PARAMITA.OBJECTS ร้านขายของทำมือสารพัดใช้จากเชียงใหม่ ที่หยิบร่องรอยของพื้นถิ่นไทยมาตีความใหม่ให้ร่วมสมัยกว่าเดิม

Post on 6 November 2026

‘PARAMITA.OBJECTS’ คือร้านขายของชิ้นเล็ก ๆ จากเชียงใหม่ ที่ก่อตั้งโดย กอนอู คิม (Geonwoo Kim) (เกาหลี) และ คิรินชญา คิม (ไทย) สิ่งที่ทุกคนจะได้พบเจอในร้านแห่งนี้ มีตั้งแต่ถ้วย จาน ชาม ชุดช้อนส้อม ไปจนถึงกระเป๋าผ้า งานพิมพ์ และของแต่งบ้านน่ารัก ๆ สารพัดสิ่ง เพราะที่นี่คือ ร้านที่คัดสรรงานคราฟต์และผลงานจากนักออกแบบอิสระเป็นหลัก

ในคอลัมน์ Brands on our radar ประจำสัปดาห์นี้ เราได้ชวนทีม ‘PARAMITA.OBJECTS’ มาพูดคุยกันถึงเบื้องหลังการสร้างแบรนด์ ที่หยิบเสน่ห์ของสินค้าทำมือพื้นถิ่นจากเชียงใหม่ มานำเสนอในแบบที่ร่วมสมัยตามสไตล์ของตัวเอง เพื่อเจาะลึกถึงเบื้องหลังการคัดสรร เอกลักษณ์ และความตั้งใจ ที่อยากทำให้ข้าวของชิ้นเล็ก ๆ คุ้นใจ ดูน่าสนใจมากขึ้นกว่าเดิม

รากฐานที่มาของความสนใจ มาจากมุมมองการคัดสรรของผู้ก่อตั้งทั้งสองคน โดยเดิมทีก่อนที่จะมาสร้างแบรนด์ด้วยกัน กอนอูเคยเรียนด้านการกำกับภาพยนตร์ที่ประเทศเกาหลีมาก่อน และหลังจากนั้นก็ทำงานเป็นผู้กำกับโฆษณาและวิดีโอ เขาทำงานเกี่ยวกับการสร้างภาพและฉากต่าง ๆ มาเป็นเวลานาน แต่หลังจากเริ่มใช้ชีวิตที่เชียงใหม่ ก็เริ่มสนใจสิ่งของที่สามารถสัมผัสได้จริง และอยู่กับผู้คนในชีวิตประจำวันได้นาน มากกว่าภาพที่อยู่เพียงบนหน้าจอ

ส่วนฝั่งของคิรินชญา เธอได้เรียนจบมาทางด้านการออกแบบที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก่อนจะเริ่มสร้างแบรนด์ Ma Jham ของตัวเองขึ้นมา ประสบการณ์นี้ทำให้เธอใส่ใจทั้งการออกแบบและผู้คนเบื้องหลังชิ้นงาน ในมุมมองของเธอ เสน่ห์ของเชียงใหม่คือสิ่งที่อยู่ในวิถีชีวิต วัฒนธรรม และฝีมือของผู้คนที่หล่อหลอมงานคราฟท์แต่ละชิ้น และนั่นคือเรื่องราวที่เธออยากถ่ายทอดผ่านการคัดสรรงานใน PARAMITA.OBJECTS

ด้วยเหตุนี้ เวลาที่ทั้งสองคนเดินทางหรือเดินสำรวจย่านใหม่ ๆ เลยมักจะชอบมองหาร้านเล็ก ๆ ตลาด หรือของจากตลาดท้องถิ่นที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก มากกว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง จากนั้นจึงเกิดความคิดขึ้นว่า ถ้าเรานำสิ่งของที่เราชอบมาอยู่รวมกันในพื้นที่เดียวจะเป็นอย่างไร และนั่นก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ PARAMITA.OBJECTS นั่นเอง และในปัจจุบัน แบรนด์ก็ได้นำเสนองานคราฟต์และของใช้ในชีวิตประจำวันที่ผลิตขึ้นในเชียงใหม่เป็นหลัก พร้อมกับค่อย ๆ พัฒนาสินค้าที่แบรนด์ออกแบบและผลิตขึ้นเองไปพร้อมกัน

