เป่าแก้วกับ ‘Frveg Stuff’ จากลูกปัดแก้วเม็ดเล็ก ๆ สู่โลกสีสันสดใสที่กลายเป็นศิลปะสุดน่ารัก

Post on 23 October 2026

เคยเห็นลูกปัดแก้วเป็นรูปน้องหมาดัชชุน บรอกโคลี หรือไอศกรีมสีสดใส แล้วสงสัยไหมว่าเขาทำกันยังไง? ในคอลัมน์ Artist on our radar ประจำสัปดาห์นี้ เราเลยอยากชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับ ‘การเป่าแก้ว’ อีกหนึ่งเทคนิคในการสร้างงานศิลปะ ผ่านงานของ ‘เนย - ปภาวดี ชนะพันธ์’ หรือ ‘Frveg Stuff’ แบรนด์เครื่องประดับทำมือที่เปลี่ยนสิ่งรอบตัวให้กลายเป็นลูกปัดแก้วชิ้นเล็ก ๆ ที่เห็นแล้วอดยิ้มไม่ได้

แต่ก่อนที่จะไปล้วงลึกถึงเบื้องหลังการทำงาน เราก็ขอชวนคุยด้วยท่ามาตรฐานถึงชื่อเสียงเรียงนาม และการทำงานที่เคยผ่านมา เพื่อทำความรู้จักกับตัวตนของเธอให้มากขึ้น ซึ่งเนยก็บอกกับเราว่า เธอเรียนจบมาจากคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือคณะไอซีที มหาวิทยาลัยศิลปากร เอกโฆษณา ส่วนเคยทำอะไรมาบ้าง เธอใช้คำว่า “เยอะมากค่ะ” มาเป็นคำอธิบาย

**เนย - ปภาวดี ชนะพันธ์**

เนย - ปภาวดี ชนะพันธ์

“อาจจะเป็นเพราะว่า เนยโตมาในครอบครัวที่ทำอาชีพค้าขาย เลยรู้สึกว่าการหาเงินเป็นเรื่องปกติตั้งแต่เด็ก ๆ พอมาย้อนคิดดูก็เหมือนเนยทำอาชีพตามสิ่งที่ชอบมาตลอดเลยค่ะ มีตั้งแต่ขายไข่เจียวผ่านแอปเดลิเวอรี เพราะชอบทำอาหารและอยากหาเงินระหว่างเรียน ต่อมาก็มีโอกาสทำงาน Project Coordinator ที่เอเจนซีโฆษณา ตอนเรียนปีสาม เนยได้ฝึกงานตำแหน่ง AE แล้วรู้สึกสนุกและชอบมาก ๆ เหมือนได้เปิดโลกใบใหม่ ได้เห็นการทำงานจริง และงานที่เราทำได้ไปอยู่บนสื่อออนไลน์หรือ TVC ก็ยิ่งรู้สึกว่าสิ่งที่ทำมันยิ่งใหญ่มาก”

“พอจบฝึกงาน บริษัทก็จ้างต่อให้ทำหน้าที่ประสานงานระหว่างทีม Production กับทีม Client ค่ะ แต่งานที่รู้สึกว่าเป็นตัวเองมากที่สุดน่าจะเป็นตอนนี้ คือการทำแบรนด์ Frveg Stuff และเป็น Content Creator ใน TikTok ค่ะ”

ย้อนกลับไปในปี 2021 เนยเล่าว่า เธอสร้าง Frveg Stuff ขึ้นมาจากการทำงานแฮนด์เมดตามความชอบในช่วงนั้น ชื่อแบรนด์มาจากการนำตัวอักษรต้นของคำว่า Fruit และ Vegetable มารวมกัน เพราะเธอชอบสีสันและรูปทรงของผักผลไม้เป็นทุนเดิม ก่อนจะค่อย ๆ ทดลองวัสดุและรูปแบบงานไปเรื่อย ๆ จนถึงวันที่แก้วเข้ามาเป็นส่วนสำคัญของแบรนด์

