เดวอน เทิร์นบูลล์ จาก ‘วิศวกรเสียง’ สู่ศิลปินผู้ออกแบบ ‘ประติมากรรมเสียง’ ที่แสวงหาความงามเหนือสเปก

Post on 26 August 2026

เครื่องเสียงที่ดี ไม่ได้ดูกันที่ตัวเลข

เขียนไปอย่างนี้ก็มีหวั่นใจอยู่ไม่น้อย เพราะใครที่ฝังตัวในชุมชนคนรักเครื่องเสียงย่อมรู้กันดีว่า ตัวเลขค่าต่าง ๆ ก็มีประโยชน์และสำคัญต่อการตัดสินคุณภาพของมันจริง ๆ แต่สำหรับ เดวอน เทิร์นบูลล์ หรือ ‘Ojas’ ศิลปินเบื้องหลังประติมากรรมที่สั่นสะเทือนอากาศจนสร้างเสียงไพเราะอย่างลำโพง Klipsch x Ojas kO-R2 ที่เขาร่วมมือทำกับแบรนด์เครื่องเสียงอเมริกันเก่าแก่ และนำมาจัดแสดงที่ SIWILAI Store เขามองว่า “ตัวเลขวัดผลสำคัญก็จริง แต่มันไม่ได้บอกว่าระบบเสียงนั้นสร้างประสบการณ์ทางอารมณ์แบบไหน”

“การออกแบบเครื่องเสียงเป็นเรื่องเทคนิคอย่างแน่นอน เหมือนกับการทำไวน์หรือทำอาหารที่ต้องอาศัยความรู้ทางเทคนิคมหาศาล แต่เหนือกว่ารากฐานนั้นคือการแสวงหาความงาม นักทำไวน์ผู้ยิ่งใหญ่ทุกคนมีลายเซ็นเฉพาะตัว เชฟผู้ยิ่งใหญ่ทุกคนมีมุมมองของตัวเอง ผมเชื่อว่าสำหรับนักออกแบบเครื่องเสียงก็เป็นอย่างนี้เหมือนกัน” เขากล่าว

หลังเคยมาเยือนไทยครั้งแรกในโอกาสครบรอบ 10 ปีของ SIWILAI เพื่อนำเวิร์กช็อปสร้างลำโพงและจัดฟังเพลงร่วมกัน รวมถึงเป็นผู้ออกแบบระบบเสียงให้ SIWILAI ตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2026 ที่ผ่านมา เขากลับมาอีกครั้งเพื่อสาธิตการใช้งาน kO-R2 ด้วยตัวเอง และเปิดให้สั่งจองพิเศษในจำนวนจำกัด

ในบทสัมภาษณ์สุดพิเศษกับ GROUNDCONTROL เราคุยกับ เดวอน เทิร์นบูลล์ ถึงนิยามตัวตนของเขา จากการศึกษาวิศวกรรมเสียงสู่วิถีแบบศิลปิน จากห้องฟังเพลงสู่พิพิธภัณฑ์การออกแบบ และแน่นอน รวมไปถึงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างอาหาร ไวน์ และเครื่องเสียงด้วย…

จากศิลปินสู่นักออกแบบเสียง

เดวอน เทิร์นบูลล์ เรียนจบวิศวกรรมเสียงมาโดยตรง แต่เส้นทางชีวิตกลับพาเขาไปเป็นศิลปินก่อน “ผมเป็นวิศวกรเสียงที่ผ่านการฝึกฝนมา แต่กลับกลายเป็นศิลปินไปในที่สุด ผมมีวุฒิการศึกษาด้านวิศวกรรมเสียง แต่เป็นศิลปินที่เรียนรู้ด้วยตัวเอง” เขาเล่าถึงจุดเริ่มต้น เมื่อผลงานศิลปะของเขาเริ่มเป็นที่รู้จัก ความหลงใหลด้านเสียงของเขาก็เปลี่ยนทิศทางจากการบันทึกเสียงไปสู่การเล่นเสียง เขาเริ่มประกอบเครื่องเสียงของตัวเองอย่างเงียบ ๆ เป็นงานอดิเรกอยู่หลายปี ก่อนที่สิ่งนี้จะค่อย ๆ ตกผลึกเป็นนิยามของความสนใจทั้งหมดในชีวิต และหล่อหลอมให้เขากลายเป็นนักออกแบบผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงในที่สุด

