ชื่อของ Omega Sapien ปรากฏขึ้นบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ ในบทสนทนาเกี่ยวกับดนตรีเอเชียร่วมสมัย ทั้งในฐานะสมาชิกของ Balming Tiger กลุ่มศิลปินที่ขึ้นชื่อเรื่องความทดลองทางดนตรีและภาพลักษณ์สุดขั้ว และในฐานะศิลปินเดี่ยวที่กำลังสำรวจเสียงใหม่ ๆ จากทั่วภูมิภาค
ในประเทศไทย ชื่อของเขากลับมาอยู่ในกระแสอีกครั้งเมื่อเพลง Krapow กลายเป็นไวรัลบนโซเชียลมีเดีย หลายคนถึงกับบอกว่ามันเป็นเพลงที่ “ให้ฟีลสงกรานต์” อย่างไม่น่าเชื่อ
และหากใครเป็นแฟนรายการเซอร์ไววัลแรปชื่อดังของเกาหลีใต้ ก็ย่อมต้องคุ้นหน้าคุ้นตาและจดจำพลังงานอันล้นเหลือของศิลปินคนนี้ได้ดีจากสเตจสุดเดือดในรายการ Show Me the Money ที่เขาได้ไปปรากฏตัวในฐานะแขกรับเชิญพิเศษ ร่วมแสดงกับแรปเปอร์สาวมหัศจรรย์จากเมืองไทยอย่าง MILLI จนกลายเป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่แฟนเพลงหลายคนมองว่าเป็นภาพแทนของการเชื่อมต่อกันระหว่างวงการฮิปฮอปไทยและเกาหลี
วันนี้ทีม GROUNDCONTROL ได้มีโอกาสนั่งคุยแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ Omega Sapien ตัวจี๊ดแห่งกลุ่มศิลปินอัลเทอร์เนทีฟ Balming Tiger ถึงผลงานโซโล่ล่าสุดที่พาเขาดำดิ่งสู่ซอฟต์พาวเวอร์ไทยแบบเต็มตัว
บทสนทนาครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการพูดคุยถึงเพลงใหม่เท่านั้น แต่ยังพาเราไปสำรวจวิธีคิดของศิลปินคนหนึ่งที่กำลังมองหา “เสียงใหม่ของเอเชีย” ผ่านดนตรี อินเทอร์เน็ต อาหาร และประสบการณ์การเดินทาง
และทุกอย่างเริ่มต้นด้วยคำเดียวที่กลายเป็นเรื่องตลกระหว่างบทสัมภาษณ์
“Krapow!”
จาก “Krapow” สู่ไวรัลระดับสงกรานต์
การกลับมาของ Omega Sapien ในปี 2026 ดูจะเต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์ที่พุ่งทะยานอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่ในฐานะศิลปินเดี่ยว แต่ยังรวมถึงการมีส่วนร่วมในโปรเจกต์ดนตรีของศิลปินคนอื่น ๆ ด้วย ระหว่างการสนทนา เขาเพิ่งกลับมาจากการตรวจเช็กงานบางอย่าง และกำลังนั่งไล่ดูฟุตเทจวิดีโออยู่พอดี บรรยากาศของบทสัมภาษณ์จึงเต็มไปด้วยความเร่งรีบแบบศิลปินที่กำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของอาชีพ
GROUNDCONTROL: ก่อนอื่นเลย ต้องขอแสดงความยินดีกับการคัมแบ็กในฐานะศิลปินเดี่ยวของคุณนะคะ ฉันสังเกตเห็นว่าช่วงนี้คุณมีผลงานออกมาเยอะมาก และเชื่อจริง ๆ ว่าปี 2026 นี้จะเป็นปีทองของคุณ นอกจากงานตัวเองแล้ว ฉันได้ยินมาว่าคุณมีส่วนร่วมในการแต่งเพลงให้วง KiiiKiii ด้วยใช่ไหม?
