mairuuumaicheee ศิลปินผู้ใช้ความชอบนำทาง และปะติดความป๊อปและความทรงจำ ให้กลายเป็นศิลปะแห่งความรู้สึก

Post on 26 January 2026

หลายครั้ง งานศิลปะมักไม่ได้มาพร้อมคำอธิบายที่ชัดเจนว่าศิลปินกำลังพูดถึงอะไร แต่สิ่งที่ส่งต่อมาถึงผู้ชมได้ง่ายกว่านั้น คือ ‘ความรู้สึก’ และนั่นคือสิ่งที่ ‘มี่มี้ - ธัญวรัตม์ พิสุทธิ์พิทยากุล’ หรือ ‘mairuuumaicheee’ ศิลปินผู้ใช้ความชอบนำทาง สื่อสารออกมาอย่างชัดเจนผ่านงานคอลลาจสีสันสดใสของเธอ ที่เก็บเกี่ยวบรรดาเศษเสี้ยวความทรงจำ และอารมณ์ในชีวิตประจำวันมาปะติดเข้ากันอย่างตั้งใจ จนกลายเป็นงานศิลปะที่เต็มไปด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ จากชีวิตของเธอ

กองบรรณาธิการของเราค้นพบผลงานของเธอผ่านหน้าฟีดของโซเชียลมีเดียในช่วงเช้าวันหนึ่ง ภาพคอลลาจที่เต็มไปด้วยดีเทลของเธอชวนให้พวกเราคุยกันว่า อยากทำความรู้จักกับเธอ และเบื้องหลังวิธีคิดในการทำงานของเธอให้มากขึ้นกว่านี้ และเชื่อว่าคนที่อ่านคอลัมน์ Artist on our radar อยู่เป็นประจำก็น่าจะอยากรู้จักผลงานของเธอเช่นกัน และเมื่อเราทำการนัดหมายถามตอบกันเรียบร้อย มี่มี้ก็เริ่มต้นบทสนทนาแรกด้วยการแนะนำตัวอย่างเป็นกันเอง ก่อนจะพาเราย้อนกลับไปยังช่วงแรก ๆ ของการเริ่มทำงานศิลปะ

“สวัสดีค่ะเราชื่อมี่มี้ อ่านว่า หมี่-มี้ นะคะ มี้เรียนจบจากคณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร ถ้าจะพูดถึงตัวมี้กับศิลปะแล้วล่ะก็ ถือว่ามี้ใช้ชีวิตที่มีสิ่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันมาตั้งแต่จำความได้เลย สำหรับมี้ ศิลปะเป็นเหมือนเงาของตัวเอง เป็นสิ่งที่อยู่คู่กันมาตลอด”

“ช่วงหลังเรียนจบใหม่ ๆ มี้ยังไม่ได้เริ่มต้นเส้นทางในฐานะศิลปินทันที งานแรกที่ทำคือ UX Researcher ก่อนจะขยับมาเป็น Graphic Designer ในสายข่าว และงานล่าสุดก่อนตัดสินใจออกมาเป็นฟรีแลนซ์เต็มตัว คือ Shop Assistant ในสายเครื่องหอม มี้ค่อนข้างชอบที่ตัวเองเลือกทำงานหลาย ๆ แบบที่ตัวเองสนใจ เพราะแต่ละงานที่เราเลือกทำให้แต่ละดีเทลที่ได้เจอหลอมรวมออกมาเป็นเราแบบทุกวันนี้”

“จริง ๆ แล้วมันก็คล้ายกับมุมมองที่มี้มีต่อศิลปะ สำหรับมี้ ศิลปะคือการถ่ายทอดความชอบของตัวเองในแต่ละช่วงชีวิต เป็นมุมมองที่เปลี่ยนแปลงไปตามประสบการณ์ การเติบโต และการได้พบเจอสิ่งต่าง ๆ ระหว่างทาง จะเห็นเลยว่าอาชีพที่เคยทำมาค่อนข้างแรนดอม และที่ผ่านมาไม่เคยมีงานไหนเป็นสายสถาปนิกเลย (หัวเราะ) แม้แต่ตอนฝึกงานก็ยังเลือกไปบริษัทออกแบบนิทรรศการแทน จริง ๆ แล้วก็ยังชอบสถาปัตยกรรมนะคะ เพียงแค่รู้สึกว่าตัวเองเข้ากับการออกแบบในรูปแบบอื่นได้มากกว่า”

