สนทนากับ ‘ชิน มิน’ ศิลปินผู้สำรวจโครงสร้างอำนาจที่กดทับผู้เปราะบางผ่านศิลปะ ใน Bangkok Art Biennale 2026

Post on 21 October 2026

ก่อนที่ Bangkok Art Biennale 2026 จะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในช่วงปลายเดือนตุลาคม กรุงเทพฯ ของเราก็ค่อย ๆ ต้อนรับศิลปินจากทั่วโลก ที่เดินทางมาใช้เวลาเดินสำรวจ ทำความรู้จัก และรับฟังเสียงของเมืองในแบบของตนเอง หนึ่งในนั้นคือ ‘ชิน มิน’ (Shin MIN) ศิลปินชาวเกาหลีใต้ ผู้ตั้งคำถามกับโครงสร้างอำนาจ แรงงาน และความเปราะบางของมนุษย์ ผ่านการเปลี่ยนเศษกระดาษอันบอบบางให้กลายเป็นประติมากรรมรูปลักษณ์ไร้เดียงสา แต่แฝงไว้ด้วยมวลอารมณ์อันเข้มข้นของผู้ใช้แรงงาน เพื่อสะท้อนความโหดร้ายที่ซ่อนอยู่ภายใต้ระบบทุนนิยมอย่างตรงไปตรงมา

และเมื่อไม่นานมานี้ GROUNDCONTROL ก็มีโอกาสพูดคุยกับเธอ ระหว่างการมาเยือนกรุงเทพฯ ครั้งนี้ เพื่อสำรวจมุมมองและกระบวนการสร้างสรรค์ในแบบฉบับของเธอ ตั้งแต่ความรู้สึกยามได้เดินสำรวจและรับฟังเมือง ผ่านพื้นที่หลากหลาย ตั้งแต่วัด ศาลพระภูมิ ไปจนถึงภูมิทัศน์ร่วมสมัย ซึ่งทั้งหมดนี้ค่อย ๆ กลายเป็นแรงบันดาลใจของงานศิลปะที่ไม่ได้มีไว้เพียงให้มองเห็นเท่านั้น แต่ยังชวนให้เราหันกลับมามองความเป็นมนุษย์ของกันและกัน ด้วยความเข้าใจ ความอ่อนโยน และความเรียบง่ายที่เข้าถึงได้

**ภาพผลงานของชินมิน ที่จัดแสดงใน Seoul gallery P21 ณ Art Basel Hong Kong 2026
เครดิตภาพ: OCULA**

ภาพผลงานของชินมิน ที่จัดแสดงใน Seoul gallery P21 ณ Art Basel Hong Kong 2026
เครดิตภาพ: OCULA

อาหาร แรงงาน และความหลากหลายทางเพศ ว่าด้วยเมืองไทยครั้งแรกในสายตาของ ชิน มิน

Q: การมาเยือนกรุงเทพฯ ครั้งแรก ทำให้คุณรู้สึกอย่างไรกับความหลากหลายที่มีอยู่ในเมืองนี้?

ชิน มิน: “เพราะว่านี่เป็นครั้งแรกที่ฉันมาเยือนกรุงเทพฯ ฉันเลยตั้งใจมาสำรวจสถานที่ต่าง ๆ และค้นหาแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมไทย และฉันรู้สึกว่าการเดินทางครั้งนี้ทำให้เป้าหมายนั้นเป็นจริง ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ ฉันกินอาหารไทยทุกวัน และได้ไปเยี่ยมชมทั้งวัดและสถานที่ทางวัฒนธรรมหลายแห่ง รวมถึงไปดูสถานที่ที่จะจัดงาน Biennale ด้วย”

“สิ่งที่ทำให้ประทับใจมาก คือกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ขนบธรรมเนียมดั้งเดิมและความทันสมัยสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน ฉันยังได้ไปที่ One Bangkok และมีโอกาสใช้ห้องน้ำสำหรับทุกเพศ มันทำให้ฉันรู้สึกว่าที่นี่เป็นเมืองที่เปิดกว้างและโอบรับความหลากหลายจริง ๆ กรุงเทพฯ ดูเหมือนจะเป็นสถานที่ที่ทุกคนได้รับการต้อนรับ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร มาจากไหน หรือเป็นเพศอะไร และฉันอยากนำความรู้สึกนี้ไปถ่ายทอดในผลงาน Biennale ของตัวเอง”

**เครดิตภาพ: OCULA**

เครดิตภาพ: OCULA

Q: งานของคุณมักใส่ภาพสะท้อนของแรงงาน คุณคิดว่าภาพสะท้อนของแรงงานในกรุงเทพฯ คืออะไรบ้าง?

