บางครั้งการมองสิ่งของหรือสินค้าแต่ละชิ้น เราอาจไม่ได้เห็นเพียงเรื่องของฟังก์ชัน ราคา หรือความสวยงาม แต่เป็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังทุกทรวดทรงเหล่านั้น ที่เชื่อมโยงให้นึกถึงกระบวนการคิดเบื้องหลัง ความตั้งใจ และมุมมองการใช้ชีวิตของผู้สร้าง ที่ประกอบร่างไอเดียขึ้นมาจนกลายเป็นสิ่งต่าง ๆ และตกผลึกออกมาเป็น ‘แบรนด์’ ที่มีความเฉพาะตัว
วันนี้ GROUNDCONTROL เลยอยากชวนทุกคนมาสนุกกับการมองทะลุดีไซน์และกระโจนลงไปขุดคุ้ยเบื้องหลังของ ‘แบรนด์’ รุ่นใหม่ ตั้งแต่เล็ก กลาง ใหญ่ ผ่านคอลัมน์ใหม่แกะกล่องอย่าง ‘Brands on our radar’ ที่ทางกองบรรณาธิการจะร่วมกันคัดสรรแบรนด์ที่น่าจับตามอง พร้อมชวนคนเบื้องหลังมาเล่าถึงจุดเริ่มต้น กระบวนการคิดและวิธีทำงานระหว่างทาง ตลอดจนทิศทางที่อยากพาแบรนด์ก้าวต่อไปในอนาคต
และแบรนด์แรกที่เราขอพามาเจิมเพื่อประเดิมเปิดตัวคอลัมน์ ก็คือ ‘Unito’ แบรนด์เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์สำหรับกิจกรรมกลางแจ้งสุดคูล ที่ตั้งต้นมาจากความอินในวัฒนธรรมตั้งแคมป์ ที่เปิดโอกาสให้มีเวลาสังเกตสิ่งของรอบตัวโดยไม่รู้ตัว ก่อนที่การสังเกตจะแปรเปลี่ยนเป็นการตัดสินใจออกนอกกรอบ ลองเพิ่มฟังก์ชันให้ของใช้ธรรมดา กลายเป็นสิ่งที่มากกว่าธรรมดาจนยูนีค
ผู้ที่อยู่เบื้องหลังแบรนด์ ‘Unito’ นี้ก็คือ ‘บอน - นัฐพล พูนพิริยะ’ Graphic Designer และ Creative Director ผู้คร่ำหวอดในวงการออกแบบมากว่า 20 ปี และยังเคยเป็นอาจารย์พิเศษที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ก่อนที่ช่วงโควิด-19 และแนวคิดการทำงานจากที่ไหนก็ได้ ได้จุดประกายให้เขาได้ออกไปใช้ชีวิตนอกสถานที่มากขึ้น และเริ่มต้นทำความรู้จักกับโลกของการตั้งแคมป์ จุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดแบรนด์ Unito ภายใต้คอนเซปต์ “The plan is no plan.”