“ปัจจุบันมี้ทำงานฟรีแลนซ์อย่างเต็มตัว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่รู้สึกได้กลับมาเป็นตัวเองมากที่สุด จะบอกว่ามีเวลาให้ตัวเองมากขึ้นก็คงไม่เชิงนัก แต่จะบอกว่าไม่มีเวลาเลยก็ไม่ใช่เช่นกัน อาจเพราะเพิ่งเริ่มต้นเส้นทางนี้ได้ประมาณเก้าเดือน ทุกอย่างยังอยู่ในช่วงของการเรียนรู้และขัดเกลาตัวเอง ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป และค่อย ๆ ผลิบานในแบบของตัวเอง”

เราถามมี่มี้ต่อว่า แล้วเธอเริ่มต้นทำงานในนามปากกา mairuuumaicheee มาตั้งแต่เมื่อไร และเพราะอะไรถึงเลือกใช้ชื่อนี้เป็นภาพแทนการทำงานของตัวเอง

เธออธิบายว่า “มี้ว่าต้องเล่าย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยเรียน คือมี้รู้สึกมาตลอดว่าตัวเองค่อนข้าง suffer ทุกครั้งที่ต้องเริ่มต้นโปรเจกต์ใหม่ ๆ โดยเฉพาะในช่วงแรกของการหาคอนเซ็ปต์ให้กับงาน เพราะสำหรับมี้ การหาคอนเซ็ปต์ซึ่งเป็นแก่นของงานนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ (และจนถึงตอนนี้ก็ยังยากอยู่) โดยที่ยังหาสาเหตุชัดเจนไม่ได้ด้วย”

“ด้วยเหตุนี้ งานในทุก ๆ โปรเจกต์ของมี้จึงมักจะมีความชอบของตัวเองแทรกอยู่เสมอ เป็นนิสัยที่ติดมาจากการเรียนสถาปัตยกรรม ที่ทุกองค์ประกอบในงานมักจะถูกอาจารย์ตั้งคำถามถึงเหตุผลและที่มาของการมีอยู่ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การตอบกลับไปว่า “ชอบ” เป็นเหตุผลที่ถูกปัดตกได้ง่ายที่สุดในโลก (หัวเราะ)”

“ซึ่งมี้ต้องขอบคุณอาจารย์ท่านหนึ่งที่มี้ได้เจอตั้งแต่ปี 1 อาจารย์เป็นคนแรก ๆ ที่ถามคำถามนี้กับมี้ และในตอนนั้นมี้ก็อึกอัก ไม่กล้าตอบกลับไป คิดว่าอาจารย์น่าจะมองออกว่าเหตุผลที่ไม่กล้าตอบคืออะไร เขาเลยพูดกับมี้ด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ว่า “แค่ชอบ ก็เป็นเหตุผลแล้วนะ” ประโยคนี้เป็นประโยคที่เปลี่ยนชีวิตของมี้ไปเลยจริง ๆ จนถึงทุกวันนี้ เวลาที่ตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำไมถึงทำงานชิ้นนี้ คอนเซ็ปต์คืออะไร และยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ มี้ก็มักจะนึกถึงประโยคนี้อยู่เสมอ”