ชิน มิน: “ในผลงานที่ผ่านมา ฉันใช้ตาข่ายคลุมผมสีดำเป็นสัญลักษณ์ของแรงงานและสภาพการทำงาน เพราะในเอเชีย ผู้คนส่วนใหญ่มีผมสีดำ ฉันได้เห็นภาพแบบนี้ในสถานที่หลายแห่งในกรุงเทพฯ เช่นกัน ฉันสังเกตว่า คนทำงานบริการ เช่น หมอนวด พนักงานร้านอาหาร หรือแม่บ้าน ยังคงสวมตาข่ายคลุมผมอยู่ ฉันเลยอยากนำสิ่งที่ได้พบเห็นมาผสมผสานในผลงานต่อไป มันอาจเกี่ยวข้องกับความหลากหลาย การยอมรับ ความปรารถนา และวิธีที่ผู้คนเฉลิมฉลองความแตกต่าง รวมถึงก้าวผ่านความยากลำบากในชีวิต”

Q: ได้ยินว่าคุณยังสนใจใน ‘ศาลพระภูมิ’ มาก ๆ คุณคิดจะเชื่อมโยงมันกับงานศิลปะใน Bangkok Art Biennale 2026 หรือเปล่า?

ชิน มิน: “ฉันประทับใจศาลพระภูมิเล็ก ๆ ที่อยู่หน้าอาคารต่าง ๆ มาก มันทำให้ฉันนึกถึงงานของตัวเอง เพราะฉันสร้างประติมากรรมที่มีลักษณะเหมือนตัวฉันเองและคนรอบตัว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงาน และสำหรับฉัน มันก็เป็นเหมือนเครื่องราง ฉันมักซ่อนข้อความที่เป็นความปรารถนาไว้ข้างในงาน มันเหมือนกับการใส่ความตั้งใจและหัวใจลงไป และเกิดเป็นบทสนทนาส่วนตัวระหว่างฉันกับสิ่งนั้น ฉันอยากพัฒนางานจากจุดร่วมนี้ โดยยังคงความเป็นตัวเองในฐานะศิลปินเกาหลี และเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมไทย”

การตีความคอนเซปต์ Bangkok Art Biennale 2026 เมื่อ Angels และ Mara คือภาพปะทะของทุนนิยม

Q: ช่วยเล่าประสบการณ์การสำรวจภาคสนามและการเตรียมตัวสำหรับ Bangkok Art Biennale 2026 ให้ฟังหน่อย

ชิน มิน: “ฉันไปดูสถานที่มาแล้วหลายแห่ง ทั้งวัด ห้างสรรพสินค้าที่มีสถาปัตยกรรมล้ำสมัย และวันนี้จะได้ไปดูพิพิธภัณฑ์ด้วย และยังคงทำ site research ต่อ (หัวเราะ) เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันมาที่นี่ ทุกอย่างยังใหม่มาก และมีข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ต้องซึมซับในเวลาอันสั้น ฉันคิดว่าคงต้องรอให้จบทริปนี้ก่อน ถึงจะตัดสินใจได้ว่าจะพัฒนางานต่ออย่างไร เพราะการเดินทางครั้งนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อสำรวจสถานที่โดยเฉพาะ งานของฉันเป็น installation ดังนั้นพื้นที่จัดแสดงจึงมีความสำคัญมาก หลังจากนี้ ฉันจะนำสิ่งที่ได้เห็นและสัมผัสไปพูดคุยต่อกับอาจารย์อภินันท์ โปษยานนท์ค่ะ”

Q: คุณคิดและตีความคอนเซปต์ Angels และ Mara อย่างไร?