คุณบอนเริ่มเล่าถึงการเปลี่ยนการตั้งแคมป์ให้เป็นการสร้างแบรนด์ว่า “ถ้ามองย้อนกลับไป การทำ Unito ถือเป็นการออกนอกกรอบครั้งใหญ่ของชีวิตผม เพราะการทำแบรนด์ของตัวเองคือการเปลี่ยนจากคนที่ทำงานอยู่ภายใต้โจทย์ของคนอื่น มาเป็นคนตั้งโจทย์ ออกแบบ และรับผิดชอบทุกอย่างด้วยตัวเอง”
“จุดเริ่มต้นของ Unito มาจากการที่ผมเห็นช่องว่างเล็ก ๆ ในสินค้าที่ตัวเองใช้อยู่ ตอนนั้นผมใช้ Snow Peak Shelf Container แล้วรู้สึกว่ามันขาดฝาลัง ถ้ามีฝาเพิ่มขึ้นมา ลังใบเดิมก็จะไม่ได้เป็นแค่ที่เก็บของ แต่สามารถกลายเป็นโต๊ะเล็ก ๆ ได้ด้วย”
“จากไอเดียง่าย ๆ นั้น ผมเริ่มค้นหาโรงงานจาก Google และเข้าไปพูดคุยด้วยตัวเอง แม้ในช่วงแรกแทบไม่มีความรู้เรื่องการผลิตเลยด้วยซ้ำ ตั้งแต่ความแตกต่างระหว่างสแตนเลสกับอะลูมิเนียม ไปจนถึงวัสดุ วิธีผลิต ต้นทุน และรายละเอียดต่าง ๆ ที่ต้องค่อย ๆ เรียนรู้ระหว่างทาง คือเราไม่มีพี่เลี้ยง ไม่ได้เริ่มจากแผนธุรกิจ และไม่ได้ปรึกษานักการตลาดที่ไหน พูดง่าย ๆ คือทำแบรนด์แบบมวยวัด เรียนรู้จากการลงมือทำจริง ผิดบ้าง แก้บ้าง แล้วค่อย ๆ เดินต่อไปครับ” บอนเสริม
แต่เมื่อมองย้อนกลับไป สิ่งที่ดูเหมือนเป็นการเริ่มต้นแบบไม่มีแผนกลับไม่ได้แปลว่า Unito ไม่มีพื้นฐานด้านการสร้างแบรนด์ ตรงกันข้าม ประสบการณ์กว่า 20 ปีในงานแบรนด์ดิ้งและดีไซน์กลายเป็นทักษะที่ติดตัวบอนมาโดยไม่รู้ตัว ทั้งการคิดเรื่องภาพลักษณ์ วิธีสื่อสาร รายละเอียดของสินค้า ไปจนถึงประสบการณ์ที่คนจะได้รับ
“แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเพิ่งมารู้ทีหลังคือ ตลอด 20 ปีที่ทำงานด้านแบรนด์ดิ้งและดีไซน์ จริง ๆ แล้วผมถูกฝึกให้คิดเรื่องแบรนด์อยู่ทุกวันโดยไม่รู้ตัว ทั้งเรื่องภาพลักษณ์ วิธีสื่อสาร รายละเอียดของสินค้า และประสบการณ์ที่คนจะได้รับความแตกต่างคือพอมาทำแบรนด์ของตัวเอง ผมได้เป็นตัวเองมากขึ้น สนุกขึ้น และใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้เต็มที่”
“สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้คือ ผมยังอยากเป็นคนตัดสินใจด้วยตัวเองว่าอะไรควรถูกออกแบบ และอะไรไม่จำเป็นต้องออกแบบ ไม่ได้ทำเพียงเพราะตลาดบอกว่าควรทำ หรือเพราะสิ่งนั้นกำลังเป็นกระแสสำหรับผม Unito จึงไม่ได้เริ่มจากแผนธุรกิจที่ชัดเจน แต่มาจากการสังเกต การทดลอง และการรักษาความเป็นตัวเองเอาไว้ตลอดทาง”
ดังนั้น หนึ่งในเอกลักษณ์ที่เห็นได้ชัดจากผลิตภัณฑ์ของ Unito จึงอยู่ที่การออกแบบให้สิ่งของหนึ่งชิ้นสามารถทำหน้าที่ได้มากกว่าที่เห็นในครั้งแรก สินค้าหลายชิ้นมีฟังก์ชันการใช้งานสองแบบซ่อนอยู่