ชื่อ Ojas เองไม่ได้มีที่มาซับซ้อนอย่างที่หลายคนคิด มันไม่ใช่แบรนด์ที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อการตลาด แต่เป็นนามปากกาที่เทิร์นบูลล์ใช้มาตั้งแต่สมัยมัธยม ผ่านงานหลากหลายแขนง ทั้งการดีเจ กราฟฟิตี ออกแบบเสื้อผ้า มาจนถึงงานเครื่องเสียงในวันนี้ “มันคือลายเซ็นของผม” เขากล่าวสั้น ๆ

วิศวกรต่างจากศิลปินอย่างไร

แต่เส้นแบ่งระหว่าง ‘วิศวกร’ กับ ‘ศิลปิน’ อยู่ตรงไหนกันแน่ในงานของเขา… เทิร์นบูลล์อธิบายว่าคนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงคือเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่เป้าหมายคือการทำตัวเลขวัดผลให้ดีที่สุดก็พอ แต่ความจริงมันซับซ้อนกว่านั้นมาก

เขาเปรียบเทียบงานออกแบบเครื่องเสียงกับการทำไวน์หรือการทำอาหาร ซึ่งล้วนต้องอาศัยความรู้ทางเทคนิคขั้นสูง แต่เหนือกว่ารากฐานทางเทคนิคนั้นคือการแสวงหาความงาม

“การออกแบบเครื่องเสียงเป็นเรื่องเทคนิคอย่างแน่นอน เหมือนกับการทำไวน์หรือทำอาหารที่ต้องอาศัยความรู้ทางเทคนิคมหาศาล แต่เหนือกว่ารากฐานนั้นคือการแสวงหาความงาม นักทำไวน์ผู้ยิ่งใหญ่ทุกคนมีลายเซ็นเฉพาะตัว เชฟผู้ยิ่งใหญ่ทุกคนมีมุมมองของตัวเอง ผมเชื่อว่าสำหรับนักออกแบบเครื่องเสียงก็เป็นอย่างนี้เหมือนกัน”

“ตัวเลขวัดผลสำคัญก็จริง แต่มันไม่ได้บอกว่าระบบเสียงนั้นสร้างประสบการณ์ทางอารมณ์แบบไหน หรือทำไมงานของนักออกแบบคนหนึ่งถึงสั่นสะเทือนใจได้ลึกซึ้งกว่าอีกคน สิ่งเหล่านั้นคือจุดที่เราเริ่มทำงานอย่างศิลปิน” เขากล่าว “เป้าหมายของผมไม่ใช่การสร้างอุปกรณ์ในห้องแล็บ แต่คือการสร้างลายเซ็นเสียงเฉพาะตัวที่สะท้อนวิธีที่ผมได้ยินโลกใบนี้ และชวนให้คนอื่นได้สัมผัสดนตรีผ่านมุมมองนั้นด้วย”

เครื่องเสียงเป็นงานศิลปะได้หรือไม่

งานของเทิร์นบูลล์ไม่ได้มีไว้ใช้แค่ในห้องฟังเพลงเท่านั้น แต่ยังถูกจัดแสดงในสถาบันศิลปะระดับโลกอย่าง SFMOMA และ Cooper Hewitt Smithsonian Design Museum เมื่อถามว่าเขามองผลงานของตัวเองเป็นงานศิลปะ หรือเครื่องดนตรีมากกว่ากัน คำตอบของเขากลับถ่อมตัวเกินกว่าประสบการณ์สุด ๆ

“ผมไม่คิดว่าศิลปินจะรับรองผลงานตัวเองว่าเป็นศิลปะได้ เว้นแต่จะเป็นงานจิตรกรรมหรือประติมากรรมตรงไปตรงมา ผมไม่เคยฝันเลยว่าจะมีใครอยากนำงานของผมไปจัดแสดงในสถาบันศิลปะ” เขากล่าว “ผมทำงานนี้ด้วยจิตวิญญาณและความใส่ใจในรายละเอียดแบบเดียวกับศิลปินทุกคน จนกระทั่งภัณฑารักษ์เริ่มนำงานของผมไปจัดโปรแกรมในแกลเลอรี ผมถึงกล้าเรียกมันว่าศิลปะ มันเป็นเกียรติอย่างสุดจะบรรยายที่ได้จัดแสดงในสถานที่แบบนั้น แต่ผมรับเครดิตในบริบทนั้นไม่ได้มากนัก เพราะผมไม่เคยทำงานเพื่อจัดแสดงเลยสักครั้ง ภัณฑารักษ์เป็นฝ่ายนิยามมันเอง”

