ออกแบบอย่างไรให้โดนใจคนอยู่? คุยกับทีม SC Condo ถึงแนวคิดและการดีไซน์พื้นที่ แบบ Peace of Mind

Post on 5 October 2026

หลายคนอาจเลือกบ้านจากดีไซน์ เลือกคอนโดจากทำเล หรือมองหาพื้นที่ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต แต่เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่ทำให้เราอยากอยู่กับพื้นที่หนึ่งนาน ๆ อาจเป็นรายละเอียดที่ไม่ได้เห็นชัดตั้งแต่วันแรก

เพราะที่อยู่อาศัยที่ดี อาจไม่ใช่แค่พื้นที่ที่ออกแบบมาสวยหรือมีฟังก์ชันครบ แต่คือพื้นที่ที่ค่อย ๆ ทำความเข้าใจชีวิตของคนที่เข้ามาอยู่ ตั้งแต่แสงในห้อง ตำแหน่งของพื้นที่จัดเก็บ วัสดุที่เลือกใช้ ไปจนถึงการดูแลในวันที่เราเข้าอยู่แล้ว

และนี่คือมุมมองที่ SC Condo นำมาใช้ในการพัฒนาที่อยู่อาศัย โดยเริ่มจากการฟังและทำความเข้าใจชีวิตของผู้คน ก่อนนำ Insight เหล่านั้นมาต่อยอดเป็นงานออกแบบ ฟังก์ชัน คุณภาพ และการบริการหลังการขาย โดยมีแก่นหลักเพียงหนึ่งเดียวที่ชัดเจนโดยไม่ต้องหาคำอื่นมาช่วยอธิบาย นั่นคือ Design for Peace of Mind ที่มองการออกแบบไปไกลกว่าพื้นที่ตรงหน้า แต่รวมถึงประสบการณ์ของคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในนั้นจริง ๆ

GROUNDCONTROL ชวน คุณนก–กนกอร หลิมกำเนิด กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจพัฒนาทรัพย์สินแนวสูงและลูกค้าต่างประเทศ พร้อมด้วย คุณทราย–จุฑาภา วุฒิภารัมย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์แนวสูง จาก SC มานั่งพูดคุยถึงเบื้องหลังวิธีคิด ตั้งแต่การทำความเข้าใจผู้คน ไปจนถึงการออกแบบรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ ประกอบกันเป็นความรู้สึกสบายใจในการอยู่อาศัย ตามไปถอดแนวคิดเรื่องดีไซน์ในแบบ SC Condo พร้อมกัน

GC: “บ้านหรือคอนโดที่ดี” ควรเป็นอย่างไร และอะไรคือหัวใจสำคัญของการสร้างพื้นที่ที่คนอยากใช้ชีวิตอยู่จริง?

คุณนก COO: บ้านหรือคอนโด จริง ๆ แล้วความหมายหรือคำอธิบายสำหรับเรามันเดิมเลย แต่บริบทและยุคสมัยมันเปลี่ยนไปตามกลุ่มและบริบทของผู้ใช้งาน และด้วยความที่กลุ่มลูกค้าของ SC เป็นคนรุ่นใหม่เยอะด้วย ทั้งเจน Z และ Y เขาก็จะมีความพิถีพิถันและซับซ้อนในการใช้ชีวิตมากขึ้น คนหนึ่งคนมีหลายบทบาท กลางวันทำงาน กลับมาคอนโดเป็นคุณพ่อ บางคนก็สนใจเรื่องสุขภาพ เพราะฉะนั้น ที่อยู่อาศัยมันก็ต้องมีวิวัฒนาการตามไปกับผู้อยู่อาศัยและตามบริบทของสังคม

ทุกวันนี้ ที่เราคิดคือ ทำคอนโดยังไงให้เป็นมากกว่าที่พักอาศัย ต้องสะท้อนถึงคุณภาพชีวิตและรูปแบบชีวิตที่ผู้อยู่อาศัย เราเลยมองว่า คอนโดของเราอยู่แล้วต้องรู้สึกสบายใจ ซึ่งเป็นการต่อยอดจากแนวคิดบ้านที่เข้าใจลูกค้า ไปสู่การสร้างประสบการณ์และการวาง Positioning ที่เน้นความสบายใจสงบใจ หรือ Peace of Mind ค่ะ