“เนยเป็นคนชอบงานที่ทำด้วยมืออยู่แล้วค่ะ ทั้งงานคราฟต์และงานแฮนด์เมด เวลาว่างก็ชอบหยิบของที่มีในบ้านมาทำ DIY จับนั่นจับนี่มาต่อกันตามจินตนาการ ช่วงแรกเลยเริ่มจากเพนต์เคสมือถือขาย แล้วก็วาดรูปบนผืนผ้าใบ นำภาพไปสแกนทำเป็นโปสการ์ดกับสติกเกอร์ขาย จนมีร้านมัลติแบรนด์แถวสยามอย่าง Daddy Stickerland และ FRANK ติดต่อมาอยากนำของที่เราเพนต์ไปขายหน้าร้าน”

“ตอนนั้นเนยเลยเริ่มทำแบรนด์จริงจังขึ้น เพราะต้องผลิตสินค้าและทำสต็อกส่งแต่ละสาขา เนื่องจากงานแฮนด์เมดใช้เวลาทำแต่ละชิ้นเยอะมาก และเราต้องทำหลายอย่างตั้งแต่ออกแบบ ผลิตสินค้า ไปจนถึงโปรโมตแบรนด์ค่ะ พอถึงปี 2023 เนยเริ่มสนใจเครื่องประดับ เพราะอินกับการใส่เครื่องประดับมากขึ้น เลยลองปั้นดินเป็นลูกปัดทีละเม็ด แต่ก็พบว่าดินปั้นมีข้อจำกัด เพราะไม่สามารถโดนความชื้นได้มากนัก เลยเริ่มมองหาวัสดุอื่นที่ทนทานกว่านี้ค่ะ”

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นระหว่างเดินเล่นแถวเจริญกรุง เมื่อเนยบังเอิญพบสร้อยลูกปัดแก้วที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในร้านขายชุดไทยเล็ก ๆ ตรงหัวมุมถนน ความสงสัยในวันนั้นพาเธอไปรู้จักแก้วมูราโน่ และลงเอยด้วยการเดินทางไปเรียนเป่าแก้วด้วยตัวเองที่เชียงใหม่

“วันนั้นเนยสะดุดตากับสร้อยลูกปัดที่แขวนอยู่บนหุ่นในร้านมากค่ะ เลยเดินเข้าไปถามคุณป้าเจ้าของร้านว่ามันคืออะไร คุณป้าบอกว่าเป็นสร้อยลูกปัดแก้วมูราโน่ ซึ่งตอนนั้นเนยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแก้วมูราโน่คืออะไร ก็เลยขอซื้อกลับมาค่ะ (หัวเราะ) แล้วกลับมาเสิร์ชข้อมูลต่อ พอดูไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มอยากลองทำเอง เพราะลูกปัดที่ซื้อมาแต่ละแบบมีแค่ชิ้นเดียว ตอนนั้นคิดแค่ว่าอยากมีมากกว่านี้ เวลาเอามาใช้จะได้ไม่เสียดายค่ะ”

“เนยเลยเริ่มหาวิธีทำและหาคอร์สเรียนในไทย จนเจอ Little Devil Glass สตูดิโอของอาจารย์ Alexx Cheng ที่เชียงใหม่ ก็เลยตัดสินใจลงเรียน โดยใช้เงินเก็บจากการทำงานที่ผ่านมาค่ะ ตอนนั้นเป็นเงินก้อนหนึ่งเลย เพราะต้องรวมทั้งค่าเรียน ค่าที่พัก ค่าตั๋ว ค่าเดินทาง และค่ากินอยู่ ซึ่งรวม ๆ แล้วเป็นหลักหมื่น แถมยังเป็นการนั่งรถไฟไปต่างจังหวัดคนเดียวครั้งแรกของเนยด้วย”

“พอได้ลองเรียนก็รู้สึกชอบมาก เหมือนเป็น Magic Moment ที่ได้ค้นพบสิ่งที่สนุกและน่าตื่นเต้น ไฟก็ร้อนแรงมากจริง ๆ ค่ะ เหงื่อแตกเลย (หัวเราะ) แล้วอาจารย์ที่สอนยังบอกว่าเนยมีพรสวรรค์และสามารถพัฒนาต่อได้ ซึ่งเนยก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอาจารย์เห็นจากอะไร แต่ทำให้เริ่มคิดว่า หรือเราจะทำสิ่งนี้เป็นอาชีพจริงจังได้”

“พอกลับกรุงเทพฯ เนยเลยวางแผนให้เวลาตัวเองหกเดือน ถ้าลองทำแล้วไม่สามารถต่อยอดหรือมองเห็นหนทางไปต่อได้ ก็จะเลิกแล้วกลับไปสมัครงานเอเจนซีค่ะ”