Omega Sapien: “ใช่ครับ! เพลงนั้นกระแสตอบรับดีมากจนผมเองยังตกใจ ตอนนี้ผมเพิ่งกลับมาจากการเช็กความเรียบร้อยของงานบางอย่าง และกำลังนั่งไล่ดูฟุตเทจวิดีโออยู่พอดีครับ เป็นช่วงเวลาที่ยุ่งแต่ก็น่าตื่นเต้นมาก”
แต่ในช่วงเวลาที่งานหลั่งไหลเข้ามามากมาย มีเพลงหนึ่งที่กลายเป็นหัวข้อหลักของบทสนทนาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นคือเพลง Krapow ซึ่งกำลังกลายเป็นไวรัลในประเทศไทยอย่างรวดเร็ว
GROUNDCONTROL: เราคงไม่พูดถึงเพลงนี้ไม่ได้ นั่นคือเพลง “Krapow” ไม่แน่ใจว่าคุณทราบหรือยังคะว่าตอนนี้เพลงนี้กลายเป็นไวรัลในประเทศไทยไปแล้ว มันถูกเปิดทุกที่และกำลังมาแรงสุด ๆ เลยค่ะ
Omega Sapien: (ยิ้มกว้าง) “โคตรเจ๋งเลยครับ! ผมดีใจมากที่คนไทยชอบมัน”
สำหรับคนไทย เพลงนี้มีบางอย่างที่คุ้นเคยอย่างประหลาด จังหวะที่ชวนโยกตัวแบบงานเทศกาล
GROUNDCONTROL: ฉันเชื่อว่าเพลงนี้จะกลายเป็นเพลงชาติประจำเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้แน่นอน เพราะคนไทยมีความผูกพันกับจังหวะ “สามช่า” มาก ๆ มันอยู่ในสายเลือดเราเลย
**Omega Sapien: **“จริงเหรอครับ? ถ้าอย่างนั้นผมมีข่าวดีมาบอก เพราะผมกำลังซุ่มทำเพลงเวอร์ชันรีมิกซ์เพื่อต้อนรับเทศกาลสงกรานต์โดยเฉพาะเลยครับ ตื่นเต้นมากที่จะได้เห็นคนเอาไปเปิดสาดน้ำกัน”
บทสนทนานำไปสู่ความร่วมมือที่หลายคนกำลังจับตา นั่นคือการร่วมงานกับศิลปินไทย
GROUNDCONTROL: จะเป็นการร่วมงานกับ Jarvis ใช่ไหม?
Omega Sapien: ใช่ครับ เรื่องมันเริ่มมาจากบน YouTube มีคนเข้ามาคอมเมนต์ในคลิปของผมเยอะมากว่า “นี่มัน Jarvis เวอร์ชันเกาหลีชัด ๆ!” ผมเลยเกิดความสงสัยแล้วไปกดค้นหาชื่อเขาในอินสตาแกรมทันทีที่เห็นหน้าเขา ผมถึงกับอุทานออกมาเลยว่า “โห... หน้าเหมือนฉันเลย!” (หัวเราะ)
“ผมตัดสินใจได้วินาทีนั้นเลยว่าไม่ต้องเสียเวลาฟังเพลงเขาก็ได้ เพราะหน้าตาและพลังงานแบบนี้ เราสองคนคือคู่ที่เกิดมาเพื่อร่วมงานกันจริง ๆ ครับ
เมื่อผัดกะเพราเปลี่ยนโลกของ Omega Sapien
หนึ่งในคำถามที่น่าสนใจที่สุดเกี่ยวกับเพลง “Krapow” คือเหตุผลเบื้องหลังชื่อเพลง เพราะสำหรับชาวต่างชาติ เมนูไทยที่เป็นสัญลักษณ์มักจะเป็นผัดไทยหรือ ต้มยำกุ้ง มากกว่า
GROUNDCONTROL: ทำไมคุณถึงเลือกชื่อเพลงว่า “Krapow” เพราะปกติชาวต่างชาติมักจะรู้จักแค่ผัดไทยหรือต้มยำกุ้งเป็นอย่างแรก ๆ เพราะจริง ๆ แล้วมีแต่คนไทย “ตัวจริง” หรือคนที่คลุกคลีกับคนไทยเท่านั้นที่จะรู้ว่า “ผัดกะเพรา” คืออาหารจานหลักที่เรากินกันแทบทุกวัน คุณไปรู้จักเมนูนี้ได้ยังไง?
