DUNE :Part One ปริศนาจากพระเจ้า ที่ทำให้อำนาจทางการเมืองต้องสั่นคลอน

Post on 24 January

มหากาพย์บนความเวิ้งว้างที่มองไปทางไหนก็มีแต่สีเหลืองทองตัดกับเส้นขอบฟ้า ในนวนิยายวิทยาศาสตร์ ปี 1965 ของ Frank Herbert นักเขียนชาวอเมริกัน ที่ได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสาร Analog ก่อนจะต่อยอดมาเป็น Dune saga หนึ่งในนวนิยายที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ส่งต่ออิทธิพลถึงศิลปินและนักทำหนังมากมายไม่ว่าจะเป็น Alejandro Jodorowsky หรือ DUNE (1984) ในเวอร์ชั่นของ David Lynch จนนำมาสู่ปฐมบทสุดยิ่งใหญ่ครั้งใหม่บนจอภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ผ่านรสมือการกำกับของ ​Denis Villeneuve ผู้กำกับมากความสามารถชาวฝรั่งเศส-แคนาดา ที่เคยฝากผลงานดังเอาไว้มากมาย อาทิ Prisoners (2013), Arrival (2016) และ Blade Runner 2049 (2017)

เรื่องราวของเนินทรายที่ตั้งอยู่ในอนาคตอันไกลลิบลิ่ว ท่ามกลางจักรวรรดิระหว่างดวงดาวซึ่งพยายามแย่งชิงทรัพยากร และอำนาจศักดินา กำลังจะเปลี่ยนไปเมื่อ Paul Atreides (Timothée Chalamet) ทายาทแห่ง House of Atreides ถูกเลือกให้มีนิมิตหยั่งรู้อนาคต นำไปสู่การเดินทางครั้งสำคัญ ที่พา Paul คืนสู่ถิ่นชาว Fremen กลุ่มคนผู้ซึ่งเคารพผืนทรายเท่าชีวิต เพื่อปลดปล่อยผู้คนออกจากอำนาจข่มเหงของ Baron Harkonnen

ตลอดเวลากว่าสองชั่วโมง ภาพยนตร์พาผู้ชมไปสำรวจห้วงความฝันปริศนาของ Paul ที่เผยให้เห็นเศษเสี้ยวใบหน้าและท่าทางของหญิงสาวแปลกหน้าท่ามกลางลมพัดพริ้วกลางทะเลทราย ชวนให้ผู้ชมอย่างเราลุ่มหลงและสับสนไปพร้อมตัวละคร ขนาบข้างกับการเดินทางบนเส้นเรื่องตามไทม์ไลน์เวลา ซึ่งบอกเล่าถึงการต่อสู้ทางการเมืองที่มีเหมือนพาเรากลับไปยังยุคล่าอาณานิคม สิ่งนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ‘การเมือง’ เกี่ยวข้องกับ DUNE โดยตรง ตั้งแต่เรื่องการแบ่งชนชั้นระหว่างผู้ปกครองและผู้ใต้ปกครอง อำนาจทางศาสนา การเก็บเกี่ยวทรัพยากร การพัฒนาเทคโนโลยี ไปจนถึงสภาพจิตใจของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นความโลภ หรือความหวาดระแวง ที่นำมาสู่ความ ‘อันตราย’ ในทุกหนทุกแห่งของภาพยนตร์ไม่เว้นแม้แต่กับคนใกล้ตัว

แม้ว่าเรื่องราวอันซับซ้อนในนิยายของ Herbert จะแฝงด้วยแนวคิดตามคริสตศาสนาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ Villeneuve ก็ยังคงผสมผสานเศษเสี้ยวทางศาสนาในภาพยนตร์เรื่องก่อน ๆ ของเขา เข้ากับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่องล่าสุด โดยเฉพาะมุมมองต่อการไถ่บาปและการเป็นผู้ถูกเลือกตามคติความเชื่อ ที่ส่งต่อจาก Blade Runner 2049 (2017) ถึง Paul Atreides (Timothée Chalamet) อีกทั้งท่าทางของ Leto Atreides ยังทำให้นึกถึงการเป็นตัวตายตัวแทนพระคริสต์จาก Prisoners (2013) นอกจากนี้ การออกแบบฉากอันอลังการงานสร้างที่เผยให้เห็นพื้นที่กว้างใหญ่ จนทำให้ผู้คนดูตัวเล็กลง ยังสามารถอธิบายได้ถึงอำนาจของธรรมชาติและสิ่งที่อยู่เหนือกว่ามนุษย์จะควบคุมได้ ในแง่หนึ่ง เจ้าหนอนทะเลทรายยักษ์หน้าตัดทรงกลมสุดตระการตาเอง ก็ได้ชวนให้เราย้อนกลับไปหายานรูปร่างแปลกตาใน Arrival (2016) ซึ่งเป็นเหมือนตัวแทนของพระเจ้าผู้มาเยือน ด้วยเช่นกัน

ภายใต้โครงข่ายอันซับซ้อนในนิยายของ Herbert ทำให้เห็นชัดเจนถึงความพยายามของ Villeneuve ที่ต้องการเล่าเรื่องให้ผู้ชมสามารถจับใจความได้อย่างง่ายที่สุดผ่านความสละสลวยด้านภาพ เสียง เสื้อผ้า และฉากในเรื่อง รวมถึงท่าทีการเล่าเรื่องที่ดำเนินไปอย่างไม่รีบร้อน เพื่อให้ผู้ชมสามารถจำและเก็บเกี่ยว ซึมซับไปกับตัวละคร ก่อนที่เรื่องราวจะเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ในภาคต่อไป เพราะนี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของมหากาพย์ครั้งใหญ่เท่านั้น

รับชม DUNE ได้แล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์
คลิกเพื่อรับชมตัวอย่างภาพยนตร์