คุณทราย AVP-PDDH: สำหรับเรา บ้านควรจะเป็นพื้นที่ที่เข้าใจชีวิตของเราว่าเราใช้ชีวิตแบบไหนที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของเราได้ดี ไม่ว่าพื้นที่จะเล็กหรือใหญ่ คอนโดควรจะตอบโจทย์ชีวิตที่ยืดหยุ่น เพราะว่าปัจจุบันการใช้ชีวิตของคนก็เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา และโดยเฉพาะช่วงหลัง เราเริ่มอินกับการพัฒนาคอนโดให้เติบโตไปกับลูกค้าได้ เช่นวันนี้อาจจะเป็นเด็กจบใหม่ แต่พออยู่ไปก็มีกิจกรรมใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามา หรือขยับขยายมีครอบครัว แต่งงาน จนไปถึงการปล่อยเช่า เราก็จะพัฒนาการออกแบบไปตามลูกค้า โดยมีทีม Service ที่จะช่วยซับพอร์ตความต้องการของลูกค้าอยู่

อย่างเช่น ถ้าเป็นในแง่นั้น เราอาจจะมีบริการฝากขาย สมมติไปดูโครงการใหม่ของเราแล้วถูกใจ แต่อยากปล่อยเช่าห้องเดิมเราก็จะมีทีมดูแลเรื่องการปล่อยเช่า ทีมปล่อยเช่าก็จะเข้ามาดูเรื่อง Touch Up ห้อง ดำเนินการหาผู้เช่าคนใหม่ให้ หรือแม้แต่ความต้องการปรับเปลี่ยนฟังก์ชันเราก็มีบริการจากทีมงานที่เข้ามาประเมินห้องว่าทำยังไงได้บ้าง ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าที่สุด

GC: ทาง SC มองว่า “ชีวิตของคนอยู่คอนโด” ในปัจจุบันเปลี่ยนไปหรือต่างจากอดีตอย่างไร และอะไรคือ Insight สำคัญที่ทีมออกแบบต้องทำความเข้าใจมากขึ้นกว่าเดิม

คุณนก COO: เทรนด์ความต้องการของผู้อยู่อาศัย มันปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ไม่ต่างจากธุรกิจอื่น อย่างแฟชั่นก็มีเทรนด์ใหม่ ๆ เข้ามา ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หรือคอนโดมิเนียมที่เราดูแลก็ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับปัจจุบันเหมือนกัน อย่างปีนี้ ความต้องการของตลาดก็เป็นอีกแบบหนึ่ง พอเราเตรียมจะเปิดตัวโครงการใหม่ก็ต้องกลับมาทบทวนว่า สิ่งไหนคือคุณค่าที่ตอบโจทย์ชีวิตลูกค้า ณ ช่วงเวลานั้น เพื่อนำมาพัฒนาอย่างต่อเนื่องค่ะ

คุณทราย AVP-PDDH: จริง ๆ เทรนด์การใช้ชีวิตมันหมุนเวียนและปรับเปลี่ยนอยู่เสมอเลยค่ะ ซึ่งมันก็มีปัจจัยภายนอกเข้ามาเกี่ยวด้วย อย่างช่วงที่เจอโควิดหรือเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทางโครงการเราก็ต้องพร้อมปรับตัว ปรับดีไซน์การออกแบบให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา

อีกอย่างเรารับฟัง Insight จากลูกค้ามาเยอะ ทั้ง Feedback จากทีมเรากันเอง ฝ่ายขาย เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตอบโจทย์กับกลุ่มลูกค้าในการมาพัฒนาที่อยู่อาศัยให้เข้ากับความต้องการของคนในปัจจุบัน

คุณนก COO: จริง ๆ SC เราทำงานกันเยอะมาก ฟังลูกค้าแล้วเอาสิ่งต่าง ๆ มาพัฒนาเป็นดีไซน์อยู่เรื่อย ๆ เรามีจัดเซสชั่นสำหรับให้ทีมบริหารเข้าไปฟัง เรียกว่า VOC (Voice of Customer) จะเป็นการเข้าไปฟังเลยว่า ลูกค้าของโครงการนี้ เจอปัญหาหรือต้องการความช่วยเหลืออะไรบ้าง

การที่เราทำแบบนี้ มันแสดงถึงความเห็นอกเห็นใจผู้อยู่อาศัย แสดงความเข้าใจ แล้วเราก็ตระหนักถึงเรื่องนี้มาตลอด ไม่ใช่แค่ปัญหาหรือการขอความช่วยเหลือจากลูกค้าที่เรารับฟังค่ะ เพราะคำชื่นชมจากลูกค้าเราก็ได้ยินมาจากทีมเหมือนกัน เราก็จะรู้ว่า พนักงานเราดูแลลูกค้า หรือว่ามีจุดแข็งในเรื่องไหนอะไร ทีนี้จาก Insight ที่เราได้ยินมา เราก็เลยเลือกจะหยิบมาต่อยอดเป็นทิศทางใหม่สำหรับทีม SC ด้วย