“หลังกลับจากเชียงใหม่ เนยเริ่มนำลูกปัดแก้วที่ฝึกทำมาผสมเข้ากับ Frveg Stuff และลองนำไปขายตามบูธต่าง ๆ แต่ในช่วงแรก ลูกค้ายังไม่คุ้นกับเครื่องประดับจากงานเป่าแก้วมากนัก เธอจึงเริ่มทำคอนเทนต์เพื่อให้คนเห็นกระบวนการทำงานจริง ๆ ก่อนที่วิดีโอเหล่านั้นจะกลายเป็นอีกแรงสำคัญที่ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น”

ส่วนจุดเริ่มต้นของการสร้างคอนเทนต์ในแพลตฟอร์มออนไลน์ เนยอธิบายว่า “ตอนนั้นเนยเริ่มหาทางทำให้การเป่าแก้วไปต่อได้ ด้วยการนำลูกปัดแก้วเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Frveg Stuff แต่ก็ยังอยู่ในช่วงทดลองและฝึกทำไปเรื่อย ๆ เวลาออกบูธก็เอางานที่ฝึกทำไปขายด้วย แต่ลูกค้ายังไม่ค่อยคุ้นกับการเป่าแก้วให้เป็นเครื่องประดับรูปแบบนี้ เราเลยต้องอธิบายพร้อมเปิดวิดีโอตอนทำให้ดูด้วย”

“เนยก็เลยคิดว่า ถ้าอย่างนั้นทำคอนเทนต์ขึ้นมาให้คนเข้าใจและเห็นภาพมากขึ้นดีกว่าว่าสิ่งนี้คืออะไร กลายเป็นว่าตอนนั้นเนยอาจเป็นคนแรก ๆ ใน TikTok ที่ทำคอนเทนต์รูปแบบนี้ เลยได้รับความสนใจเยอะมาก หลายคลิปมียอดวิวหลักล้าน อาจเพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นในคลิปเป็นสิ่งที่ทำจริง ๆ แบบเรียล ๆ ไม่ได้ปรุงแต่ง ทุกอย่างเป็นธรรมชาติของเนยค่ะ”

“คอนเทนต์ก็ส่งผลให้ Frveg Stuff เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยเฉพาะตอนเริ่มทำลูกปัดแก้วน้องหมาดัชชุน คนเห็นคลิปแล้วชอบ แชร์ต่อ และอยากสนับสนุน ก็เริ่มตามหากันว่าจะซื้อได้ที่ไหน นั่นเลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Frveg Stuff กลายเป็นแบรนด์เครื่องประดับจากงานเป่าแก้วอย่างจริงจังมาจนถึงทุกวันนี้ค่ะ”

สำหรับงานของ Frveg Stuff วัตถุดิบและแรงบันดาลใจมักมาจากสิ่งที่พบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน ทั้งสัตว์เลี้ยง ของกิน และผักผลไม้ ก่อนจะถูกแปลงเป็นเครื่องประดับสีสันสดใสที่มีรูปทรงชวนจดจำ ความน่ารักที่ดูเข้าใจง่ายยังเชื่อมโยงกับความชอบส่วนตัวของเนย ซึ่งเธอค่อย ๆ นำมาพัฒนาเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

“ธีมหลักของ Frveg Stuff คือการหยิบ Object ในชีวิตประจำวันมาเป็นแรงบันดาลใจในการทำเครื่องประดับค่ะ อย่างสัตว์เลี้ยง หมาแมว หรือของกินอย่างผักผลไม้กับไอศกรีม ผ่านการใช้สีสันและสไตล์งานที่น่ารัก เข้าถึงง่าย มองเห็นแล้วเข้าใจได้เลย ไม่ต้องตีความหลายตลบ”

“อีกอย่างคือเราให้คุณค่ากับงานแฮนด์เมด ทุกชิ้นจะมีเอกลักษณ์ของตัวเอง ไม่เหมือนกันร้อยเปอร์เซ็นต์ เนยคิดว่านั่นเป็นจุดแข็งที่ทำให้งานแต่ละชิ้นมีคุณค่าค่ะ เนยใส่ใจทุกขั้นตอน ตั้งแต่การทำลูกปัดหนึ่งเม็ดที่มีขั้นตอนเยอะมาก ไปจนถึงการแพ็กของ เราตั้งใจทำให้พัสดุทุกชิ้นเป็นเหมือนของขวัญ มีทั้งผูกโบว์ ติดสติกเกอร์ และใส่การ์ด เพราะรายละเอียดเหล่านี้สำคัญกับประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้รับด้วยค่ะ”

