หลานหงชุน เบื้องหลัง ‘จดหมายรักถึงอาม่า’ กับ ภาษาแต้จิ๋วในหนังจีน และคุณธรรมในหนังอเมริกัน

Post on 6 August 2026

ในยุคสมัยที่เมืองจีนมีภาษา “จีนกลาง” คนทำหนังถ้าไม่ตื่นเต้นกับ “เทคโนโลยีใหม่” ก็ไปสร้างหนังฟอร์มยักษ์ ผู้กำกับหลานหงชุน (Lan Hongchun) สร้างภาพยนตร์ ‘Dear You จดหมายรักถึงอาม่า’ ด้วยภาษาแต้จิ๋วตลอดทั้งเรื่อง (เช่นเดียวกับอีกหลายเรื่องก่อนของเขา) ด้วยทุนสร้าง 14 ล้านหยวน หนังเรื่องนี้กวาดรายได้ทั่วโลกมาแล้วกว่า 2 พันล้านหยวน นอกจากนี้นักแสดงนำหลักของเรื่องยังเป็น “คนธรรมดา” ซึ่งออดิชันเข้ามา แทนที่จะเป็นนักแสดงมืออาชีพ

‘จดหมายรักถึงอาม่า’ เล่าเรื่องราวของ “เหี่ยวอุ่ย” ชายหนุ่มผู้เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อหาอากง แต่กลับพบประวัติศาสตร์เรียกน้ำตาขนาดยาว ของชีวิตชาวจีนโพ้นทะเลในประเทศไทย

บทสนทนาสั้น ๆ ของเรานี้อาจไม่สามารถเก็บวิสัยทัศน์ทางภาพยนตร์ของเขาไว้ได้ทั้งหมด แต่ถ้าอยากรู้ว่าผู้กำกับไต้หวันโหวเซียวเสียน (Hou Hsiao-hsien) และ “หนังอเมริกัน” อย่าง Project Hail Mary เกี่ยวข้องอย่างไรกับหนังเรื่องนี้ สำนวนว่า “เกิดเป็นคนต้องมีน้ำใจและคุณธรรม” สำคัญอย่างไรสำหรับชาวแต้จิ๋ว และโลกแห่งการสื่อสารที่เปลี่ยนไป จะทำให้เสน่ห์ของ “จดหมาย” เปลี่ยนไปไหม ตามสำรวจความคิดเขากันได้ในบทสัมภาษณ์นี้ และชมภาพยนตร์ "Dear You จดหมายรักถึงอาม่า" กำกับโดยหลานหงชุน นำแสดงโดยหลี่ซือถง, หวังเหยียนทง และอุษา เสมคำ เข้าฉายในไทย 6 สิงหาคมนี้

น้ำใจและคุณธรรม เป็นสิ่งสากล

“หนังเรื่องนี้เริ่มต้นด้วยประโยคเปิดเลยคือ "เกิดเป็นคนต้องมีน้ำใจและคุณธรรม คนที่ไร้น้ำใจและคุณธรรมนั้นคบไม่ได้" (做人要有情有义,无情无义的人不能交往) คำพูดนี้จริงๆ เป็นสิ่งที่อาม่าอากงพูดกันเป็นประจำในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว ผมได้ยินจากอาม่า รวมถึงพ่อแม่พูดมาตลอด ในบ้านเกิดของผม การเป็นคนต้องมีน้ำใจมีบุญคุณ เป็นหลักการชีวิตที่พวกเราทุกคนคุ้นเคยกันดี หรือได้ยินได้ฟังมาตั้งแต่เด็กๆ แต่จริงๆ แล้วเรื่องการมีน้ำใจมีบุญคุณนี้ สำหรับคนจีนทุกคนก็ถือเป็นลักษณะทางจิตวิญญาณที่เป็นแบบฉบับมากๆ เพียงแต่ในผืนแผ่นดินแต้จิ๋วที่ผมอาศัยอยู่ เราได้รับการถ่ายทอดสิ่งนี้จากอาม่าอากงมากเป็นพิเศษ เพราะเราเติบโตมาในสภาพแวดล้อมแบบนี้ ได้รับการซึมซับจิตวิญญาณจากบรรพบุรุษแบบนี้ เราเลยอยากถ่ายทอดมันออกไปเป็นพิเศษ นี่คือคำพูดที่ผมได้ยินมาตั้งแต่เด็กจริงๆ ครับ”

“ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะแปลคำนี้เป็นภาษาต่างๆ ของแต่ละประเทศยังไง แต่มันคือความรู้สึกที่เรียบง่ายที่สุดระหว่างคนกับคน ถ้าคุณดีกับผม ผมก็ต้องดีกับคุณให้มากกว่า จริงๆ ปีนี้ผมรู้สึกว่าไม่ใช่แค่หนังของเราที่พูดถึงเรื่องนี้ อย่างปีนี้มีหนังอเมริกันเรื่องหนึ่ง Project Hail Mary เล่าเรื่องคนอเมริกันคนหนึ่ง เขาต้องไปกู้โลกถึงอวกาศ แต่ในอวกาศเขาเจอเอเลี่ยน สุดท้ายเอเลี่ยนตัวนั้นช่วยเขา แต่เมื่อนักบินอวกาศคนนั้นเจอปัญหา เขาก็ช่วยกลับ พูดแบบนี้จริงๆ ก็คล้ายกับในหนังของเรา ระหว่างสองครอบครัวที่มีความรู้สึกแบบนี้ คือถ้าคุณมีบุญคุณกับผม ผมต้องดีกับคุณทวีคูณกลับไป นี่จริงๆ เป็นหลักการที่เรียบง่ายมากระหว่างคนกับคน ผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่คนจีน แต่เป็นคนธรรมดาทั่วโลกที่มีการถ่ายทอดความรู้สึกเรียบง่ายแบบนี้กันครับ”

ดั้งเดิมที่สุด สมจริงที่สุด ด้วยภาษาของตัวเอง

“จดหมายรักถึงอาม่าเป็นหนังเรื่องที่สามของผม ที่ใช้ภาษาแต้จิ๋วดำเนินเรื่องเป็นหลัก จริง ๆ ตั้งแต่เรื่องแรกที่ใช้ ผมก็ใช้นักแสดงหน้าใหม่และภาษาแต้จิ๋วมาตลอด เหตุผลสำคัญที่ผมทำแบบนี้คือ ผมอยากถ่ายทอดเรื่องราวของชาวแต้จิ๋วให้ออกมาดั้งเดิมที่สุด สะท้อนเรื่องราวของเราให้สมจริงที่สุด เพราะหนังแบบนี้ไม่เคยมีมาก่อน”

“แรงบันดาลใจของผมจริงๆ มาจากหนังไต้หวันครับ สมัยที่ผมยังเรียนมหาวิทยาลัย ผมดูหนังไต้หวันเยอะมาก อย่างผู้กำกับโหวเซียวเสียน (Hou Hsiao-hsien) พวกเขาก็ใช้วิธีคล้ายๆ กันในการเล่าเรื่องราวของผืนแผ่นดินที่ตัวเองเติบโตมา พอผมมีโอกาสได้ถ่ายทำหนังยาวของตัวเอง ผมก็ใช้วิธีการคล้ายๆ กัน คือพยายามหยิบเอาเรื่องราวจากรอบตัวเองมาเล่า พร้อมกับใช้คนธรรมดาในท้องถิ่นมาเป็นนักแสดง สุดท้ายหนังที่ออกมาก็จะมีกลิ่นอายเฉพาะตัว นี่คือสไตล์ที่ผมยึดถือมาตลอดครับ”

กลุ่มคนสุดท้ายที่ลงใต้สมุทรมา

“เราเคยมาไทยหลายครั้งแล้ว และได้พูดคุยกับผู้สูงอายุหลายคนที่ตอนนี้อายุประมาณ 70-80 ปี ที่เติบโตมาในยุค 1950 พวกเขาเล่าประสบการณ์ตอนเด็กๆ ของตัวเองให้ฟัง ซึ่งพอฟังแล้วเรารู้สึกว่ามันมีเรื่องราวที่น่าสนใจมาก เพราะจีนมีช่วงประวัติศาสตร์ที่เรียกว่า "เซี่ยหนานหยาง" (下南洋) คือการลงมหาสมุทรทางใต้ คนกลุ่มสุดท้ายที่ลงใต้สมุทรมา ส่วนใหญ่จะมาก่อนปี 1949 แล้วช่วงที่พวกเขาต่อสู้ดิ้นรนหลักๆ ก็คือช่วงยุค 1950 - 1960 เรื่องราวของเราตอนแรกอยากโฟกัสเรื่องการลงใต้สมุทรนี้ เพราะหลังจากนั้นก็ไม่มีการลงใต้สมุทรอีกแล้ว คนกลุ่มสุดท้ายที่ลงมาก็อยู่ในยุคนั้นพอดี เราเลยเลือกช่วงเวลานี้ครับ”