ชิน มิน: “สำหรับฉัน Angels และ Mara เป็นสิ่งตรงข้ามที่อยู่ร่วมกัน มันเหมือนกับความจริงของแรงงาน เราต้องเผชิญกับสภาพการทำงานที่ยากลำบาก บางครั้งเรารู้ว่ามันไม่ยุติธรรม หรือไม่ใช่เงื่อนไขที่ดีที่สุด แต่เราก็ยังต้องยอมรับมัน เพราะมันคือสิ่งที่เราเลือกเข้าไปอยู่ นี่คือความเป็นคู่ตรงข้ามของความจริง ผ่านการอธิษฐานและการสร้างประติมากรรม ฉันอยากยกระดับสถานการณ์นั้น ฉันอยากมองไปที่ด้านที่ยังมีความหวัง และเชื่อว่าเราสามารถเปลี่ยนมันให้ดีขึ้นได้”

“สำหรับฉัน นั่นคือความหมายของกรุงเทพฯ ทุกอย่างเชื่อมโยงกัน ฉันรักกรุงเทพฯ มาก แม้ว่าจะเพิ่งมาไม่นาน แต่ฉันรู้สึกว่าผู้คนที่นี่ตัดสินกันน้อยกว่า เป็นมิตร และมีการเลือกปฏิบัติน้อยกว่า มันทำให้ฉันรู้สึกว่าที่นี่เปิดกว้างและโอบรับผู้คนมากกว่า ผู้คนดูเป็นอิสระและได้รับการยอมรับ ในเกาหลี ผู้คนมักตัดสินกันมากกว่า และมีข้อจำกัดมากกว่า แต่ที่กรุงเทพฯ ฉันรู้สึกได้ถึงความเปิดกว้างจริง ๆ”

“ทุนนิยมมีด้านมืดของมัน ระบบการทำงานและสภาพแวดล้อมของแรงงานสร้างความตึงเครียดระหว่างผู้คน เพื่อนร่วมงานอาจกลายเป็นคู่ขัดแย้งกัน และเกิดความเกลียดชังกันเอง ฉันอยากสื่อสารว่า เราไม่ใช่ศัตรูกัน เราควรผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน เราควรผูกพันกัน และช่วยเหลือกัน นี่คือหนึ่งในสารสำคัญของงานของฉัน”

“สำหรับฉัน Mara ไม่ใช่สิ่งชั่วร้าย ในบริบทของงานของฉัน มันคือข้อจำกัดที่เราต้องเผชิญ รูปลักษณ์ที่ไม่ตรงกับมาตรฐานความงาม ไม่ได้แปลว่าน่าเกลียด มันคือการเป็นตัวเองในแบบที่ตัวเองเป็น และรูปลักษณ์นั้นเองก็คือ Angel ฉันอยากสะท้อนว่า รูปลักษณ์ตามธรรมชาติของทุกคนนั้นงดงาม และนั่นแหละคือ Angel เพราะ Angels และ Mara อยู่ข้างในตัวเราทุกคน ทั้งสองสิ่งนี้ก็คือตัวเราเอง มันขึ้นอยู่กับว่าเราใช้ชีวิตและปฏิบัติตัวอย่างไร สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความเลวร้าย พวกเขาเป็นแค่คนธรรมดา และมีอยู่ในตัวเราทุกคน”

**เครดิตภาพ: OCULA**

เครดิตภาพ: OCULA

ความคาดหวังและทิศทางการทำงานศิลปะใน Bangkok Art Biennale 2026 ที่อยากให้ทุกอย่างเข้าถึงง่าย

ชิน มิน: “ฉันหวังว่างานของฉันจะเข้าถึงผู้คนได้ง่าย มันเป็นงานที่ให้ความรู้สึกโดยตรง และผู้คนสามารถเชื่อมโยงกับมันได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็ก หรือคนที่ไม่คุ้นเคยกับศิลปะหรือศิลปะร่วมสมัย พวกเขาก็ยังสามารถรู้สึกบางอย่างกับมันได้ ฉันคิดว่านั่นคือจุดแข็งที่สุดของงานของฉัน และฉันหวังว่าจะสามารถสื่อสารข้อความบางอย่างไปถึงผู้คนผ่านงานเหล่านี้ได้”