“ทั้งหมดที่เล่ามานี่แหละ เลยกลายมาเป็น ไม่รู้ไม่ชี้ (mairuuumaicheee) เพราะสำหรับมี้ แค่อยากทำอะไรก็ทำ เท่านั้นเองค่ะ จริง ๆ ในชีวิตก็มีช่วงใหญ่เหมือนกันที่รู้สึกว่างานมันสะเปะสะปะไปหมด แต่พอมานั่งคิดดู ถ้าเราตัดทุกอย่างทิ้งจนเหลือแค่งานแนวเดียวที่คิดว่าควรจะยึดไว้ คนที่อึดอัดและเสียใจก็คงเป็นตัวเราเอง แล้วพอดีเป็นคนชอบมีความสุขด้วยค่ะ ก็เลยเลือกไม่สนดีกว่า เพราะไม่ว่ายังไง งานที่ออกมาก็ยังเป็นตัวตนของเราอยู่ดี และมี้ก็ภูมิใจในตัวเองมาก ๆ ที่ตัดสินใจแบบไม่รู้ไม่ชี้จริง ๆ (พวกเราเก่งมาก!)” เธอเล่าอย่างอารมณ์ดี

แต่ถึงจะทำงานออกมาในสไตล์ไม่รู้ไม่ชี้ แต่สำหรับมี่มี้เธอก็ค้นพบว่าจริง ๆ แล้วงานของเธอก็มีเอกลักษณ์บางอย่างปรากฎฎอยู่ เธอแชร์ว่า “ในตอนนี้ งานของมี้ส่วนใหญ่จะเป็นแนว คอลลาจ (collage) คือการนำภาพต่าง ๆ มาตัดปะเข้าด้วยกัน ด้วยความที่เป็นคนชอบเสพภาพ ทั้งจากหนังสือและสื่อออนไลน์ เวลาเห็นภาพที่ถูกใจก็มักจะสะสมและเซฟเก็บไว้ ทำให้รู้สึกว่าตัวเองมีคลังสมบัติค่อนข้างเยอะ (คิดเอง) พอสมบัติเยอะก็เลยอยากอวด ประกอบกับการทำงานบนคอมพิวเตอร์ที่สามารถแก้ไขและเติมรายละเอียดได้เรื่อย ๆ งานจึงค่อย ๆ ถูกเพิ่มเลเยอร์จนกว่าจะพอใจ ส่งผลให้งานส่วนใหญ่ออกมาในลักษณะ maximal เต็มไปด้วยดีเทลเล็ก ๆ ในทุกจุด ตามเรื่องราวที่อยากสื่อสารออกไป”

“นอกจากนี้ ยังมีงานประเภท meme ที่ผสมระหว่างคอลลาจกับข้อความที่ relate กับตัวเอง ใช้เล่าอินไซต์หรืออาการต่าง ๆ ของสาวออฟฟิศ (ซินโดรม) ด้วยเช่นกัน โดยจุดเริ่มต้นของการทำงานในสไตล์นี้มาจากตอนเรียนสถาปัตยกรรมค่ะ อย่างที่หลายคนทราบกันดีว่า คณะนี้มีงานค่อนข้างเยอะเมื่อเทียบกับเวลาที่มี นักศึกษาสถาปัตย์หนึ่งคน ต่อหนึ่งโปรเจกต์ ต้องใช้หลายโปรแกรมควบคู่กันในช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งเขียนแบบ ปั้นโมเดล 3D และเรนเดอร์ภาพ perspective การทำทุกอย่างให้เสร็จโดยที่โน้ตบุ๊กไม่ขึ้นแจ้งเตือน is not responding เลย ถือเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์มาก”

“และถ้าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง ๆ เราจะมีตัวเลือกอยู่เพียงสองทาง ซึ่งผลลัพธ์แทบไม่ต่างกัน นั่นคือ ชัตดาวน์แล้วทำใหม่ หรือ รอให้โปรแกรมชัตดาวน์ตัวเอง แล้วทำใหม่อยู่ดี คือไม่ว่าจะทางไหนก็เสียเวลาอยู่ดี ดังนั้นการเลือก ‘ทางหนีตาย’ อื่นจึงเป็นเรื่องปกติ สูตรยอดฮิตของสถาปนิกตัวน้อยก็คือ สูตรคอลลาจ นำภาพอาคารที่ปั้นเสร็จแล้วไปใส่ material และบรรยากาศที่ต้องการใน Photoshop แทนการเรนเดอร์จริง ๆ ซึ่งถือเป็นสกิลพื้นฐานที่นักศึกษาสถาปัตย์ส่วนใหญ่มักมีติดตัว”