“ถ้าถามว่าแรงบันดาลใจมาจากไหน ก็มาจากความชอบของเนยเองค่ะ เนยชอบอะไรที่เข้าใจง่ายและมีสีสันสดใส อย่างหนังสือนิทานเด็กก็เป็นสิ่งที่ชอบอ่านและสะสมมาก ๆ เลยส่งผลให้แต่ละคอลเลกชันมีความเป็นเด็กอยู่หน่อย ๆ เนยเชื่อว่าไม่ว่าเราจะอายุเท่าไหร่ ก็ยังมีความเป็นเด็กอยู่ในใจเราเสมอ”

“หลายคนอาจเห็นสไตล์งานแล้วคิดว่าคนซื้อน่าจะเป็นวัยรุ่นหรือเด็ก ๆ แต่จริง ๆ ลูกค้าหลักมีตั้งแต่วัยทำงานไปจนถึงวัยคุณแม่เลยค่ะ เป็นเรื่องที่เซอร์ไพรส์มาก เคยมีคุณแม่พาลูกมาซื้อเครื่องประดับที่หน้าบูธ โดยตั้งใจมางานนี้เพื่อมาบูธเนยโดยเฉพาะ ตอนนั้นรู้สึกว้าวมาก ไม่คิดว่างานเป่าแก้วเล็ก ๆ ของเราจะไปถึงคนหลากหลายวัยได้ขนาดนี้ค่ะ”

แม้งานจะมีหน้าตาน่ารักและสีสันสดใส แต่เบื้องหลังลูกปัดแต่ละเม็ดต้องอาศัยการควบคุมไฟและอุณหภูมิอย่างแม่นยำ เทคนิคที่เนยเลือกใช้เรียกว่า Lampworking ซึ่งเป็นการนำแท่งแก้วมูราโน่มาหลอมด้วยเปลวไฟ ก่อนขึ้นรูปเป็นลูกปัดด้วยมือ ความท้าทายจึงอยู่ที่การเรียนรู้จังหวะของวัสดุ และการฝึกฝนซ้ำจนเข้าใจว่าแก้วแต่ละชนิดตอบสนองต่อความร้อนอย่างไร

“งานของเนยเป็นการทำเครื่องประดับจากลูกปัดแก้วด้วยแท่งแก้วมูราโน่ โดยใช้เทคนิค Lampworking ค่ะ คือการนำแท่งแก้วมาขึ้นรูปผ่านความร้อนจากแก๊ส Oxygen และ Propane ที่ทำให้เกิดเปลวไฟเข้มข้น ส่งผ่านมาที่หัวเป่าไฟ หรือ Torch เมื่อแท่งแก้วค่อย ๆ โดนความร้อนจนหลอมละลาย เราก็สามารถขึ้นรูปเป็นลูกปัดแต่ละเม็ดได้ แล้วนำไปต่อยอดเป็นเครื่องประดับในสไตล์ของ Frveg Stuff ค่ะ”

“ความยากอยู่ที่การควบคุมไฟและบริหารอุณหภูมิของลูกปัดระหว่างเป่าแก้ว ถ้าร้อนเกินไป แก้วก็จะหลอมละลายรวมกันจนเสียรูปทรง แต่ถ้าเย็นเกินไปก็ทำให้เกิดรอยร้าว เป็นสิ่งที่ต้องฝึกฝนผ่านการลงมือทำและเรียนรู้จังหวะไปเรื่อย ๆ ไม่มีทางลัดค่ะ (หัวเราะ)”

“แต่เนยชอบตรงที่มันเป็นงานที่ตรงไปตรงมาดี ถ้าใช้เวลาฝึกฝนมากพอ ยังไงก็ทำได้ คงไม่มีคำว่าทำไม่ได้ถ้าเราฝึกฝนอยู่ทุกวัน แต่อาจอยู่ที่ว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ค่ะ”

