GC_MultiCover_PIPATCHARA.jpg

PIPATCHARA - Infinitude เมื่อขยะพลาสติกกำพร้ากลายเป็นสินค้าแฟชั่นสุดลักชูฯ

Post on 22 June

เมื่อต้นปีที่ผ่านมาก็เพิ่งสร้างเสียงฮือฮากันไประลอกหนึ่งแล้ว สำหรับ PIPATCHARA แบรนด์กระเป๋าไทยดีไซน์สวยที่นักแสดงสาว Anne Hathaway เลือกถือไปเดินพรมแดงพร้อมออกตัวสนับสนุนกลุ่ม Transgender ในงาน SXSW (อ่านต่อได้ที่ t.ly/ebR_ ) ผ่านมาแค่ไม่กี่เดือน PIPATCHARA ก็ไม่ปล่อยให้สายแฟฯ ทั่วโลกต้องรอนาน เปิดตัว Infinitude สินค้าไลน์ใหม่ที่หยิบเอาขยะพลาสติกกำพร้ามาต่อยอดเป็นไอเทมแฟชั่นสุดชิค

ที่ป็อปอัพช็อปสีเบจสะอาดตาที่ดูเผิน ๆ เหมือนกองทรายขนาดยักษ์บนชั้น G ของห้าง Siam Discovery ​​เรามีนัดกับ คุณเพชร-ภิพัชรา แก้วจินดา แฟชั่นดีไซเนอร์คนเก่งหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ PIPATCHARA ที่มาทำหน้าที่เล่าให้เราฟังถึงที่มาที่ไปของการทำงานออกแบบจากเศษขยะที่เคยดูไร้ค่าในสายตาคนอื่นในครั้งนี้

“คอลเลกชั่น Infinitude เริ่มมาจากการที่พี่สาว (ทับทิม-จิตริณี แก้วจินดา) มีความรู้และความสนใจในด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการขยะพลาสติกอยู่แล้ว ในปี 2020 เราสองคนอยากให้แบรนด์  PIPATCHARA ก้าวเข้ามาจับในเรื่องของความยั่งยืนมากขึ้น เลยตัดสินใจหันมาทดลองทำงานกับขยะพลาสติกกำพร้าดู”

ซึ่ง ‘ขยะพลาสติกกำพร้า’ ที่คุณเพชรว่าก็หมายถึงขยะพลาสติกที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ รวมถึงไม่มีกระบวนการกำจัดที่เป็นระบบด้วย ดังนั้น ขยะเหล่านี้จึงมักจะมีจุดจบอยู่ที่การโดนฝังกลบเป็นซากขยะที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ หรือหากจะถูกนำมารีไซเคิลเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ ก็ยังไม่ค่อยพบเห็นการต่อยอดเป็นไอเทมแฟชั่นสุดลักชูฯ ในรูปแบบนี้มากนัก

ขยะพลาสติกกำพร้าทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นฝาขวดน้ำ กล่องใส่อาหาร ช้อน ส้อม และขวดขุ่นบางประเภท ที่ถูกนำมาใช้ในคอลเลกชั่นนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นขยะที่ถูกเก็บและเหลือทิ้งจากการใช้งานในครัวเรือนจริง ๆ โดยหลังจากการทำความสะอาดแล้ว พวกมันจะถูกนำมาบดละเอียด ละลาย และปั๊มขึ้นรูปเป็นรูปทรงธรรมชาติที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากท้องทะเล ทั้งปะการัง และหิน ซึ่งมุมทั้งสามก็เป็นตัวแทนของแนวคิด redone, re-produce และ recycle นั่นเอง 