“ผมไม่รู้ว่ามีคนสังเกตไหม แต่สินค้าของ Unito มักจะมีฟังก์ชันการใช้งานสองแบบซ่อนอยู่ เช่น ฝาลังที่กลายเป็นโต๊ะอย่าง Unito Snow ลังใส่ของที่กลายเป็น Brew Station อย่าง Unito Container 26L หรือกล่องเครื่องมือที่เปลี่ยนมาเป็นกล่องอุปกรณ์กาแฟใน Unito x Toyo Steel”
“ผมชอบให้สินค้ามีลูกเล่นเล็ก ๆ เหมือนจุดหักมุมในหนัง คือเวลาลูกค้าเห็นรูปแรกใน Instagram เขาอาจคิดว่ามันเป็นของอย่างหนึ่ง แต่พอเลื่อนไปรูปถัดไปแล้วเกิดความรู้สึกว่า ‘อ้าว มันทำแบบนี้ได้ด้วย!’ ผมคิดว่าช่วงจังหวะที่เกิดความอยากซื้อ มักจะเกิดขึ้นในวินาทีนั้นครับ”
“อีกอย่าง ผมคือลูกค้าคนแรกของแบรนด์ ทุกชิ้นงานต้องผ่านคำถามง่าย ๆ ว่า ถ้าเป็นผม ผมจะซื้อไหม มีหลายงานที่พอทำต้นแบบออกมาจริงแล้ว เรารู้สึกว่าเราเองยังไม่อยากซื้อ งานนั้นก็จะหยุดอยู่แค่นั้นเลยจากนั้นผมค่อยให้ความสำคัญกับรูปทรง วัสดุ และวิธีการผลิต แต่บางครั้งก็กลับกัน เราเห็นรูปทรงหรือผลลัพธ์บางอย่างก่อน แล้วมันน่าสนใจมากจนต้องพยายามหาฟังก์ชันที่เหมาะสมมาใส่ให้มัน อย่างเช่น Blade Table ที่อยู่ดี ๆ ผมก็คิดขึ้นมาว่า ถ้ามีโต๊ะที่หน้าตาเหมือนใบมีดโกน มันคงน่าสนใจดี”
ดังนั้น หนึ่งในเอกลักษณ์ที่เห็นได้ชัดจากผลิตภัณฑ์ของ Unito จึงอยู่ที่การออกแบบให้สิ่งของหนึ่งชิ้นสามารถทำหน้าที่ได้มากกว่าที่เห็นในครั้งแรก สินค้าหลายชิ้นมีฟังก์ชันการใช้งานสองแบบซ่อนอยู่
“ผมไม่รู้ว่ามีคนสังเกตไหม แต่สินค้าของ Unito มักจะมีฟังก์ชันการใช้งานสองแบบซ่อนอยู่ เช่น ฝาลังที่กลายเป็นโต๊ะอย่าง Unito Snow ลังใส่ของที่กลายเป็น Brew Station อย่าง Unito Container 26L หรือกล่องเครื่องมือที่เปลี่ยนมาเป็นกล่องอุปกรณ์กาแฟใน Unito x Toyo Steel”
“ผมชอบให้สินค้ามีลูกเล่นเล็ก ๆ เหมือนจุดหักมุมในหนัง คือเวลาลูกค้าเห็นรูปแรกใน Instagram เขาอาจคิดว่ามันเป็นของอย่างหนึ่ง แต่พอเลื่อนไปรูปถัดไปแล้วเกิดความรู้สึกว่า ‘อ้าว มันทำแบบนี้ได้ด้วย!’ ผมคิดว่าช่วงจังหวะที่เกิดความอยากซื้อ มักจะเกิดขึ้นในวินาทีนั้นครับ”
“อีกอย่าง ผมคือลูกค้าคนแรกของแบรนด์ ทุกชิ้นงานต้องผ่านคำถามง่าย ๆ ว่า ถ้าเป็นผม ผมจะซื้อไหม มีหลายงานที่พอทำต้นแบบออกมาจริงแล้ว เรารู้สึกว่าเราเองยังไม่อยากซื้อ งานนั้นก็จะหยุดอยู่แค่นั้นเลยจากนั้นผมค่อยให้ความสำคัญกับรูปทรง วัสดุ และวิธีการผลิต แต่บางครั้งก็กลับกัน เราเห็นรูปทรงหรือผลลัพธ์บางอย่างก่อน แล้วมันน่าสนใจมากจนต้องพยายามหาฟังก์ชันที่เหมาะสมมาใส่ให้มัน อย่างเช่น Blade Table ที่อยู่ดี ๆ ผมก็คิดขึ้นมาว่า ถ้ามีโต๊ะที่หน้าตาเหมือนใบมีดโกน มันคงน่าสนใจดี”