“อีกเหตุผลที่เนยชอบเทคนิคนี้คือมันเป็นงานที่เริ่มต้นใหม่ได้เสมอในเวลาอันสั้น อย่างเราทำลูกปัดเม็ดหนึ่งแล้วลองผสมสีฟ้ากับสีครีม แต่กลับเกิดเอฟเฟกต์เป็นรอยสีน้ำตาลแบบที่ไม่ชอบ ก็ไม่เป็นไร แค่ทำชิ้นใหม่ได้เลย มันทำให้เนยรู้สึกว่า จริง ๆ แล้วไม่มีอะไรผิดพลาดเลย ถ้าเป้าหมายของเราคือการทดลองและเรียนรู้”

“การทดลองเป่าแก้วยังเป็นงานที่เห็นผลได้ทันที ไม่ต้องรอนาน สิ่งที่เราลองปรากฏอยู่ตรงหน้าเลยว่าได้ผลหรือไม่ ทำให้เนยไม่ได้รู้สึกว่าการทำอะไรใหม่ ๆ หรือการออกจาก Comfort Zone เป็นเรื่องยากขนาดนั้น เพราะทุกวันของการเป่าแก้วคือการเริ่มทดลองสิ่งใหม่จริง ๆ ค่ะ”

“วิธีฝึกฝนของเนยเริ่มจากรูปทรงง่าย ๆ อย่างทรงกลมกับทรงโดนัท แม้จะไม่ได้ซับซ้อน แต่ช่วยฝึกควบคุมอุณหภูมิและทำให้ลูกปัดไม่แตก ช่วงแรกเนยฝึกพื้นฐานตรงนี้เยอะมากค่ะ เพราะอาจารย์ Alexx Cheng ที่เนยเคยไปเรียนด้วย เป็นผู้ผลิต Pandora Beads มาสิบสี่ปี และเคยสอนว่า ถ้าทำลูกปัดให้กลมและไม่แตกได้ ก็โอเคแล้ว หลังจากนั้นจะทำอะไรก็ทำได้ทั้งหมด”

“พอมีพื้นฐานแล้ว งานของเนยก็เริ่มแฟนซีเลยค่ะ (หัวเราะ) เริ่มจากรูปผักผลไม้ ดอกชบา สัตว์อย่างเต่าทอง แมว กระต่าย จนกลายมาเป็นงานซิกเนเจอร์อย่างลูกปัดแก้วรูปน้องหมาดัชชุนที่มีครีมอยู่บนหัวค่ะ”

“ถึงจะรู้จังหวะการเป่าแก้วแล้ว แต่ทุกครั้งที่ทำรูปแบบใหม่ก็ยังต้องฝึกฝนอยู่ดี เพราะแก้วแต่ละสีและแต่ละชนิดมีความหนืดไม่เท่ากัน บางสีพอจับคู่กันก็เกิดเอฟเฟกต์ใหม่ ๆ เหมือนได้เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวันค่ะ ระหว่างทางก็มีบางวันที่ทำงานได้ไม่ดีเหมือนกัน ตอนนั้นต้องฝึกให้อภัยตัวเอง ถ้ายังมีชีวิตก็เริ่มใหม่ได้ทุกวัน เป่าแก้วแล้วแก้วแตกก็แค่ทำใหม่ อะไรที่ยังทำไม่ได้ตอนนี้ ก็ไม่ได้แปลว่าจะทำไม่ได้ไปตลอด การฝึกเป่าแก้วทำให้เนยได้เรียนรู้สิ่งนี้ค่ะ”

เมื่อพื้นฐานเริ่มแน่นขึ้น เนยก็หันมาสำรวจรูปทรงที่สนใจอย่างจริงจังมากกว่าเดิม ผลงานชุดฟาร์มผักผลไม้ที่กำลังทำอยู่เป็นตัวอย่างของการกลับไปมองสิ่งที่ชอบมาตั้งแต่ต้น พร้อมทดลองเพิ่มรายละเอียดให้ใกล้เคียงกับวัตถุดิบจริง ขณะเดียวกัน เธอยังสนุกกับการลองเทคนิคใหม่อย่าง Implosion เพื่อสร้างลวดลายที่ซ่อนอยู่ภายในเนื้อแก้ว

เนยยกตัวอย่างกระบวนการทำงานให้ฟังผ่านผลงานล่าสุดว่า “ผลงานที่กำลังทำอยู่ตอนนี้มีคอนเซปต์เป็นฟาร์มผักผลไม้ค่ะ พอทำงานมาได้ระยะหนึ่ง เราก็เริ่มเห็นแนวทางและความชอบของตัวเองชัดขึ้น แล้วค้นพบว่าสิ่งที่ชอบและอินจริง ๆ คือผักผลไม้ตามชื่อ Frveg เลยอยากลงลึกกับมันให้มากขึ้น ใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้ดูเหมือนจริงและมีรายละเอียดมากขึ้น”