“และเพราะประสบการณ์จากการเติบโตมากับการเรียนสถาปัตย์ ผสานกับความชอบในการสะสม ทำให้มี้รู้สึกว่า belong กับงานคอลลาจเป็นพิเศษ โชคดีที่สิ่งที่ชอบ บังเอิญสอดคล้องกับสิ่งที่หล่อหลอมตัวตนขึ้นมาค่ะ”

ในแง่ของการฝึกฝนมี่มี้เล่าว่า “มี้ไม่ได้มีวิธีพิเศษอะไร นอกจากการเสพสื่อเพื่อเปิดมุมมองให้กว้างขึ้น และการลงมือทำ ทำ ทำ และทำ อาจเพราะถูกสอนมาตั้งแต่เด็กว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความพยายามอยู่ที่นั่น เลยทำให้มี้คิดว่า การพยายามอย่างเดียวอาจยังไม่พอ แต่การพยายามให้ตรงจุด จากประสบการณ์ที่เคยพบเจอ จะช่วยพาเราเข้าใกล้ความสำเร็จที่ต้องการได้มากกว่า”

ภาพนี้ คือ โปรเจกต์ล่าสุดที่มี้ทำเป็นงานคอลลาจในธีมคริสมาสต์ค่ะ เป็นเทศกาลที่รู้สึกเชื่อมโยงกับตัวเองมาตั้งแต่เด็ก (ในแง่ของเทศกาล) และด้วยความที่มี้เกิดวันที่ 25 แต่เป็นคนละเดือน ก็เลยชอบคิดเล่น ๆ ว่าวันเกิดของเราน่าจะเป็นญาติห่าง ๆ กับวันคริสมาสต์ (หัวเราะ) และอย่างที่หลายคนคงเคยได้ยินกันว่า คนไทยฉลองแทบทุกเทศกาล

และในทุกเทศกาลก็มักจะมีวัฒนธรรมแบบไทย ๆ ซ่อนอยู่เสมอ มี้เลยหยิบความสนุกตรงจุดนี้ ซึ่งเชื่อว่าหลายคนมีประสบการณ์ร่วมเหมือนกัน มาตีความและออกแบบเป็นงานชิ้นนี้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่บอกเราว่าเข้าสู่ฤดูหนาวของไทยแล้ว อาหารที่มักรับหน้าที่ดูแลทุกวงเลี้ยง กิจกรรมยอดฮิตช่วงสิ้นเดือน ไปจนถึงสิ่งของเล็ก ๆ ที่เห็นแล้วรู้สึกอบอุ่น และรับรู้ได้ทันทีว่าคริสมาสต์กับวันปีใหม่กำลังจะมาถึง มี้อยากชวนทุกคนมาลองมองหาลูกเล่นที่ซ่อนอยู่ในภาพกันด้วยนะคะ

Paris Olympic

ภาพนี้เป็นงานคอลลาจแบบเต็มรูปแบบชิ้นแรกของมี้เลยค่ะ ซึ่งตรงกับตอนที่ Olympic Games Paris 2024 กำลังจัดขึ้นพอดี และก็เป็นช่วงเดียวกับที่มี้กำลังว่าง เพราะรอเริ่มงานใหม่อยู่ด้วย ด้วยความที่เรียนจบสถาปัตยกรรมมา มี้เลยอินกับพิธีเปิดโอลิมปิกปีนี้เป็นพิเศษ การนำพื้นที่ของเมืองและสิ่งปลูกสร้างจริงมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของพิธีเปิด เป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกตื่นตาตื่นใจมาก มี้จึงอยากถ่ายทอดภาพของโอลิมปิกที่ปารีส ซึ่งเราเห็นผ่านหน้าจอ ออกมาในมุมมองที่ตัวเองสนใจ ผ่านงานคอลลาจชิ้นนี้