วิธีคิดนี้ยังสะท้อนผ่านโปรเจกต์ล่าสุดอย่าง ‘โต๊ะอี้’ หรือ Seatable ซึ่งนำ ‘ลังหูเหล็ก’ ที่คุ้นตาในตลาดและชีวิตประจำวันของคนไทยมาเป็นฐานของการออกแบบ ลังที่มีร่องรอยการใช้งาน ชื่อเจ้าของที่เขียนติดอยู่ และความเก่าเกรอะของวัสดุ กลายเป็นสิ่งที่บอนมองเห็นคุณค่าทางดีไซน์จากความธรรมดาเหล่านั้น
“ลังหูเหล็ก คือลังที่เราเห็นตามตลาด ที่มีชื่อเจ้าของสลักอยู่ เช่น ติ๋ม เจ๊พร กบ ป๋อง มะลิ แต่ละใบจะเลอะ ๆ ซีด ๆ และมีร่องรอยการใช้งานของตัวเอง สำหรับผมในแง่ดีไซน์มันซื่อตรงและมีเรื่องราวมาก จากตรงนั้นจึงเกิด ‘โต๊ะอี้’ หรือ Seatable เก้าอี้ที่เอาลังหูเหล็กมาเป็นฐานรอง ถ้าซ้อนลังสาม ใบ ความสูงของเก้าอี้จะกลายเป็นเก้าอี้สูงที่นั่งง่าย ลุกง่าย แต่ถ้าเอาลังสามใบมาแบ่งให้เพื่อนนั่งด้วย คุณก็จะได้เก้าอี้เตี้ยสามตัว และยังสามารถปรับเปลี่ยนให้ใช้งานเป็นโต๊ะได้ด้วย”
“ที่มาของการออกแบบคือ ลังชนิดนี้มันมีความสารพัดประโยชน์อยู่แล้ว คนเอาไปใช้กันได้สารพัดแบบ ทั้งใช้นั่ง ใส่ของท้ายมอเตอร์ไซค์ ทำเป็นโต๊ะขายของ หรือเอาไปปลูกต้นไม้ มันสะท้อนวิธีใช้ของและความเป็นไทยในชีวิตประจำวันแบบที่แทบไม่ต้องอธิบาย”
“งานชิ้นนี้เลยเหมือนการทดลองของ Unito ด้วย เพราะจากเดิมที่คนมักจำเราในภาพงานคราฟต์เนี้ยบ ๆ เท่ ๆ ครั้งนี้เราอยากทำอะไรที่ป๊อปขึ้น เข้าถึงง่ายขึ้น และมีความเป็นไทยที่คนต่างชาติก็สามารถรับรู้ผ่านวัฒนธรรมการใช้งานจริงได้”
แม้ Unito จะเป็นที่รู้จักจากสินค้าสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง แต่วันนี้แบรนด์กำลังขยับออกจากกรอบนั้นอย่างชัดเจน ความสนใจของบอนเปลี่ยนจากการตั้งแคมป์ไปสู่จักรยาน เฟอร์นิเจอร์ ของใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงเครื่องมือสำหรับการขายและระบบจัดแสดง ขณะที่วิธีคิดเบื้องหลังงานยังคงเป็นเรื่องเดิม
“คนส่วนใหญ่รู้จัก Unito จากการเป็นแบรนด์สินค้าสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง แต่จริง ๆ แล้วช่วงเกือบสองปีที่ผ่านมา ผมแทบไม่ได้ไปแคมป์เลย ความสนใจของผมค่อย ๆ เปลี่ยนไปสู่อย่างอื่นมากขึ้น ทั้งจักรยาน เฟอร์นิเจอร์ และของใช้ในชีวิตประจำวัน”
“ถึงตรงนี้ ผมเลยอยากให้ Unito เป็นแบรนด์ที่มีสินค้าหลายกลุ่ม โดยไม่จำเป็นต้องถูกจำกัดอยู่ในคำว่ากิจกรรมกลางแจ้งอย่างเดียว สินค้าแต่ละกลุ่มอาจไม่ได้เชื่อมโยงกันด้วยประเภท แต่เชื่อมกันด้วยวิธีคิดในการออกแบบแบบเดียวกัน คือสร้างของที่มีประโยชน์ ใช้งานจริง และมีเหตุผลที่มันควรจะเกิดขึ้น”
นั่นทำให้ Unito x Stanley Lunchbox, Unito Container 26L และ Unito Coffee Station เป็นตัวอย่างของการเดินทางจากของใช้ไปสู่เครื่องมือที่ตอบรับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะ Coffee Station ที่บอนมองว่า เป็นตัวแทนของ Unito ในยุคใหม่ เมื่อความสนใจของเขาเองขยับจากการตั้งแคมป์ไปสู่เฟอร์นิเจอร์ และการออกแบบเครื่องมือสำหรับคนที่อยากเริ่มต้นธุรกิจขนาดเล็ก