“อย่างชิ้นที่ทำเป็นรูปบรอกโคลี เนยซื้อบรอกโคลีจริง ๆ มานั่งดูและจับไปด้วยตอนเป่าแก้วเลยค่ะ ซึ่งต่างจากการทำงานปกติที่มักดูจากภาพแล้วลดทอนรายละเอียด ตอนนี้มีทั้งแครอท มะเขือเทศ ข้าวโพด เห็ด ผักกาด อะโวคาโด และชิ้นที่ชอบที่สุดก็คือบรอกโคลีค่ะ”

“ส่วนอีกอย่างที่กำลังสนุกคือการทดลองทำแก้วรูปแคปซูลแมงกะพรุน ด้วยเทคนิค Implosion ที่เคยเรียนมา เทคนิคนี้ใช้หลักการยุบตัวของลวดลายลงไปด้านใน เพื่อสร้างลวดลายสามมิติที่ดูเหมือนดอกไม้หรือดวงดาวอยู่ภายในเนื้อแก้วใสหนา ๆ”

“แต่ถ้าเป็นรูปแมงกะพรุน ก็จะผลักลวดลายที่อยู่บนพื้นผิวให้จมลึกลงไปอยู่ตรงกึ่งกลางของก้อนแก้วใส ทำให้เกิดมิติที่น่าสนใจและคาดเดาไม่ได้เลยว่าพอทำเสร็จแล้วตัวแมงกะพรุนจะออกมาเป็นแบบไหน หรือสีแก้วจะผสมกันออกมาอย่างไรค่ะ”

จากเครื่องประดับชิ้นเล็ก ๆ ที่สวมใส่ได้ทุกวัน เนยอยากขยับขยายความเป็นไปได้ของแก้วไปสู่งานรูปแบบอื่น ทั้งของแต่งบ้านและของใช้ในชีวิตประจำวัน การได้เห็นผลงานจากศิลปินแก้วทั่วโลกในพิพิธภัณฑ์ที่ญี่ปุ่นทำให้เธอเริ่มมองเห็นเส้นทางใหม่ ๆ และออกไปเรียนรู้เทคนิคจากหลายสตูดิโอเพิ่มเติม

“ในอนาคตเนยอยากให้ Frveg Stuff มีงานแก้วรูปแบบอื่นนอกเหนือจากเครื่องประดับค่ะ อยากให้งานเป่าแก้วเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนได้หลายรูปแบบและเข้าถึงง่ายขึ้น อาจเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของแต่งบ้าน หรือของใช้ในชีวิตประจำวันที่ยังคงเป็นสไตล์ของ Frveg Stuff อยู่”

“ตอนที่เนยไปญี่ปุ่น มีโอกาสไป Kobe Lampwork Glass Museum ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมผลงานของศิลปินแก้วจากทั่วโลกมาจัดแสดง ทำให้เห็นความเป็นไปได้ของงานแก้วมาก ๆ ว่ามันสามารถเป็นอะไรได้หลากหลายรูปแบบจริง ๆ ค่ะ”

“ปีนี้เนยได้ลองเรียนเทคนิคจากหลายสตูดิโอ ทั้ง Glass Blowing หรือการเป่าแก้วเป็นรูปถ้วยจาก Glass Zo (アトリエ ガラス工房ZO) ที่ญี่ปุ่น การเป่าแก้ววิทยาศาสตร์จาก Chiangmai Glass Blowing หรือเชียงใหม่การแก้ว และ Fused Glass จาก i-ga by Blue Bird Art Glass ที่เชียงใหม่ รวมถึงเทคนิค Implosion จาก Little Blue Studio ที่หัวหินค่ะ”

“ตอนนี้ยังเป็นช่วงลองผิดลองถูกกับเส้นทางในอนาคตอยู่ ยังไม่แน่ใจว่าผลการทดลองจะออกมาเป็นแบบไหน แต่ถ้ามองภาพกว้าง ๆ เนยอยากเดินทางไปหลาย ๆ ที่ทั่วโลก เพื่อเรียนรู้เทคนิคการเป่าแก้วของแต่ละประเทศและแต่ละเมือง เก็บเป็นประสบการณ์ชีวิตไปเรื่อย ๆ ค่ะ”