**แบรนด์ Ma Jham ของ คิรินชญา คิม**

แบรนด์ Ma Jham ของ คิรินชญา คิม

**PARAMITA.OBJECTS**

PARAMITA.OBJECTS

ทางแบรนด์เล่าว่า “เชียงใหม่มีของดีอยู่มากมาย เมื่อเราเห็นพ่อค้าแม่ค้าในตลาดใช้เวลานอกเหนือจากงานหลัก ค่อย ๆ ทำของแต่ละชิ้นด้วยมืออย่างตั้งใจ เรารู้สึกว่าสิ่งของเหล่านี้ควรได้รับการนำเสนอให้คนรู้จักมากขึ้น แต่สิ่งที่เราสนใจไม่ได้มีเพียงความดั้งเดิมเท่านั้น แทนที่จะนำเสนอวิธีการแบบเก่าหรือองค์ประกอบท้องถิ่นในรูปแบบเดิม เราสนใจมากกว่าว่าจะทำให้สิ่งเหล่านั้นดูสดใหม่และมีเสน่ห์ในชีวิตปัจจุบันได้อย่างไร”

“ในร้านของเรามีสินค้าหลายชิ้นที่นำวัสดุหรือวิธีการผลิตแบบดั้งเดิมมาตีความใหม่ผ่านรูปทรงและสีสันร่วมสมัย เราชอบช่วงเวลาที่สิ่งของคุ้นตากลับให้ความรู้สึกแปลกใหม่ เพียงเพราะเติมสีสันที่ไม่คาดคิดลงไป หรือปรับสัดส่วนและรายละเอียดของรูปทรงเดิมเพียงเล็กน้อย แต่กลับทำให้สิ่งของชิ้นนั้นให้ความรู้สึกแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง”

“สำหรับที่มาของชื่อ PARAMITA.OBJECTS มาจากคำภาษาสันสกฤต ‘Pāramitā’ หรือ ‘ปารมิตา’ ซึ่งมักตีความได้ในความหมายของ ‘ความสมบูรณ์’ หรือ ‘การข้ามไปสู่อีกฝั่งหนึ่ง’ สำหรับเรา ความหมายนี้เชื่อมโยงกับการไม่หยุดมองสิ่งที่คุ้นเคยอยู่ในกรอบเดิม แต่ลองก้าวต่อไปอีกหนึ่งก้าวเพื่อค้นหาความเป็นไปได้ใหม่ เราจึงไม่ได้อยากรวบรวมเพียงของที่ดูเป็นเชียงใหม่ แต่อยากถ่ายทอดสัมผัสที่ดี ร่องรอยของงานฝีมือ และสิ่งที่เราค้นพบในเชียงใหม่ ผ่านสีสันและมุมมองในแบบของ PARAMITA.OBJECTS”

“เรามีทั้งสินค้าที่ทำขึ้นเองและสินค้าที่คัดสรรมาจาก maker คนอื่น แต่ไม่ว่าจะเป็นสินค้าแบบไหน เกณฑ์ที่เราใช้เลือกก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก สิ่งแรกที่เรามองคือรูปทรง สี และเทคนิค เราชอบสิ่งของที่ดูน่าสนใจตั้งแต่แรกเห็น และเมื่อมองใกล้ ๆ ก็ยังมีรายละเอียดให้ค้นพบอยู่เสมอ นอกจากนี้ เรายังมักสนใจสิ่งของที่นำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน มากกว่าสิ่งของที่มีไว้เพื่อการตกแต่งเพียงอย่างเดียว”