อย่างสิ่งที่เราพยายามจะสื่อสารและสร้างภาพจำให้กับ SC Condo ก็คือ Design for Peace of Mind เรามองว่า มันจะไม่ใช่แค่คำโฆษณาที่สื่อสารแบบธรรมดา แต่มันเป็นแนวคิดที่ทีม SC ยึดถือกันมาตลอด ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งใหม่นะ ทีมงานทุกคนมองเป็นวัฒนธรรมหรือคล้ายเป็น DNA ของเราเลย แต่แค่เราไม่ได้เคยเอามาพูดให้เป็นคำที่เข้าใจตรงกัน

เรามีโอกาสไปทำเวิร์กช็อป ไปทำรีเสิร์ช โฟกัสกลุ่มลูกค้า เพราะเป้าหมายก็คือการสร้างความสบายใจให้ลูกค้า อย่างทีมออกแบบเวลาจะเลือกใช้วัสดุอะไร เราก็คำนึงถึงการใช้งานที่ยืนระยะยาวที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า ทีมก่อสร้างก็ต้องทำการบ้าน ตรวจสอบคุณภาพให้ครบสามครั้ง ทุกอย่างที่ทำก็เพื่อส่งมอบของที่มีคุณภาพให้ลูกค้า รวมไปถึงตอนที่ลูกค้าเข้าอาศัย ถ้าเกิดปัญหาหรือต้องการความช่วยเหลือ เราก็จะมีทีมหลังบ้านเคียงข้าง พร้อมรับฟังทุกปัญหา เพื่อความเป็น Design for Peace of Mind ของลูกค้า

GC: แนวคิด Design for Peace of Mind ในมุมมองของ SC ต้องประกอบด้วยเรื่องอะไรบ้าง

คุณนก COO: Peace of Mind คือความสบายใจ ความสบายใจที่ SC Condo มอบให้คือ Design, Quality และ Service ทุกอย่างที่เราทำมันตอบโจทย์เรื่องนี้อยู่แล้ว ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ ซึ่งเวลาเราออกแบบ เราจะไม่ได้มองแค่ฟังก์ชันห้อง เช่น ถ้าเป็นห้องสตูดิโอ เราไม่ได้มองแค่ว่าควรวางเตียงตรงไหน แต่เราจะมองไปถึงคุณภาพชีวิตเวลาที่ลูกค้าอยู่ในห้อง คำนึงเรื่องแสง รวมถึงรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ใครก็อาจมองไม่เห็น แต่เราเห็นตรงนี้ เราเลยอยากให้คนอยู่ได้ใช้ชีวิตสะดวกสบายจริง ๆ เปิดประตูเข้าห้องมาแล้วเจอตู้รองเท้าเลย เราว่าสิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้มันสำคัญมาก

ที่สำคัญเราจะไม่ใช้วิธีการทำงานแบบที่แมส เสร็จไว หรือเป็นแบบเดียวกันเป๊ะ ๆ ในทุกโครงการ แต่ละโครงการของเราจะเป็นงานคราฟต์ อย่างที่ Reference Sathorn-Wongwianyai เรานึกถึงคนทำงาน ที่ใช้ชีวิตวุ่นวายไปกับงานและสิ่งรอบตัว ในการออกแบบ เราเลยเลือกพระอาทิตย์กับพระจันทร์มาเป็นคอนเซปต์ เพราะอยากให้ลูกค้าได้รู้สึกถึงการพักผ่อนในพื้นที่ที่เป็นของเขาจริง ๆ

อย่างที่บางโพ โลเคชันก็เป็นแม่น้ำ ซึ่งเขาเด่นในเรื่องงานคราฟต์ เป็นถนนสายไม้ เราก็เลยเอาบริบทรอบ ๆ มาผสมผสานกับเรื่องราวของแม่น้ำ เกิดเป็นแนวคิด Cruise Collection ที่อยากให้นึกถึง Vacation ดังนั้นคนที่อยู่ที่นี่ก็จะได้รับความรู้สึกถึงการพักร้อนแบบไม่ต้องเดินทางไปหัวหิน ไปพัทยา เพราะที่นี่เตรียมความสบายใจเหล่านั้นให้คุณแล้ว