Dachshund Sweet-Tooth Collection

ลูกปัดแก้วมูราโน่รูปดัชชุนในซีรีย์ขนมหวานค่ะ เพิ่มความแฟนซีด้วยการแปลงร่างให้น้องกลายเป็นทั้งพุดดิ้ง ครีมโซดา และสตอเบอรี่ชอร์ตเค้กเลย เรารู้สึกว่าหมาดัชชุนเค้าเป็นน้องหมาที่มีคาแรคเตอร์เฉพาะตัวและน่ารักด้วย ในช่วงแรกก็ลองผิดลองถูกอยู่นาน เรื่องการจับคู่สี รูปทรง และคอนเสป ตัวแรกที่คิดได้คือน้องดัชชุนสีน้ำตาล เป็นขนมพุดดิ้งค่ะ เพราะตอนนั้นนั่งคิดว่าขนมอะไรบ้างที่เป็นสีน้ำตาล เลยนึกถึงหลายอย่างมาก ทองม้วน บราวนี่ จนมาเจอพุดดิ้งแล้วพอได้ทำออกมาก็รู้สึกว่าใช่มาก

นำไปสู่ชิ้นต่อไปคือสตอเบอรี่ชอร์ตเค้กค่ะ ซึ่งดัชชุนจะมีตัวสีครีมเลยนึกถึงว่าให้น้องเป็นขนมเค้กน่าจะดี ก็มาคิด ๆ ว่าขนมอะไรที่มีสีขาวและครีมบ้าง ก็เลยนึกถึงสตอเบอรี่ชอร์ตเค้กนุ่มฟูค่ะ คือเค้ามีความสีขาวและครีมแต่มีสีแดงของสตอเบอรี่ตัด ก็เลยออกแบบให้สตอเบอรี่ไปอยู่ตรงก้นของน้องดัชชุน ซึ่งคอลเลคชั่นนี้เป็นสร้อยคอรูปหมาดัชชุน คอลเลคชั่นแรกที่ปล่อยออกมาและทำให้ได้เป็นรู้จักถึงทุกวันนี้เลยค่ะ

Tomato Vines Bag Charm

ที่มาของคอลเลคชั่นนี้เกิดจากความบังเอิญค่ะ จริงๆต้องขอบคุณเพื่อนซัน เจ้าของแบรนด์ whatproject เลยค่ะ คือมีเนยมีเพื่อนที่ทำร้านขายกระเป๋าจะไปออกบูธ เลยชวนเอาของไปวางขายด้วยกัน ซึ่งเพื่อนไม่คิดค่าฝากวางเลยก็รู้สึกเกรงใจถ้าจะเอาเครื่องประดับไปวาง กลัวว่าจะรบกวนเพื่อนด้วยก็เลยทำอะไรที่สอดคล้องกับสินค้าในร้านของเพื่อนค่ะ เลยคิดว่าจะทำพวงกุญแจกระเป๋า

แต่ทำทั้งทีก็อยากทำอะไรที่มันแตกต่าง เลยนึกถึงสิ่งที่ชอบมาตลอดนั่นคือผักผลไม้ค่ะ แล้วไปเจอรูปเถามะเขือเทศแล้วรู้สึกว่า Form เค้าน่าสนใจดี เลยทำการดีไซน์และคิด Pattern ของการผูกเชือกร้อยเชือกให้ได้เป็นเส้นสายที่คล้ายเถามะเขือเทศที่สุด จนกลายมาเป็นผลงานนี้ค่ะ ซึ่งได้รับการตอบรับดีกว่าที่คิดไว้มากเลยค่ะ

Dachshund Journal Bracelet Collection

เริ่มจากทำสร้อยคอที่เป็นลูกปัดแก้วน้องดัชชุนแล้ว ก็มีฟีดแบคจากลูกค้ามาว่าอยากได้แบบที่เป็นกำไลข้อมือบ้าง เนยก็เลยเริ่มดีไซน์ลองผิดลองถูกอยู่นานถึงสี่เดือนเลยค่ะ เพราะด้วยความที่เป็นกำไลข้อมือ เวลาลูกค้าใช้งานก็มีโอกาสกระแทกสูงกว่าสร้อยคอ ก็เลยมีการปรับรูปทรงมาเรื่อย ๆ หลาย ๆ ท่า ลองท่านั่ง ท่ายืน หรือท่านอนก็เคยลองมาแล้วค่ะ (หัวเราะ) จนได้มาเป็นน้องดัชชุนท่ายืนที่มีครีมบนหัวเป็น Signature เวลาสวมใส่สามารถพลิกให้น้องดัชชุนยืนอยู่บนข้อมือเราได้ค่ะ ซึ่งเป็นกิมมิกที่ชอบมาก ๆ