Omega Sapien ยิ้มก่อนจะชี้ไปที่ธงชาติไทยบนเสื้อยืดที่เขาสวมอยู่
Omega Sapien: “ผมเคยไปใช้ชีวิตที่ไทยมาจริง ๆ ครับ เสื้อตัวนี้ก็ซื้อมาจากที่นั่น ตอนผมไปกรุงเทพฯ ครั้งแรก ผมก็มีความเข้าใจผิดเหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไปนั่นแหละครับ”
เขาหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะเล่าต่อ
“วันหนึ่งผมนั่งอยู่ในสตูดิโอทำเพลง แล้วทีมงานถามว่าอยากกินอะไร ผมก็ตอบไปอย่างมั่นใจว่า “ผัดไทย!” เพราะคิดว่านั่นคือเมนูอันดับหนึ่งของประเทศคุณ แต่เพื่อนคนไทยบอกผมว่า ‘เฮ้ย... จริง ๆ พวกเราไม่ได้กินผัดไทยบ่อยขนาดนั้นนะ เมนูที่เรากินกันตายจริง ๆ คือผัดกะเพราต่างหาก’
“หลังจากนั้นผมเลยมีโอกาสได้ลองกินทั้งต้มยำกุ้งและผัดกะเพราที่ร้านแสงชัยโภชนาน่าจะยังมีรูปผมติดอยู่บนกำแพงอยู่เลย (หัวเราะ)
“จากประสบการณ์นั้น อาหารจานธรรมดา ๆ กลับกลายเป็นแรงบันดาลใจทางดนตรี ผัดกะเพราของเขาทำให้ผมช็อก! มันเปลี่ยนโลกผมไปเลย รสชาติมันซับซ้อนและมีมิติมาก ทั้งที่ส่วนประกอบพื้นฐานมันดูน้อยมาก แค่ใบกะเพรา หมูสับ ซอส และข้าวสวย แต่มันกลับกลายเป็นอาหารที่ผมโปรดปรานที่สุดเมนูหนึ่งในโลกเลยครับ”
และชื่อเพลง “Krapow” เองก็เกิดจากความเข้าใจผิดที่โชคดี
“ความลับอีกอย่างคือ ตอนที่ผมได้รับบีตเพลงที่มีกลิ่นอายสามช่านี้มา คำแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวผมคือคำว่า “Krapow” แต่ตลกตรงที่ตอนนั้นผมเข้าใจว่าคำว่ากะเพราคือชื่อเมนูอาหารเลยจนกระทั่งเพลงปล่อยออกมา ผมต้องใช้ Google Translate แปลคอมเมนต์แฟน ๆ ชาวไทย แล้วพบว่าทุกคนพิมพ์คำว่า “Basil, basil, basil” ผมถึงเพิ่งอ๋อ... ว่าอ๋อ มันคือชื่อสมุนไพรนี่เอง! มันเป็นความผิดพลาดที่โชคดีและลงตัวมากครับ”
ดนตรีเอเชีย พลังของเวที และความงามของความสุดขั้ว
ในอัลบั้มใหม่ Leader Omega Sapien ไม่ได้มองเพียงแค่แรงบันดาลใจจากประเทศไทยเท่านั้น แต่กำลังสำรวจภูมิทัศน์ทางดนตรีของเอเชียทั้งภูมิภาค
GROUNDCONTROL: ในอัลบั้มใหม่ที่ชื่อว่า Leader เราจะเห็นว่าคุณไม่ได้หยิบแค่ซาวด์จากประเทศไทยมาใช้ แต่คุณกำลังสำรวจวัฒนธรรมดนตรีทั่วเอเชีย คุณไปค้นพบแรงบันดาลใจและเสียงแปลกใหม่เหล่านี้มาจากไหน?
Omega Sapien: “ปรัชญาในการทำงานของผมคือ ผมอยากสร้างโปรเจกต์ที่จะยังคงดูทันสมัยและล้ำหน้าไปอีกอย่างน้อย 2 ปีครับ ในฐานะที่เราใช้ชื่ออัลบั้มว่า “ผู้นำ” เราต้องคิดล่วงหน้าผู้อื่นเสมออย่างน้อยสองก้าว ผมไปสะดุดเข้ากับแนวดนตรีที่เรียกว่า ADM หรือ Asian Dance Music ตอนแรกมันฟังดูแปลกหูและหลุดโลกสำหรับผมมาก แต่ในขณะเดียวกันมันก็รู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด เพราะเพลงแนวนี้มันวนเวียนอยู่รอบตัวเราใน TikTok อยู่แล้ว
“ผมชอบ GUNNER ครับ ผมเจอเขาครั้งแรกตอนไปไทยครั้งนั้น เรื่องมันเริ่มจากผมทักหา MILLI แล้วเธอบอกว่ากำลังจะไปงาน Listening Party ของ Youngohm ผมก็เลยตามไป งานจัดบนดาดฟ้าที่ร้อนสุด ๆ แต่ภาพที่ผมเห็นคือ GUNNER ใส่แจ็กเก็ตตัวหนาของ Moncler ยืนอยู่ท่ามกลางอากาศแบบนั้น ในขณะที่ผมใส่แค่เสื้อยืดกางเกงขาสั้นยังจะตายเอา (หัวเราะ) ผมเลยคิดในใจว่า ‘ไอ้หมอนี่มันต้องมีอะไรบางอย่างที่กูไม่มีแน่ ๆ มันเท่ชะมัด!’”