“ครอบครัวเดียวกัน”

“เราเคยมาไทยบ่อยๆ แล้วก็ได้รู้จักกับอากงหลายคนที่ลงใต้สมุทรมาจากจีนมาไทย คนรุ่นนั้น เรารู้สึกได้ถึงความผูกพันทางความรู้สึกที่เข้มแข็งมากระหว่างญาติพี่น้องที่อยู่คนละประเทศกัน (จีนกับไทย) มีความรู้สึกที่เข้มข้นมากมายที่สัมผัสใจเรา เราก็อยากแบ่งปันว่า ครั้งหนึ่งในยุคนั้นมีความรู้สึกแบบนี้อยู่ มันสัมผัสใจเรามาก เราอยากให้ทุกคนสัมผัสถึงความรู้สึกในยุคนั้นได้อย่างสมจริงที่สุด เลยเลือกเรื่องราวแบบนี้ครับ”

“การพบกันของหญิงชราสองคนจากจีนและไทย เกิดขึ้นได้จริงๆ ก็เพราะมีประวัติศาสตร์แบบนั้นมาก่อน ถึงจะเกิดการพบกันที่น่าอัศจรรย์แบบนี้ได้ แน่นอนว่าในนี้มีการข้ามพรมแดนประเทศด้วย มันคือความรู้สึกระหว่างญาติพี่น้อง และก็มีความรู้สึกแบบมิตรภาพระหว่างสองประเทศด้วย ความรู้สึกที่เราอยากถ่ายทอดอยู่ใน "จดหมายรัก" นี้ มันเป็นความรู้สึกที่หลากหลายมาก ไม่ใช่แค่ความผูกพันในครอบครัว แต่ยังมีความรู้สึกแบบมิตรภาพระหว่างสองประเทศด้วย มีความรู้สึกมากมายจริงๆ ดังนั้นการพบกันของหญิงชราสองคนนี้ ผมคิดว่ามันเป็นภาพที่งดงามและเป็นความรู้สึกสากลของมนุษยชาติจริงๆ ครับ”

เทคโนโลยีเปลี่ยนวิธีสื่อสาร แต่ฆ่าความผูกพันของมนุษย์ไม่ได้

“ผมคิดว่าความรู้สึกเรื่องน้ำใจและคุณธรรมจะไม่หายไปพร้อมกับการพัฒนาของเทคโนโลยีมนุษย์ครับ เพราะไม่ว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาไปแค่ไหน ความรู้สึกที่เรียบง่ายที่สุดระหว่างคนกับคน ความรู้สึกที่บริสุทธิ์ ผมคิดว่ามันจะคงอยู่ตราบใดที่มนุษย์ยังมีอยู่ ผมเลยคิดว่าน้ำใจและคุณธรรมกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี มันไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่หักล้างกัน”

“แต่ผมคิดว่าการพัฒนาของเทคโนโลยีก็ส่งผลกระทบต่อวิธีการสื่อสารในความสัมพันธ์ครอบครัวในปัจจุบันจริงๆ รวมถึงในหนังของผมก็จงใจนำเสนอการเปลี่ยนแปลงแบบนี้ด้วย คือ ครั้งหนึ่งการส่งความรู้สึกความจริงใจอย่างหนึ่ง ต้องใช้เวลาหลายปี บางครั้งเพราะมีอุปสรรค กว่าจะได้รับข่าวสารก็หลายสิบปี แต่ตอนนี้การพัฒนาของเทคโนโลยีทำให้เราติดต่อกันได้ในชั่วพริบตา นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าในหนังของผมก็จงใจเปรียบเทียบไว้ด้วย แต่การเปรียบเทียบนี้ไม่ได้ต้องการจะสื่อว่าความผูกพันจะจางหายไป แต่ต้องการสื่อว่าเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป วิธีการสื่อสารของเรากำลังเปลี่ยนแปลง ผมหวังว่าผ่านหนังเรื่องนี้จะทำให้ทุกคนรู้สึกว่า เดิมทีสิ่งที่บริสุทธิ์ที่สุดของเราเป็นแบบนี้ ผมหวังว่าถึงแม้เราจะมีเทคโนโลยีมาช่วยเหลือ ความรู้สึกที่บริสุทธิ์ที่สุดของเรา มันยังคงอยู่กับเราเสมอครับ”