ธีม Dachshund Journal Bracelet บันทึกช่วงเวลาแสนสุขกับน้องดัชชุน เราก็มานั่งคิดว่าคนที่เลี้ยงหมาน่าจะพาน้องไปทำกิจกรรมอะไรด้วยกันบ้าง เลยได้มาเป็นคอนเซปบันทึกในวันที่ได้ใช้เวลาแสนสนุกกับน้องดัชชุนสามธีมคือ

📌 Dachshund Tennis Afternoon🎾☀️ บันทึกในวันแดดบ่ายที่เล่นโยนลูกเทนนิสกับน้องดัชชุน ที่มาพร้อมพาเลทสีสันสดใส

📌Dachshund Baseball Buddy⚾️🐶 บันทึกในวันแดดเย็นลมพัดสบาย ที่ได้เล่นลูกเบสบอลกับน้องดัชชุนคู่ใจ มาพร้อมโทนสีน้ำตาลใส่ง่ายและอบอุ่น

📌Dachshund Gentle Walks🫧✨บันทึกในวันเดินเล่นสบายๆ จะมีอะไรมีความสุขไปกว่าการได้เดินเล่นยามเย็นกับน้องหมา เลยตั้งใจทำเห็นตัวเส้นดูเรียบๆ ใส่ได้ทุกวันค่ะ

Stationery & Crayon Glass Bead Collection

ธีมคอลเลคชั่นนี้เกิดจากว่าเนยชอบเครื่องเขียนมาก เวลาไปญี่ปุ่นคือสิ่งที่จะซื้อกลับมาเสมอคือเครื่องเขียน และบวกกับชอบเขียน Journal ด้วยเลยชอบสมุดและงานกระดาษมาก ๆ ช่วงนั้นเพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่นเลยอยากลองเป่าแก้วลูกปัดเป็นรูปเครื่องเขียนดูค่ะ ทดลองทำหลายอย่างมากค่ะ มีทั้งปากกา ดินสอ ยางลบ สี สมุดต่าง ๆ จนได้ออกเป็นธีม Colorful Crayon คือเป็นเหมือนสีเทียนและสมุดค่ะ ตอนทำเสร็จรู้สึกภูมิใจมากเพราะน้องออกมาเหมือนสีเทียนจิ๋วจริง ๆ คือเนยตั้งใจทำทุกดีเทลมากทั้งความหนาของสมุด สันปกใด ๆ ลดทอนรายละเอียดจนกลายเป็นสมุดและสีเทียนจิ๋วที่ทำจากแก้วค่ะ

เนยทิ้งท้ายไว้ว่า “จริง ๆ เนยชอบเที่ยวมากและเดินทางผจญภัยคนเดียวได้สบาย เวลาเลือกว่าจะไปที่ไหนก็จะเริ่มค้นหาก่อนว่าที่นั่นมีร้านหรือสตูดิโอเกี่ยวกับงานเป่าแก้วไหม ถ้ามีก็จะฟินมากค่ะ (หัวเราะ) เลยคิดว่าคงดีมากถ้าเราได้ทำสิ่งที่รักและสิ่งที่ชอบไปพร้อมกัน เพราะทั้งสองอย่างช่วยพัฒนาทักษะฝีมือ และทำให้ตัวตนข้างในของเราเติบโตผ่านการเดินทางด้วยค่ะ”

หากใครอยากรู้จักโลกสีสันสดใสของลูกปัดแก้วทำมือจาก Frveg Stuff หรืออยากติดตามเนยที่ฝึกเป่าแก้วทุกวัน สามารถไปชมผลงานและเรื่องราวเบื้องหลังการทำงานของเธอได้ที่ Instagram https://www.instagram.com/frveg_stuff/ และ TikTok https://www.tiktok.com/@noey.ppwd?_r=1&_t=ZS-9AZTvOpeyd2