คอลเลกชั่น Infinitude เปิดตัวมาพร้อมกับดีไซน์กระเป๋า 9 สีหลัก คือ สีเหลือง Sirius (ฝาขวดชา Lipton และกล่องพลาสติกใส), สีชมพู Coral (ขวดนมเปรี้ยว Yakult), สีขาว Kaia (ฝาขวดน้ำดื่ม ช้อน ส้อม และกล่องพลาสติกใส), สีดำ Hematite (กล่องใส่อาหารเซเว่น), สีม่วง Jia (ฝาขวดน้ำดื่มสิงห์ x Disney และกล่องพลาสติกใส), สีเขียวอ่อน Flourite (ฝาขวดน้ำอัดลม 7UP และกล่องพลาสติกใส), สีเขียวเข้ม Emerald (ฝาขวดน้ำดื่มคาราบาว และกล่องพลาสติกใส), สีเงิน Silver (ฝาขวดน้ำดื่ม Minéré) และสีทอง Zircon (ฝาขวดน้ำหลาย ๆ ยี่ห้อ) โดยสีที่เห็นในชิ้นงานเหล่านี้คือสีเกิดจากเศษขยะทั้งหมด ไม่มีการเติมแต่งสีเพิ่มเติมใด ๆ ซึ่งถ้าสังเกตดี ๆ ก็จะเห็นว่า ไม่มีขวดน้ำพลาสติกใสรวมอยู่ในวัสดุการผลิตตั้งต้นเหล่านี้เลย เพราะตัวของมันเองสามารถนำไปรีไซเคิลตามกระบวนการจัดการขยะได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องนำมาแปรรูปเหมือนขยะกำพร้าที่ไม่เป็นที่ต้องการของตลาดอีกต่อไป เรียกได้ว่า ดูดี มีสไตล์ แล้วยังใส่ใจสิ่งแวดล้อมแบบรอบด้านจริง ๆ 

ถึงแม้แหล่งวัสดุเหล่านี้จะมีมากจนแทบจะเรียกว่า ‘ล้นโลก’ แต่การผลิตก็ไม่หมูอย่างที่คิด คุณเพชรและคุณทับทิมต้องใช้เวลากว่า 2 ปีกว่าจะทดลองและพัฒนากระบวนการผลิตร่วมกับทีม YOLO - Zero Waste Your Life จนได้สัดส่วนของขยะพลาสติกกำพร้าแต่ละประเภทที่มีคุณสมบัติในการหลอมเหลวและการขึ้นรูปต่างกัน รวมถึงยังต้องให้ความแข็งแรงเหมาะสมกับการใช้งานจริงในระยะยาว โดนเฉพาะกับสีขาว Kaia ที่กว่าจะทำออกมาได้จริงก็เล่นเสียเวลาทดลองไปไม่น้อยกว่าจะพบว่า ต้องใช้ทั้งฝาขวดน้ำดื่ม ช้อน ส้อม กล่องพลาสติกใส ทั้งผิวมันและด้าน เพื่อให้ชิ้นงานไม่แตกแหลกสลายคามือ และยังสามารถอัดขึ้นรูปตามที่ออกแบบไว้ได้

“PIPATCHARA พยายามออกมาทำงานเกี่ยวกับความยั่งยืนมากขึ้น แต่ใน 2 ปีที่ทำก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้น เราถึงต้องเริ่มก้าวออกมาก่อนหนึ่งก้าว เพื่อให้ทุกคนรู้ว่า มันไม่ง่ายหรอกนะ แต่เราอยากให้เขาเห็นคุณค่าของมัน เราอยากให้มันเป็นส่วนหนึ่งให้เขาได้ตระหนักถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งเราคิดว่า ทุกคนก็คงตระหนักถึงเรื่องนี้กันบ้างอยู่แล้ว แต่การที่ PIPATCHARA ออกมาเปิดตัวในครั้งนี้ เขาเองก็ต้องเริ่มแล้วนะ”

แต่ถึงจะออกตัวว่า Infinitude เป็นคอลเลกชั่นที่มีแนวคิดมาจากความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม แต่คุณเพชรและคุณทับทิมก็ยังไม่ลืมแนวคิดเรื่องงานฝีมือในชุมชนท้องถิ่นที่แบรนด์ PIPATCHARA ให้ความสำคัญมาตลอดด้วย