GC: Human-Centric Design ในมุมมองของทีมออกแบบเป็นอย่างไร และการออกแบบพื้นที่ให้ “เข้าใจคน” ในมุมของ SC เริ่มต้นตั้งแต่ตรงไหน

คุณทราย AVP-PDDH: ความเป็น Human-Centric Design มันคือการที่เราตั้งคำถามว่า การที่เราจะออกแบบพื้นที่อยู่อาศัย เราจะออกแบบยังไง ออกแบบให้ใคร ในอีกมุมหนึ่งเราก็คำนึงถึงเรื่องการออกแบบเพื่อให้ได้ลูกค้าใช้ชีวิตแบบที่จะตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริง ๆ ของเขาด้วย เพราะเรามองว่า เมื่อเราเข้าใจวิธีการใช้ชีวิตของคนที่เข้ามาอยู่อาศัย เราจะสามารถนำความต้องการของลูกค้ามาพัฒนาในเรื่องการออกแบบพื้นที่ ฟังก์ชันในห้องพัก พื้นที่ส่วนกลาง รวมถึงวัสดุด้วย

การออกแบบจึงไม่ได้เริ่มจากรูปทรงหรือภาพที่สวยที่สุด แต่เริ่มจากเหตุผลว่า สิ่งที่เรากำลังออกแบบจะทำให้ชีวิตของคนดีขึ้นได้ยังไง

GC: ในแต่ละครั้งที่มีการพัฒนาโครงการใหม่ SC ทำความเข้าใจลูกบ้านอย่างไรบ้าง อยากให้ช่วยเล่ากระบวนการทำงานให้ฟังหน่อย ตั้งแต่ก่อนออกแบบ ระหว่างออกแบบ ไปจนถึงการเข้าอยู่จริง

คุณทราย AVP-PDDH: หลังจากได้ที่ดินมา เราก็จะมีการระดมแนวคิด แชร์ไอเดียกันทั้งในทีมการตลาด ฝ่ายขาย ไปถึงทีมหลังการขาย ว่าที่ดินแห่งใหม่นี้เราจะชูบริบทของพื้นที่ให้เข้ากับกลุ่มลูกค้าอย่างไร

พอได้มุมมองจากหลาย ๆ ฝ่ายมาแล้ว เราจะมาพัฒนาให้เป็นคอนเซปต์ของโครงการ ซึ่งคอนเซ็ปต์ของโครงการที่ได้ก็จะมีการร้อยเรียงเรื่องราวให้เข้ากับบริบทของพื้นที่ด้วย และคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าที่เราได้ Insight มา เพื่อพัฒนาแต่ละโครงการให้ตอบโจทย์ที่สุด และทุกส่วนควรตอบกลับไปยังคำถามเดียวกันว่า “สิ่งนี้ช่วยให้คนใช้ชีวิตได้ดีขึ้นหรือไม่”

GC: อะไรคือวิธีคิดหรือจุดแข็งที่ทำให้คอนโดของ SC แตกต่างจากโครงการอื่น ๆ และสิ่งนั้นสะท้อนออกมาในประสบการณ์ของลูกบ้านอย่างไร?

คุณนก COO: 3 อย่างที่เป็นจุดแข็งของเราคือ Design, Quality และ Service จริง ๆ เรื่อง Service มันเป็น DNA ของทาง SC อยู่แล้ว ในเรื่องของการบริการหลังการขาย เราจะดูแลแตกต่างจากที่อื่น คือจะดูแลเสมือนญาติมิตร คือพอถึงระยะเวลาหมดประกัน เราจะดูแลถึงขั้นที่โทรเข้าไปหาลูกค้าเพื่อสอบถามเรื่องที่ลูกค้าอยากได้รับความช่วยเหลือ หรืออยากให้เราเข้าไปดูแลอะไรเป็นพิเศษ

คนที่มาเป็น SC Family ก็จะได้รับบริการเหล่านั้น มันเป็นเหมือนบริการเล็ก ๆ ที่เราให้ความสำคัญ
ส่วน Design เราก็ได้รับคำชมเยอะ ในเรื่องการออกแบบในแต่ละโครงการ เพราะแต่ละโครงการของเราก็จะมีกลุ่มลูกค้า โดยเอา Insight ของกลุ่มลูกค้ามา อย่างเช่น Reference ก็จะเป็นแบรนด์ที่เน้นในเรื่องของดีไซน์ โดยมีคอนเซปต์หลักคือ Life Inspiration in Design แม้ว่าจะอยู่ที่คอนโด แต่ทุกมุมที่นี่ก็สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้คุณได้