“แน่นอนว่า วัสดุและวิธีการผลิตก็สำคัญ แต่เราไม่ได้เลือกสินค้าเพียงเพราะใช้วัสดุที่ดี หรือเป็นงานแฮนด์เมดเท่านั้น ท้ายที่สุดแล้ว คำถามสำคัญของเราค่อนข้างเรียบง่ายว่า เราอยากวางสิ่งนี้ไว้ในบ้านของตัวเองไหม? เวลาที่เราทำสินค้าขึ้นเอง เราก็ใช้หลักคิดเดียวกัน”

“เราพยายามไม่ทำให้รูปทรงซับซ้อนจนเกินไป แต่สร้างความรู้สึกแบบ PARAMITA.OBJECTS ผ่านสีสันและรายละเอียดแทน เราไม่อยากให้สิ่งของต้องอาศัยคำอธิบายมากเกินไป ส่วนเอกลักษณ์ของแบรนด์นั้น เราคิดว่า เป็นเรื่องยากที่จะนิยาม PARAMITA.OBJECTS ด้วยคำเพียงคำเดียว แต่ถ้าจะให้อธิบาย ก็คงเป็นความอบอุ่น และมีความแปลกตาอยู่เล็กน้อย”

“เราชอบสิ่งของที่ยังคงมีร่องรอยของการทำด้วยมือ มากกว่าสิ่งที่สมบูรณ์แบบหรือผ่านการขัดเกลาจนเกินไป และมักถูกดึงดูดด้วยการจับคู่สีที่คาดไม่ถึง มากกว่าการเลือกใช้สีที่ดูสงบและปลอดภัยเกินไป ขณะเดียวกัน เราไม่ได้ตั้งใจทำให้สิ่งของต้อง ‘ดูเป็นไทย’ หรือ ‘ดูเป็นเชียงใหม่’ อย่างชัดเจน เพราะเราไม่อยากนำความเป็นท้องถิ่นมาใช้เป็นเพียงสไตล์หนึ่งเท่านั้น แต่อยากให้ของดีที่ถูกสร้างสรรค์และใช้งานจริงในพื้นที่แห่งนี้ได้รับการมองเห็นในแบบที่เผยให้เห็นความสวยงามและเสน่ห์ของมัน”

“เวลาที่คนนึกถึง PARAMITA.OBJECTS เราไม่ได้อยากให้พวกเขาจำได้เพียงสินค้าชิ้นใดชิ้นหนึ่ง แต่อยากให้รู้สึกว่า ถ้าไปที่นั่น อาจได้เจอของที่แตกต่างออกไปนิดหน่อย หรือ ของธรรมดาก็อาจมองเห็นได้ในอีกมุมหนึ่ง”

PARAMITA.OBJECTS ยังเล่าถึงโปรเจกต์ล่าสุดให้ฟังด้วยว่า “ตอนนี้เรากำลังพัฒนางานพิมพ์หลายชิ้นที่หยิบวิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทยมาเล่าผ่านมุมมองของคนในพื้นที่ จุดเริ่มต้นมาจากการสังเกตสิ่งรอบตัวในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน การใช้ชีวิต หรือกิจกรรมที่เราพบเห็นจนคุ้นเคย”

“เราอยากนำสิ่งเหล่านี้มาตีความใหม่ เพื่อให้คนที่มาเที่ยวได้เห็นประเทศไทยในอีกมุมหนึ่ง ไม่ใช่แค่ภาพจำที่นักท่องเที่ยวคุ้นเคย แต่เป็นรายละเอียดในชีวิตประจำวันที่ผู้คนในพื้นที่พบเจอและใช้ชีวิตอยู่ด้วยจริง สำหรับโปรเจกต์นี้ เราอยากทดลองเล่าเรื่องเหล่านี้ให้น่าสนุกและร่วมสมัยขึ้น ผ่านภาพ สีสัน และงานพิมพ์ในแบบของ PARAMITA.OBJECTS”