“Unito x Stanley Lunchbox เป็นงานที่ทำให้ Unito เริ่มเป็นที่รู้จักในตลาดสากลจริง ๆ เราเอา Stanley Lunchbox ที่เดิมเป็นกล่องใส่ของ มาสร้างอุปกรณ์เสริมเพิ่มเข้าไปจนมันสามารถกลายเป็น Brew Station ได้ ผมจำได้ว่าช่วงแรก ๆ ที่เราโพสต์งานนี้ออกไป มี DM เข้ามาจากทั่วโลกเพื่อถามซื้อสินค้า จนมีลูกค้าในอเมริกาทักไปถาม Stanley US โดยตรงว่าสินค้านี้คืออะไร ทาง Stanley US เองก็ไม่รู้ จนต้องส่งอีเมลมาถาม Stanley Thailand ว่าเกิดอะไรขึ้น”
“เรื่องนี้ผมมารู้ทีหลังจากทาง Stanley Thailand ที่เล่าเบื้องหลังให้ฟัง และสุดท้ายความสนใจจากลูกค้าก็นำไปสู่ การร่วมงานอย่างเป็นทางการระหว่าง Unito x Stanley Thailand สำหรับผม งานชิ้นนี้สำคัญเพราะมันทำให้เห็นว่าไอเดียเล็ก ๆ จากแบรนด์ไทย สามารถสร้างความสนใจจากคนอีกฝั่งของโลกได้ โดยที่ตอนเริ่มต้นเราไม่ได้วางแผนให้มันไปไกลขนาดนั้นเลย”
Unito Container 26L
“ส่วน Unito Container 26L คือลังใส่ของที่สามารถกางออกมาเป็น Brew Station ได้ ที่มาของมันเกิดจากการที่ผมเคยใช้ Snow Peak Shelf Container และชอบมาก ทั้งคุณภาพ ความแข็งแรง และความพิถีพิถันในการออกแบบ จนวันหนึ่งผมรู้สึกว่าอยากลองทำลังของ Unito ขึ้นมาเอง”
“แต่ผมไม่อยากให้มันจบแค่การเป็นลังใส่ของ เราเลยใส่ฟังก์ชันต่าง ๆ ที่เกิดจากประสบการณ์ใช้งานจริงเข้าไป เช่น ขาไม้สักที่ซ่อนอยู่ใต้ลัง แผ่นแบ่งช่องภายในที่สามารถถอดออกมาใช้เป็นชั้นวางของ ช่องสำหรับใส่ไฟฉาย และแผ่นผ้าสักหลาดนุ่ม ๆ ที่ก้นลัง เพื่อช่วยป้องกันทั้งตัวลังและของด้านในจากรอยขีดข่วน รายละเอียดทั้งหมดไม่ได้เกิดจากการนั่งคิดรายละเอียดเพิ่มเติมขึ้นมาเพื่อให้ของดูเยอะขึ้น แต่เกิดจากปัญหาที่ผมเจอจริง ๆ จากการใช้ Snow Peak Shelf Container แล้วค่อย ๆ เอาปัญหาเหล่านั้นกลับมาแก้ในแบบของ Unito”
Unito Coffee Station
สำหรับผมชิ้นนี้คือ Unito ยุคใหม่ เพราะมันสะท้อนทั้งไลฟ์สไตล์ของลูกค้า และความสนใจของตัวผมเองที่กำลังเปลี่ยนไป ผมมองว่า สภาพเศรษฐกิจของโลกในช่วงต่อจากนี้จะทำให้คนจำนวนมากเริ่มหันมาทำธุรกิจเล็ก ๆ ของตัวเองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟป๊อปอัป คีออสก์ (Kiosk) หรือธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการมีหน้าร้านใหญ่ ๆ”