องค์ประกอบในภาพจะนำเสนอผ่านนักกีฬาจากทุกประเภทกีฬาที่มีการแข่งขัน ผสมผสานเข้ากับองค์ประกอบอันเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม ธรรมชาติ รวมไปถึงประวัติศาสตร์ของกรุงปารีส สำหรับมี้ งานชิ้นนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของ mairuuuumaicheee อย่างแท้จริงเลยค่ะ

อีกองค์ประกอบหนึ่ง เกิดขึ้นจากความรู้สึกที่อยากทำงานเกี่ยวกับดนตรี มี้เลยลองตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ดนตรีแบบไหนที่ยังคงเป็นตัวเราอยู่” และคำตอบนั้นก็พาไปหาเจ้าหญิงแอเรียล ตัวละครเจ้าหญิงที่มี้ชอบมากที่สุดในวัยเด็ก ในเรื่องราวของแอเรียล ดนตรีเป็นแก่นสำคัญ ทั้งความรักในการร้องเพลงของตัวละคร และการแอบบรรเลงดนตรีใต้ท้องทะเลผ่านสัตว์ทะเลหลากหลายชนิด งานชิ้นนี้จึงออกมาในรูปแบบของภาพที่มีสัตว์ทะเลเป็นองค์ประกอบหลัก โดยมีเครื่องดนตรีเป็นส่วนหนึ่งของท่าทางหรือร่างกายของพวกมัน ภาพรวมของงานตั้งใจให้ดูหม่นลงเล็กน้อย เพื่อให้สอดคล้องกับเส้นเรื่องและอารมณ์ระหว่างทางที่ต้องการเล่า

Dog Planet

จริง ๆ แล้วคอนเซ็ปต์เรื่องหมาเป็นสิ่งที่มี้ตั้งใจอยากทำมานานมาก แต่เพิ่งจะมีเวลาได้ลงมือจริง ๆ ด้วยความที่เป็นคนรักหมามาก ๆ เลยอยากมีชิ้นงานที่เล่าเรื่องของน้องหมาล้วนสักชิ้นหนึ่ง

ในช่วงแรกของการทำ ยังไม่ได้มีภาพในหัวที่ชัดเจนว่ารายละเอียดในภาพควรจะมีอะไรบ้าง มีเพียงภาพรวมว่าอยากให้น้องหมาในงานมีความสุข สนุก และสดใส จนกระทั่งออกแบบไปได้สักระยะ และเริ่มเห็นภาพรวมของงานชัดขึ้น คอนเซ็ปต์ของภาพจึงตกผลึกออกมาเป็น ‘ดาวหมา’ สถานที่ในจินตนาการที่เราอยากให้พวกเขามีความสุข มีเพื่อน ไม่เหงา และยังแอบคิดถึงเราอยู่บ้าง

ภายในภาพ มี้ใส่องค์ประกอบต่าง ๆ เข้าไปให้สอดคล้องกับภาพของดาวหมาในแบบที่ตัวเองจินตนาการไว้ ไม่ว่าจะเป็นแก๊งน้องหมา ทุ่งหญ้ากว้าง แอ่งน้ำ ของเล่นหรือของที่พวกเขาชอบ ไปจนถึงอาหารที่กินแล้วแข็งแรง เพื่อให้ภาพนี้เป็นพื้นที่แห่งความสุขที่มี้อยากส่งต่อให้กับน้องหมาทุกตัว

BirthDay Wishes

ภาพนี้ทำเพื่อขอพรในวันเกิดตัวเองค่ะ เหตุเกิดจากวันเกิดปีที่แล้วทำแบบนี้แล้วพรดันเป็นจริงทุกข้อ ปีนี้เลยทำอีกค่ะ (หัวเราะ) คอนเซ็ปต์หลักของภาพคือ Make every 25th of the month feel like Christmas.