กรุงเทพฯ และนอร์เวย์

ความสัมพันธ์ระหว่างเทิร์นบูลล์กับ SIWILAI ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในงานนี้ ย้อนไปในวาระครบรอบ 10 ปีของแบรนด์ เขาคือผู้ออกแบบระบบเสียงให้พื้นที่ทั้งสองชั้นของ Siwilai Sound Club เจริญกรุง ชั้นล่างต้องการอะไรที่กะทัดรัดแต่ทรงประสิทธิภาพ เขาจึงเลือกไดรเวอร์ JBL ขนาด 12 นิ้วรุ่นหายากที่ค้นพบจากร้าน Hino Audio ในอากิฮาบาระ ส่วนชั้นบนตั้งใจสร้างระบบเสียงวินเทจแบบเพียวริสต์ โดยใช้ไดรเวอร์ดั้งเดิมของ Altec รุ่น 416B และ 288B ทั้งหมด ขณะที่ Ojas MBH1 เป็นงานออกแบบต้นฉบับที่ได้แรงบันดาลใจจาก Altec 816 และฮอร์นเป็น Altec 311B ของแท้
“Siwilai Sound Club เป็นตัวแทนของโซลูชันเสียงระดับมืออาชีพที่ล้ำสมัยที่สุดที่เรามอบให้ได้ ร่วมกับเพื่อนสนิทและพาร์ตเนอร์อย่าง NNNN จากนอร์เวย์” เขากล่าว

จากงานออกแบบระบบเสียงเมื่อหลายปีก่อน มาถึงวันนี้ที่ kO-R2 ตั้งตระหง่านอยู่กลาง Listening Room ที่ Siwilai store ชั้น 2 Central Embassy ความสัมพันธ์ระหว่างศิลปินกับ SIWILAI ดูจะยังคงเหนียวแน่นยิ่งขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ระหว่างเมืองกรุงเทพฯ กับปรัชญาการฟังเพลงแบบที่เทิร์นบูลล์ยึดมั่นมาตลอดสองทศวรรษ

สิ่งสำคัญที่สุดในดนตรี ไม่ใช่ตัวโน้ต

เราขอให้เขาสรุปแก่นแท้เบื้องหลัง Ojas ทั้งหมดด้วยประโยคเดียว ห้ามตอบด้วยรุ่นตัวลำโพง แต่คือแก่นความคิดเทิร์นบูลล์เลือกไม่ตอบด้วยคำพูดของตัวเอง แต่ยกคำกล่าวของนักประพันธ์เพลงชาวออสเตรียในตำนานขึ้นมาแทน

"The most important thing in music is not the notes" — Gustav Mahler

“สิ่งสำคัญที่สุดในดนตรี ไม่ใช่ตัวโน้ต”

ประโยคสั้น ๆ ที่ค่อนข้างนามธรรมนี้อาจสรุปทุกอย่างที่เกิดขึ้นในห้องฟังเพลงชั้น 2 ของ Siwilai Sound Club เจริญกรุง ได้ดีที่สุด เพราะสิ่งที่เทิร์นบูลล์สร้างขึ้นมาตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมา ไม่ใช่เพียงเครื่องขยายเสียงหรือลำโพงฮอร์นที่มีสเปกน่าประทับใจ แต่คือประสบการณ์ที่ไม่มีตัวเลขใดวัดได้ คือแรงสั่นสะเทือนในร่างกายและอาจถึงขั้นจิตวิญญาณ ที่เกิดขึ้นเมื่อเข็มไวนิลสัมผัสร่องเสียง และเสียงดนตรีลอยขึ้นมาเติมเต็มห้องด้วยความจริงแท้ที่เขาตามหามาตลอดชีวิต…