จ่าง แซ่ตั้ง (ก็มี) หลากมิติ: ในนิทรรศการ ‘หอศิลป กวี จ่าง แซ่ตั้ง’ ชีวิตศิลปินคนหนึ่ง ไม่ต้องเล่าอยู่แบบเดียว

Post on 11 May 2026

ภาพชุดแรกและชุดสุดท้ายในนิทรรศการ ‘หอศิลป กวี จ่าง แซ่ตั้ง’ ดูไม่เหมือนงานของจ่าง แซ่ตั้งที่เราคุ้นเคยเอาเสียเลย

ไม่ว่าจะเป็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 5 หรือภาพกระเช้าดอกไม้ในโรงพยาบาล ใครจะไปคิดว่าจ่าง แซ่ตั้ง ศิลปินติสต์แตกผู้ยิ่งใหญ่ เจ้าของภาพวาดที่เส้นสายนามธรรมสำแดงตนออกมาแรงจนเหมือน ‘ขี้เลนละเลงฝาบ้าน’ จะสร้างภาพเหมือนบุคคลได้สมจริงสุด ๆ และถ่ายทอดทิวทัศน์ทุ่งเขียวออกมาได้ร่มรื่น อบอุ่น และ ‘งดงาม’ ผิดกับที่เคยค้านสายตาผู้ชมนัก คำถามคือทำไม? และคำตอบแฝงอยู่ในนิทรรศการปฐมฤกษ์ในวาระเปิดตัวพิพิธภัณฑ์จ่าง แซ่ตั้ง

นวภู แซ่ตั้ง หลานของจ่าง เล่าว่าเขาคัดสรรนิทรรศการนี้ จากแนวคิดที่เสนอในวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกที่เขาทำ แต่ก็ไม่ใช่แค่เขาที่ศึกษาเรื่องราวของจ่างอย่างจริงจัง ในวาระการเปิดตัวพิพิธภัณฑ์ จ่าง แซ่ตั้ง นวภูยังทำงานภัณฑารักษ์โปรแกรม การประชุมสัมมนาทางวิชาการนานาชาติ “จ่าง แซ่ตั้ง: พินิจ | พินิจ: จ่าง แซ่ตั้ง” ซึ่งนักวิชาการระดับโลกจำนวนมากมารวมตัวกัน “พินิจ” ชีวิตและผลงานของจ่าง

“เราจะศึกษาศิลปินคนหนึ่งอย่างไร? คำถามนี้มิใช่เพียงการรื้อฟื้นเรื่องราวชีวิตหรือตอกย้ำความยิ่งใหญ่ในอดีต หากแต่คือการแสวงหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการเข้าถึงตัวตนและมรดกทางความคิดอย่างรอบด้าน” คำอธิบายจากโปรแกรมสัมมนาวิชาการ ซึ่งช่วยให้เห็นภาพชัดเจน ว่านิทรรศการและพิพิธภัณฑ์แห่งนี้กำลังทำอะไร

พวกเขาทำความเข้าใจจ่าง แซ่ตั้ง จากภาพรวมทั้งชีวิตของเขา จัดวางเขาเข้าไปในบริบท ลงลึกถึงวิธีคิดทางศิลปะ และแสดงให้เห็นว่า เราสามารถนำเสนอชีวิตและผลงานของศิลปินคนหนึ่งได้หลากหลายมิติมากมายเหลือเกิน เมื่อสองปีก่อนตอนที่เราพบกับพวกเขา ในโอกาสที่ Centre Pompidou จัดนิทรรศการจ่าง เราพบว่าเรื่องราวของจ่างถูก “กักขัง” ไว้ในกรอบการเล่าแบบ “ศิลปินคนเศร้า” ผู้สู้ชีวิต ทั้งที่เขาอาจมีชีวิตในโลกอีกใบเป็นศิลปินโมเดิร์น ศิลปินนามธรรม หรือนักคิดผู้ได้อิทธิพลจากปรัชญาจีน