“ในช่วงแรก เราให้ความสำคัญกับการค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบ และจนถึงตอนนี้ สิ่งนั้นก็ยังเป็นเกณฑ์สำคัญที่สุดของเรา แต่หลังจากเปิดร้านและได้พบปะผู้คนจากหลากหลายประเทศ เราก็เริ่มสนใจความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งของกับผู้คนมากขึ้น”

“เรารู้สึกว่าน่าสนใจทุกครั้งที่มีใครสักคนหยุดมองสินค้าที่เราเองก็ไม่คิดว่าจะได้รับความสนใจ หรือเมื่อคนจากอีกวัฒนธรรมหนึ่งมองเห็นความทรงจำของตัวเองผ่านสิ่งของบางชิ้น ช่วงเวลาแบบนี้ทำให้เรารู้สึกว่า PARAMITA.OBJECTS กำลังเป็นมากกว่าแบรนด์สินค้า ขณะเดียวกัน พื้นที่ภายในร้านก็ค่อย ๆ กลายเป็นเหมือนงานชิ้นหนึ่งที่ผ่านการคัดสรรและเรียบเรียงขึ้นอย่างตั้งใจ”

“สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปมากที่สุดคือ PARAMITA.OBJECTS ไม่ได้สะท้อนเพียงสิ่งที่เราสองคนชอบอีกต่อไป แต่รสนิยมและเรื่องราวของ maker ศิลปิน ทีมที่เรารัก รวมถึงผู้คนที่เราได้พบเจอในเมืองนี้ ต่างค่อย ๆ หลอมรวมเข้าด้วยกัน และทำให้ PARAMITA.OBJECTS เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ”

ผ้ารองจานจากผ้าธรรมชาติ

คอลเลกชันนี้เริ่มจากการนำวัตถุดิบที่ใช้ประกอบอาหารมาตีความเป็นลวดลายบนผ้ารองจาน ปัจจุบันมีทั้งปลา กุ้ง และหมึก สิ่งที่เราสนใจคือวัตถุดิบเหล่านี้ไม่ได้ผูกอยู่กับอาหารของพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการกินในหลากหลายประเทศทั่วโลก

แม้แต่ละพื้นที่จะมีวิธีปรุงอาหาร รสชาติ และธรรมเนียมบนโต๊ะอาหารแตกต่างกัน แต่อาหารก็ยังเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าหากันได้ สำหรับเรา คอลเลกชันนี้จึงไม่ได้พูดถึงเพียงรูปแบบและลวดลาย แต่ยังชวนมองความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนผ่านสิ่งธรรมดาที่เราต่างพบเจอร่วมกันบนโต๊ะอาหารด้วย

12 นักษัตรล้านนา

โปรเจกต์นี้เริ่มจากความสนใจในเรื่อง 12 นักษัตรแบบล้านนา ซึ่งมีรายละเอียดบางอย่างแตกต่างจากนักษัตรที่หลายคนคุ้นเคย หนึ่งในนั้นคือการใช้ ‘ช้าง’ แทน ‘หมู’ ซึ่งสำหรับเราก็เป็นรายละเอียดที่เชื่อมโยงกับเชียงใหม่ได้อย่างน่าสนใจ เพราะช้างเป็นสัตว์ที่มีความสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของพื้นที่มายาวนาน

อีกสิ่งหนึ่งที่เราสนใจคือ ไม่ว่าผู้คนจะมาจากที่ไหน หลายคนมักมีความรู้สึกสนุกกับการค้นหาปีนักษัตรของตัวเองอยู่เสมอ เราจึงอยากนำเรื่องที่มีรากอยู่ในวัฒนธรรมท้องถิ่นมาตีความให้เข้าถึงง่ายขึ้น และพัฒนาต่อเป็นโปรดักส์ที่สามารถอยู่ในชีวิตประจำวันได้ เช่น โคมไฟกระดาษที่ตกแต่งด้วยภาพ 12 นักษัตรล้านนา