เรายังชวนมี่มี้ให้สรุปทิ้งท้ายถึงอนาคตของ mairuuumaicheee ซึ่งเธอก็ตอบให้ฟังแบบสนุก ๆ ว่า “นั่นสิคะ (หัวเราะ) ตอนนี้ยังไม่เห็นทิศทางเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนนัก แต่มี้คิดว่าน่าจะยังคงทำงานแนว คอลลาจ และ มีม เป็นหลัก ภายใต้เงื่อนไขสำคัญคือ ตัวเองยังมีความสุขกับการทำมันอยู่ ช่วงนี้เลยเหมือนกำลังอยู่ในระยะของการบาลานซ์ ระหว่างศิลปะที่เราทำแล้วชอบ กับศิลปะภายใต้ระบบทุนนิยม ซึ่งก็ยอมรับว่าค่อนข้างเหนื่อยเหมือนกัน (หัวเราะ)”

“แต่ถ้าเป็นภาพความฝันในอนาคต กลับค่อนข้างชัดเจนมาก มี้อยากมีสตูดิโอและร้านเล็ก ๆ เป็นของตัวเอง ที่ผสมผสานงานออกแบบของมี้เข้ากับร้าน thrift shop เพราะอยากเล่าเรื่องราวของสิ่งของแต่ละชิ้น ผ่านงานศิลปะในแบบของตัวเอง”

เรียกว่าทิ้งท้ายแบบไม่ทิ้งลายความ mairuuumaicheee เพราะบางทีการทำงานให้สนุกอาจไม่ได้อยู่ที่การพยายามให้คำตอบกับทุกอย่าง แต่อยู่ที่การยอมรับความชอบ และการเติบโตไปพร้อมมันแบบปล่อยจอยได้แบบไม่ซีเรียส

เรายังชวนมี่มี้ให้สรุปทิ้งท้ายถึงอนาคตของ mairuuumaicheee ซึ่งเธอก็ตอบให้ฟังแบบสนุก ๆ ว่า “นั่นสิคะ (หัวเราะ) ตอนนี้ยังไม่เห็นทิศทางเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนนัก แต่มี้คิดว่าน่าจะยังคงทำงานแนว คอลลาจ และ มีม เป็นหลัก ภายใต้เงื่อนไขสำคัญคือ ตัวเองยังมีความสุขกับการทำมันอยู่ ช่วงนี้เลยเหมือนกำลังอยู่ในระยะของการบาลานซ์ ระหว่างศิลปะที่เราทำแล้วชอบ กับศิลปะภายใต้ระบบทุนนิยม ซึ่งก็ยอมรับว่าค่อนข้างเหนื่อยเหมือนกัน (หัวเราะ)”

“แต่ถ้าเป็นภาพความฝันในอนาคต กลับค่อนข้างชัดเจนมาก มี้อยากมีสตูดิโอและร้านเล็ก ๆ เป็นของตัวเอง ที่ผสมผสานงานออกแบบของมี้เข้ากับร้าน thrift shop เพราะอยากเล่าเรื่องราวของสิ่งของแต่ละชิ้น ผ่านงานศิลปะในแบบของตัวเอง”

เรียกว่าทิ้งท้ายแบบไม่ทิ้งลายความ mairuuumaicheee เพราะบางทีการทำงานให้สนุกอาจไม่ได้อยู่ที่การพยายามให้คำตอบกับทุกอย่าง แต่อยู่ที่การยอมรับความชอบ และการเติบโตไปพร้อมมันแบบปล่อยจอยได้แบบไม่ซีเรียส
.
ถ้าใครชอบงานสไตล์นี้ ก็สามารถตามไปให้กำลังใจคุณมี่มี้และติดตามผลงานของเธอต่อได้ที่ Instragram https://www.instagram.com/mairuuumaicheee/ กันได้เลย!