นิทรรศการนี้เปิดประตูสู่มิติเหล่านั้นผ่านงานช่วงแรกเริ่มของจ่าง อย่างฝีมือการวาดภาพบุคคลแบบสมจริง หรืองานเขียนตัวอักษรจีน ซึ่งพาเราไปมองการคลี่คลายของรูปแบบสู่ความนามธรรม หรือความเป็นภาพของตัวอักษร เมื่อเรามองจ่าง แซ่ตั้ง ไกลไปกว่าแค่เจ้าของภาพธรรมเส้นชัด คม แรง เราเห็นภาพใบหน้าของตัวเขาเองหลากหลายรูปแบบ ซึ่งอาจเป็นการ “ตระหนักรู้ถึงตัวตน” ในท่าทีแบบโมเดิร์น หรืออาจแสดงให้เห็นวิธีการสอนศิลปะของเขา ว่าหน้าหน้าเดียวเราอาจวาดออกมาหลายแบบก็ได้

นวภูชวนมองผลงานที่ดังที่สุดชิ้นหนึ่งของจ่าง คือ ‘ตัดมือกวี ควักตาจิตรกร’ ที่เรารู้จักกัน จ่างวาดร่างกายตนเองแบบไม่มีตา ไม่มีมือ และร่างกายสีเหลือง-แดง ในช่วงหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม เมื่อขบวนการนิสิต นักศึกษา และประชาชน ถูกปราบปรามอย่างรุนแรง ท่ามกลางบริบทของศิลปะการเมืองที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์พิราบขาวบ้าง หรืองานที่ถ่ายทอดความรุนแรงบนท้องถนนออกมาตรง ๆ จ่างเลือกวาดร่างกายตนเองและอธิบายว่า “ควักดวงตาออก เพราะฉันทนดูความชั่วร้ายที่เกิดขึ้นในแผ่นดินขณะนั้นไม่ได้ ไม่มีมือ คือ ฉันหยุดทำงานสร้างสรรค์ของฉันทั้งหมด” และมันสะท้อนถึงวิธีคิดเกี่ยวกับการเมืองและร่างกาย (Body politics) ว่าสังคมส่งผลกระทบต่อร่างกายของคนคนหนึ่งได้อย่างไร

ช่วงส่วนสุดท้ายของนิทรรศการ เราได้เห็นผลงานที่เรียกได้ว่าย้อนกลับมาสู่ความสมจริงของจ่าง เส้นทางชีวิตของเขาเองก็ไม่ได้อธิบายได้อย่างง่าย ๆ เหมือนประวัติศิลปินทั่วไปว่าเริ่มทำงานแบบสมจริง แล้วค่อยก้าวมาทำงานนามธรรม เพราะนิทรรศการนี้แสดงให้เห็นว่าจ่างก็กลับมาวาดเชิงสมจริงอีกครั้งหลังทำงานนามธรรม

ชีวิตและผลงานของจ่าง แซ่ตั้ง ยังมีอะไรให้ศึกษาอีกเยอะแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลหลักฐานต่าง ๆ ที่หยิบขึ้นมาศึกษาได้ หรือแม้แต่งานที่โด่งดังของเขา ก็ยังสร้างความหมายใหม่ ๆ ได้อีกมาก หากลองมองจากแง่มุมที่ต่างไปจากเดิม

วันนี้พิพิธภัณฑ์จ่าง แซ่ตั้ง แสดงให้เห็นว่าเราจะก้าวออกจากกรอบโครงเรื่องที่ขังนิยามเขาไว้ได้อย่างไร และเราเองก็ตื่นเต้นเมื่อลองคิดว่าชีวิตต่อไป ที่ยังมีมิติมากมายรอรับการศึกษา น่าจะมีใครอีกบ้างนะ?

‘หอศิลป กวี จ่าง แซ่ตั้ง’
นิทรรศการปฐมฤกษ์ในวาระเปิดตัวพิพิธภัณฑ์จ่าง แซ่ตั้ง
คัดสรรโดย นวภู แซ่ตั้ง
ที่พิพิธภัณฑ์จ่าง แซ่ตั้ง
จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 – 30 เมษายน 2570
พิธีเปิดนิทรรศการ วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.00