถามกับตัวเองถึงการเลือกเส้นทางชีวิต ในวันที่หลายคนกำลังเดินไปในทิศทางที่ดูมั่นคงกว่า ยังมีความรู้สึกเล็ก ๆ ว่า เราอาจกำลังแตกต่างออกมา แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีความงดงามบางอย่างเกิดขึ้นระหว่างทาง เหมือนหญิงสาวที่ถือช่อดอกไม้สีสด ท่ามกลางผู้คนที่เดินผ่านไปมา เป็นโมเมนต์ที่แต่ละคนน่าจะเคยพบเจอในแบบของตัวเอง
Mr. Postman
เป็นงานที่เริ่มจากการทดลองวาดโดยไม่ตั้งใจ เริ่มจากเปิดแผนที่สตรีทวิวไปเจอหน้าบ้านที่สนใจอยากวาด จึงใช้ลายเส้นขยุกขยุยวาดอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องกังวลกับความถูกต้อง แต่พยายามรักษาอารมณ์ของภาพไว้ งานชิ้นนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทดลองรูปแบบใหม่ และนำไปสู่โอกาสในการทำงานต่อ ๆ มาในปีนี้
Farmhouse
ภาพนี้เป็นผลงานล่าสุดที่เพิ่งวาดเสร็จ ได้แรงบันดาลใจจากบ้านของ Beatrix Potter นักวาดผู้สร้างโลกของ Peter Rabbit สิ่งที่ดึงดูดคือบรรยากาศของชนบทอังกฤษ บ้านฟาร์มเก่า รายล้อมด้วยต้นไม้และสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่ดูเรียบง่ายแต่มีชีวิตชีวา เป็นภาพของโลกที่อ่อนโยนและมีจังหวะของตัวเอง
ในงานชิ้นนี้ได้ลองวิธีการลงสีแบบใหม่ โดยได้รับอิทธิพลจากแนวทางของ Camille Pissarro ใช้การแต้มสีหลายเฉดให้เกิดแสง ความฟุ้ง และมิติของบรรยากาศ แม้ผลลัพธ์จะยังไม่สมบูรณ์นัก แต่ก็ดีใจที่ได้ทดลองและค้นพบอะไรใหม่ ๆ ระหว่างทาง
เข็มทิศยังสรุปทิ้งท้ายถึงอนาคตที่กำลังมุ่งหน้าไปว่า “หลังจากทำงานวาดมาได้ประมาณสามปี เริ่มเห็นขอบเขตของงาน Illustration ที่กว้างขึ้นในต่างประเทศ ทำให้สนใจขยายขอบเขตของงานตัวเองออกไปมากขึ้น จึงเป็นช่วงที่ได้ทดลองสิ่งใหม่ ๆ ทั้งวิธีการวาด การลงสี และเรื่องราวที่อยากเล่า เพื่อดูว่างานสามารถเติบโตไปในทิศทางไหนได้บ้าง เพื่อเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับตัวเองในอนาคต”
“อีกสิ่งหนึ่งที่สนใจคือ Motion Illustration การทำให้งานภาพวาดสามารถเล่าเรื่องได้มากขึ้น และพัฒนางานให้ทำงานร่วมกับแบรนด์ได้อีกมากมาย เป็นอีกอย่างที่สนใจพัฒนาในอนาคต”
หากใครที่สนใจในคอนเซปต์และการทำงานศิลปะในสไตล์ของ Khemtit สามารถติดตามเขาต่อได้ที่ Instragram https://www.instagram.com/khemtit/