ส่วนอีกแบรนด์คือ COBE เราก็จะเน้นเรื่องคอมมูนิตี้ เหมือนเราสร้างสังคมให้คุณ เพราะจะมีการจัดกิจกรรมร่วมกันระหว่างลูกบ้านในแต่ละวีกเอนด์ มีการชวนทำเวิร์กช็อปต่าง ๆ พอมีคนเข้ามาร่วมกิจกรรมมันก็จะเกิดเป็นคอมมูนิตี้ให้มารู้จักกับคนในโครงการ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญเหมือนกัน

GC: ศิลปะและการออกแบบสามารถสร้างความรู้สึกผูกพันกับพื้นที่ได้อย่างไร และ SC มองบทบาทของ Art & Design ในการสร้าง “Identity” ให้กับโครงการอย่างไร?

คุณทราย AVP-PDDH: อาร์ตกับดีไซน์มันเป็นบริบทที่ส่งเสริมกันและกัน เรื่องดีไซน์เราเน้นมาเป็นอันดับแรก ๆ อยู่แล้ว เราเลยจะมีการพัฒนากับดีไซเนอร์ ทั้งฝั่งทีมสถาปนิก อินทีเรีย แลนด์สเคป และเมื่อทุกอย่างร้อยเรียงเป็นเรื่องราวเดียวกันอย่างต่อเนื่อง ตัวโครงการของเราก็จะมีคาแรกเตอร์ที่ชัดเจน

ประกอบกับงานศิลปะ เรามองว่า งานศิลปะที่เราเอามาใช้ในโครงการ หรือว่างานพร็อบ เราไม่ได้เลือกแค่ว่า ชิ้นนั้นจะต้องสวย แพง หรือว่าโดดเด่น แต่เรามองไปถึงตัวงานที่เข้ามาอยู่ว่าจะต้องเข้ากับบริบทของสถานที่และผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ด้วย และสิ่งเหล่านั้น พอมันชัดเจนมันก็จะช่วยส่งเสริมให้โครงการมีเสน่ห์มากขึ้น

คุณนก COO: แล้วศิลปะเองก็เป็นอะไรที่คนรุ่นใหม่ชอบด้วย อย่างทุกวันนี้ที่เราได้ทำงานร่วมกับศิลปินรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นโปรเจกต์ร่วมกับ Mackcha, Nutdao ที่เคยมาร่วมเติมเต็มพื้นที่ของ Reference Sathorn Wongwianyai หรือจะเป็น Tum Ulit ที่หยิบงานมาเติมเต็มโครงการ Reference Kaset District เราเห็นผลตอบรับที่ดี มีลูกบ้านชอบ มันก็ยิ่งช่วยส่งเสริมไปกับการออกแบบพื้นที่ของเราด้วย

GC: อีก 5–10 ปีข้างหน้า คิดว่า คอนโดควรเป็นมากกว่า “พื้นที่อยู่อาศัย” อย่างไร และ SC อยากเห็นประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบไหนเกิดขึ้นในพื้นที่เหล่านี้

คุณทราย AVP-PDDH: พื้นที่ไม่จำเป็นต้องมีเยอะหรือครบทุกอย่างในมุมมองของเรา เพราะปัจจุบันพื้นที่การอยู่อาศัยน้อยลงเรื่อย ๆ สำคัญคือเรื่องความตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากกว่า พื้นที่อยู่อาศัยในอนาคตควรปรับเปลี่ยนได้ ยืดหยุ่นมากพอให้คนสามารถเติบโตและเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับมันได้ ไม่ใช่พื้นที่ที่กำหนดว่าเราต้องใช้ชีวิตแบบใดแบบหนึ่ง

GC: สุดท้ายแล้วเมื่อ Design, Service และ Quality ทำงานร่วมกัน SC อยากให้ประสบการณ์การอยู่ SC Condo สร้างความสบายใจให้ลูกบ้านอย่างไร?”

คุณนก COO: ถ้าต้องเลือกหนึ่งความรู้สึก อยากให้เป็นความรู้สึกว่า “เราเลือกถูกแล้ว” ไม่ใช่เพราะ SC มีทุกอย่างมากที่สุด แต่ให้นึกถึงว่า พื้นที่นี้ถูกคิดมาอย่างเข้าใจเรา เพราะท้ายที่สุด สิ่งที่ SC อยากออกแบบไม่ใช่แค่พื้นที่ที่คนอยู่ แต่คือพื้นที่ที่ทำให้เกิดความสบายใจ และนั่นคือความหมายของ Designed for Peace of Mind ค่ะ