ก่อนบทสนทนาจะจบลง เราขอชวนเขาคุยเรื่องเพอร์ฟอร์แมนซ์สุดบ้าคลั่งของชาว Balming Tiger ที่ยังคงตราตรึงอยู่ในใจของเราจนถึงตอนนี้
Omega Sapien: “มีอยู่ครั้งหนึ่งครับ เป็นโชว์เล็ก ๆ ที่สเก็ตพาร์กในเมืองชายหาดชื่อ Yangyang วันนั้นหลังเวทีมีวิสกี้เยอะเกินไปหน่อย พวกเราก็เลยจัดหนักกันไปหน่อยครับ ผลคือเราเมากันที่สุดเท่าที่เคยเมาตอนแสดงมา ผมยังพอประคองสติได้นะ แต่เพื่อนผม bj wnjn นี่สิ เขาองค์ลงกลายเป็น “ซูเปอร์ไซย่า” ไปเลย ร้องเพลงด้วยพลังเหมือนนักเทศน์ในโบสถ์ เสียงจะเพี้ยน จังหวะจะพังก็ไม่สนแล้ว เขาปล่อยพลังงานล้วน ๆ ใส่คนดู
“จบโชว์มา San กับ bj wnjn นี่หลับพับไปบนโต๊ะเลยครับ ผมต้องโทรเรียกผู้จัดการให้รีบมาแบกพวกเราออกไป มันเป็นคืนที่หลุดโลกและไม่มีวันลืมจริง ๆ”
ก่อนจบบทสนทนา เราเลยชวนเขาพูดถึงงานภาพในมิวสิกวิดีโอสุดไอคอนิกอีกสักนิด
“ผมเชื่อว่าผมมีสัญชาตญาณเรื่องการเล่าเรื่องด้วยภาพค่อนข้างดีครับ อย่าง MV เพลง “Krapow” เราถ่ายกันตอนปลายเดือนมกราคมในเกาหลี ซึ่งหนาวระดับ -10 องศาเซลเซียส พวกเราทุกคนต้องใส่เสื้อคลุม แต่ San Yawn หัวหน้าวงของเรา เขาต้องใส่แค่กระโปรงและทาตัวด้วยสีทองแทบจะเปลือยกายกลางอากาศหนาวจัดแบบนั้น”
และสำหรับ Omega Sapien ความสุดขั้วคือสิ่งสำคัญ
Omega Sapien: “ผมเป็นคนชอบสิ่งที่สร้างความตกใจ ผมอยากทำมิวสิกวิดีโอประเภทที่คนดูเห็นแล้วอาจจะอยากส่ง Emoji “รูปอ้วก” ให้ มันไม่จำเป็นต้องสวยงามตามมาตรฐาน แต่มันต้อง ‘สุด’ ไม่ว่าจะดีสุดขั้วหรือแย่สุดขีด เพราะความชัดเจนในจุดยืนคือสิ่งที่ผมให้ความสำคัญที่สุดครับ”
GROUNDCONTROL: เป็นบทสนทนาที่สนุกและได้เห็นมุมมองใหม่ ๆ ของคุณมากเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ Omega! หวังว่าเราจะได้เห็นคุณมาแสดงโชว์เต็มรูปแบบที่ไทยเร็ว ๆ นี้
Omega Sapien: “ขอบคุณเช่นกันครับ! ผมรักประเทศไทยมาก และหวังว่าจะได้เจอแฟน ๆ ทุกคนในเร็ววันนี้... สวัสดีครับ!” (ไหว้สวย)