เครื่องครัวจากวัสดุใกล้ตัว

โปรเจกต์นี้เกิดจากความสนใจในวัสดุธรรมดาที่เราคุ้นเคย เช่น ไม้สัก ด้ายย้อมสีธรรมชาติ และใยมะพร้าว แล้วลองนำวัสดุเหล่านี้มาผสมผสานกันใหม่ เพื่อสร้างของใช้ในครัวที่ยังคงใช้งานได้จริง แต่มีรายละเอียดที่สนุกและร่วมสมัยขึ้น

อย่างช้อนไม้สัก เรานำด้ายหลากสีมาพันบริเวณด้าม เพื่อเพิ่มสีสันเล็ก ๆ ให้กับโต๊ะอาหาร ส่วนใยมะพร้าวที่เหลือหลังจากใช้เนื้อและน้ำแล้ว ก็นำมาพัฒนาเป็นอุปกรณ์สำหรับขัดล้างภาชนะ และตกแต่งด้วยด้ายที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ

สิ่งที่เราชอบในโปรเจกต์นี้คือการได้กลับมามองวัสดุที่คุ้นเคยด้วยสายตาใหม่ แล้วถามตัวเองว่าสิ่งธรรมดาเหล่านี้จะถูกต่อยอดให้ทั้งน่าใช้ มีบุคลิก และมีคุณค่าเพิ่มขึ้นได้อย่างไร โดยที่ยังคงเคารพธรรมชาติเดิมของวัสดุอยู่ค่ะ

“ในอนาคต เราอยากเพิ่มทั้งสินค้า Original และสินค้า Collaboration โดยนำวัสดุและเทคนิคที่หาได้ทั่วไปในเชียงใหม่และภาคเหนือของไทย เช่น ไม้ เซรามิก และผ้า มาสร้างสรรค์สินค้าร่วมกับศิลปินท้องถิ่น ขณะเดียวกัน เราก็ไม่อยากจำกัดตัวเองอยู่แค่ในประเทศไทย แต่อยากเชื่อมต่อกับแบรนด์ขนาดเล็กและศิลปินจากเมืองหรือประเทศอื่นอย่างเป็นธรรมชาติด้วย”

“เราคิดว่า คงเป็นเรื่องสนุกที่ได้เห็นสินค้าซึ่งทำขึ้นในเชียงใหม่ไปอยู่ในบ้านสักหลังในเอเชียหรือยุโรป และในทางกลับกัน ก็ได้เห็นงานชิ้นเล็กจากเมืองอื่นเข้ามาอยู่ใน PARAMITA.OBJECTS เช่นกัน ในระยะยาว เราไม่อยากให้ PARAMITA.OBJECTS เป็นเพียงร้านขายของ แต่อยากให้ค่อย ๆ เติบโตเป็นแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้เราได้ค้นพบ สร้างสรรค์ และนำเสนอสิ่งของ รวมถึงเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากันในบางครั้ง”

“ไม่ว่าแบรนด์จะเติบโตขึ้นไปมากแค่ไหน มีสิ่งหนึ่งที่เราอยากรักษาไว้เสมอ นั่นคือการเลือกนำเสนอเฉพาะงานและสิ่งของที่เราชอบจริง หลักการนี้เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เราเริ่มต้น PARAMITA และเป็นสิ่งที่เราอยากยึดถือไว้ให้นานที่สุด” ทีม PARAMITA.OBJECTS กล่าวทิ้งท้าย

สามารถติดตามหรืออุดหนุน ‘ PARAMITA.OBJECTS’ ได้ที่: https://www.instagram.com/paramita.objects/