“ตัวผมเองก็เปลี่ยนเหมือนกัน จากช่วงหนึ่งที่หลงใหลกิจกรรมตั้งแคมป์มาก ความสนใจในวันนี้ค่อย ๆ ขยับมาสู่เฟอร์นิเจอร์ และการออกแบบเครื่องมือสำหรับการขาย หรือระบบจัดแสดง เพราะฉะนั้น Coffee Station จึงไม่ใช่แค่โต๊ะหรือเคาน์เตอร์ขายกาแฟสำหรับผม แต่มันเป็นจุดเริ่มต้นของการที่ Unito กำลังขยายจากการทำอุปกรณ์สำหรับการออกไปใช้ชีวิตข้างนอก ไปสู่การสร้างเครื่องมือที่ช่วยให้คนเอาไปเริ่มต้นทำอะไรของตัวเองได้”
Unito Containers
“Unito Containers เกิดจากวันที่เราต้องการพื้นที่ของตัวเอง ที่เป็นได้ทั้งสตูดิโอ พื้นที่เก็บของ และโชว์รูมในที่เดียวกัน ผมจึงสร้างพื้นที่ที่รวมทั้งสามฟังก์ชันไว้ด้วยกัน โดยใช้ตู้คอนเทนเนอร์วางเรียงเป็นยูนิต และบางส่วนสามารถปล่อยเช่าได้ด้วย นี่จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจกลุ่มใหม่ของ Unito ในด้านธุรกิจให้เช่า”
“สุดท้ายแล้ว แม้สิ่งที่ออกแบบครั้งนี้จะเป็น ‘พื้นที่’ ไม่ใช่ ‘สินค้า’ แต่วิธีคิดยังคงเหมือนเดิม คือออกแบบจากการใช้งานจริง คิดจากฟังก์ชันและประสบการณ์ที่คนจะเข้ามาใช้จริง สำหรับผม Unito Containers จึงเป็นการขยายแนวคิดของ Unito จากการออกแบบของใช้ ไปสู่การออกแบบพื้นที่และอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้งานได้จริง”
การขยายขอบเขตของ Unito ไม่ได้หยุดอยู่แค่สินค้า เพราะ Unito Containers ยังพาแนวคิดเรื่องการออกแบบจากการใช้งานจริงไปสู่ระดับของพื้นที่ โดยเกิดขึ้นจากความต้องการพื้นที่ที่สามารถเป็นทั้งสตูดิโอ พื้นที่เก็บของ และโชว์รูม ก่อนจะพัฒนาไปสู่ธุรกิจให้เช่า
“Unito Containers เกิดจากวันที่เราต้องการพื้นที่ของตัวเอง ที่เป็นได้ทั้งสตูดิโอ พื้นที่เก็บของ และโชว์รูมในที่เดียวกัน ผมจึงสร้างพื้นที่ที่รวมทั้งสามฟังก์ชันไว้ด้วยกัน โดยใช้ตู้คอนเทนเนอร์วางเรียงเป็นยูนิต และบางส่วนสามารถปล่อยเช่าได้ด้วย นี่จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจกลุ่มใหม่ของ Unito ในด้านธุรกิจให้เช่า”
“สุดท้ายแล้ว แม้สิ่งที่ออกแบบครั้งนี้จะเป็น ‘พื้นที่’ ไม่ใช่ ‘สินค้า’ แต่วิธีคิดยังคงเหมือนเดิม คือออกแบบจากการใช้งานจริง คิดจากฟังก์ชันและประสบการณ์ที่คนจะเข้ามาใช้จริง สำหรับผม Unito Containers จึงเป็นการขยายแนวคิดของ Unito จากการออกแบบของใช้ ไปสู่การออกแบบพื้นที่และอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้งานได้จริง”
เมื่อมองจากจุดนี้ Unito จึงอาจไม่ได้มีเอกลักษณ์อยู่ที่การทำสินค้าสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งโดยเฉพาะ แต่เป็นแบรนด์ที่ใช้ ‘วิธีคิดแบบนักออกแบบ’ เป็นแกนกลางของทุกสิ่งที่ทำ ตั้งแต่การมองเห็นปัญหาเล็ก ๆ ในของใช้ การทดลองกับวัสดุและฟังก์ชัน ไปจนถึงการหยิบสิ่งของใกล้ตัวมาคิดใหม่ และตั้งคำถามอยู่เสมอว่ามันควรทำอะไรได้อีก