“PIPATCHARA ตั้งตัวตั้งแต่วันแรกว่าเราเป็น ‘fashion for community’ ดังนั้นจะเห็นว่า กระเป๋าที่เราทำมาตลอด 4 ปีจะมีส่วนร่วมของชุมชนอยู่ในทุกใบ แบรนด์ PIPATCHARA ไม่ใช่ของเพชรคนเดียว ถึงแม้มันจะเป็นชื่อของเพชรก็ตาม แต่เรามาไม่ถึงวันนี้แน่นอน ถ้าไม่มีส่วนร่วมของชุมชน มันไม่ใช่แค่เรื่องค่าตอบแทน แต่มันเป็นเรื่องของการให้ความรู้ และการสร้างความภูมิใจในงานฝีมือของเขาด้วย”

ต่างจากคอลเลกชั่นก่อนหน้าที่ทางแบรนด์ลงพื้นที่ทำงานกับชุมชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในคอลเลกชั่น Infinitude คุณเพชรและคุณทับทิมหันไปทำงานร่วมกับชุมชมครูกว่า 30 ชีวิตในจังหวัดเชียงรายแทน โดยมีการขึ้นไปสอนเทคนิคการต่อชิ้นส่วนพลาสติกขึ้นมาทีละชิ้นตามแพทเทิร์นที่ออกแบบไว้ ร่วมกับการใช้ผืนหนังจากประเทศอิตาลี ที่ไม่ได้มีดีแค่คุณภาพมาตรฐานระดับโลก แต่ยังมีกระบวนการผลิตแบบยั่งยืนที่มีการรับรองเป็นลายลักษณ์อักษรจริง ๆ ว่าสามารถลดการเบียดเบียนสิ่งแวดล้อมไปได้กี่เปอร์เซ็นต์แล้ว 

“จริง ๆ มันก็น่าสนใจว่า ถ้าโรงงานทำหนังในไทยเริ่มหันมาสนใจเรื่องความยั่งยืนมากขึ้น วันหนึ่งเราอาจจะไม่จำเป็นต้องไปหาแหล่งผลิตจากต่างประเทศก็ได้ เพราะคุณภาพหนังของบริษัทในไทยหลาย ๆ ที่ก็ดีมากเลย แต่ในเรื่องของการฟอกหนัง การย้อมหนัง มันก็ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่ายังจำเป็นต้องใช้สารเคมีอยู่”

เห็นความใส่ใจในทุกรายละเอียดขนาดนี้เลยไม่แปลกใจเลยที่ทางแบรนด์ตัดสินใจเปลี่ยนพื้นที่ป็อปอัพช็อปกลางเมืองแห่งนี้ให้มีหน้าที่เป็นนิทรรศการบอกเล่าเรื่องราวการทดลองร่วมกับวัสดุพลาสติกร่วม 2 ปีที่ผ่านมา โดยนอกจากกระเป๋าทั้ง 9 สีแล้ว (แต่ข่าวร้ายคือ สีม่วง Jia ที่มีจำนวนจำกัดแบบสุด ๆ sold out เป็นที่เรียบร้อยแล้ว!) ที่ช็อปแห่งนี้ยังมีรองเท้าดีไซน์สวยสำหรับวันสบาย ๆ จากคอลเลกชั่น Infinitude มาวางขายด้วย คุณเพชรแอบกระซิบบอกเราว่า ในอนาคตน่าจะมีอะไรสนุก ๆ ตามออกมาให้เราได้เลือกช็อปเพิ่มเติมกันอีกแน่นอน ใครที่สนใจ ช่วง 2 เดือนนี้ก็สามารถตามไปลูบ ๆ คลำ ๆ ลองถือกระเป๋าหน้าตาเก๋ไก๋เหล่านี้ได้ด้วยตัวเองที่ร้าน PIPATCHARA เลย

📍 PIPATCHARA
ชั้น G ห้าง Siam Discovery