ขณะเดียวกัน หัวใจของการออกแบบสำหรับ Unito ก็ไม่ได้จบลงที่ความน่าสนใจของตัวผลิตภัณฑ์ แต่ยังรวมถึงคนที่อยู่เบื้องหลังการผลิตด้วย แบรนด์เลือกทำงานกับช่างไทย ทีมไทย และพยายามผลิตในประเทศ โดยไม่ได้ตั้งเป้าผลิตจำนวนมากเพื่อลดต้นทุนต่อชิ้น แล้วใช้การตลาดผลักสินค้าออกไป
“ผมอยากให้คนจดจำ Unito ในฐานะแบรนด์ที่สร้างของที่มีประโยชน์ ซึ่งคำว่าประโยชน์ สำหรับผมไม่ได้มีแค่เรื่องความงามหรือการใช้งาน แต่รวมถึงการสร้างงานและการเห็นคุณค่าของแหล่งผลิตด้วย เราใช้ช่างไทย ทีมไทย และพยายามผลิตในประเทศ ไม่ได้เน้นผลิตครั้งละมาก ๆ เพื่อให้ต้นทุนต่อชิ้นถูกลง แล้วค่อยใช้การตลาดผลักให้ของทั้งหมดต้องขายออก เพราะสำหรับผม วิธีนั้นเหมือนการสร้างฟองสบู่ของความต้องการขึ้นมาเอง”
“เราอยากผลิตเท่าที่จำเป็น ขายด้วยคุณค่าของตัวสินค้า และทำให้เงินจากสิ่งที่เราสร้างยังหมุนเวียนกลับไปสู่คนที่อยู่ในกระบวนการผลิตด้วย”
ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ Unito กำลังออกแบบจึงอาจไม่ใช่เพียงสินค้าแต่ละชิ้น หากเป็นวิธีการเติบโตของแบรนด์เอง ซึ่งบอนเลือกให้มันค่อยเป็นค่อยไป ไม่เร่งตามกระแส และไม่สร้างความต้องการขึ้นมาเพียงเพื่อให้สินค้าเติบโต
“เราไม่ได้อยากทำสินค้าเพื่อวิ่งตามกระแส แต่อยากสร้างของที่มีประโยชน์ต่อเนื่อง ทั้งกับลูกค้าและคนในครอบครัวของ Unito ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่คนในบ้าน แต่รวมถึงทีมงาน ช่าง โรงงานขนาดเล็ก และลูกค้าที่ซื้อของเราซ้ำ ทุกคนควรเติบโตไปด้วยกัน”
“Unito ไม่ได้มีแผนธุรกิจตายตัว เราแค่พยายามทำธุรกิจแบบมนุษย์ คือสร้างของเพื่อตอบความต้องการที่มีอยู่จริง ไม่ใช่ใช้กลไกการตลาดสร้างอุปสงค์เทียม แล้วผลิตของออกมามากเกินความจำเป็น เพราะฉะนั้นเราจึงเลือกเป็นทีมเล็ก ผลิตเท่าที่เหมาะสม สินค้าของเราอาจไม่ถูกที่สุด แต่คนที่ทำงานกับเราก็ไม่ควรถูกกดราคา”
“เราแทบไม่เคยทำการส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นให้คนซื้อ เพราะถ้าคุณไม่ได้ต้องการของชิ้นนั้นจริง ๆ มันก็ไม่ได้จำเป็นต้องซื้อ”
“ผมอยากให้ Unito เหมือนคนคนหนึ่งที่ เกิด เติบโต ต่อยอด และส่งต่อ โตช้าก็ได้ แต่ต้องโตอย่างสมดุล มีรากที่แข็งแรง และไม่จำเป็นต้องเร่งโตจนทำให้ชีวิตของคนที่อยู่รอบ ๆ แบรนด์เสียสมดุลไปด้วย สำหรับผม การเติบโตไม่จำเป็นต้องเร็ว ขอแค่เป็นการเติบโตที่ทำให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องยังมีคุณภาพชีวิตที่ดี และสามารถเดินไปด้วยกันได้ในระยะยาวครับ” บอนกล่าวทิ้งท้าย
สามารถติดตามและอุดหนุนแบรนด์ Unito ได้ที่: https://www.instagram.com/unito_store/




