ทุกคนเคยเห็นภาพเจ้าหุ่นลมยักษ์ใหญ่ มีใบหน้าคล้ายหัวกะโหลกและมีดวงตาเป็นกากบาท ไปนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ตามที่สำคัญต่าง ๆ ของโลกกันไหม? วันนี้คาแรกเตอร์สุดเท่แห่งโลกศิลปะร่วมสมัยจะได้มาเที่ยวที่เมืองไทยกับเขาบ้างแล้ว และ GroundControl ก็แอบไปสัมภาษณ์เบื้องลึกเบื้องหลังงานนี้มาฝากกันด้วย
เจ้าตัวหัวกะโหลกนี้เป็นโปรเจกต์ที่สร้างปรากฏการณ์ศิลปะสาธารณะแบบใหม่ จากฝีมือของ ‘KAWS’ หรือไบรอัน ดอนเนลลี ศิลปินสตรีทอาร์ตชื่อดังชาวอเมริกัน เจ้าของคาแรกเตอร์ขวัญใจสายอาร์ตอย่าง Skully, Bendy, Chum และ Companion ซึ่งเจ้าตัวหลังสุดนี่แหละ ที่ได้ไปเยือนมาแล้วทุกที่ ตั้งแต่บนไอเทมแฟชั่น, ของสะสม, หรือเป็นหุ่นร่างยักษ์ลอยอยู่บนน้ำบ้าง บนท้องฟ้าบ้าง หรือกลางธรรมชาติสีเขียว ปลุกทุกพื้นให้เต็มไปด้วยชีวิตชีวาน่าสนุก ในโปรเจกต์ที่ชื่อ ‘KAWS: HOLIDAY’ จากความร่วมมือของศิลปินกับ AllRightsReserved (ARR)

และในวันที่ 13 - 25 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ประเทศไทยจะมี KAWS: HOLIDAY บ้างแล้ว จากความร่วมมือของกรุงเทพมหานคร, เซ็นทรัล เอ็มบาสซี, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, AllRightsReserved และพันธมิตรทุกภาคส่วน
“การที่ KAWS: HOLIDAY มาจัดแสดงที่นี่จะสร้างประโยชน์ให้กับเมืองในหลายมิติ โดยเฉพาะ ด้านเศรษฐกิจ เพราะแฟน ๆ ของ KAWS ที่เดินทางมาเยี่ยมชมงานนี้ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่ธุรกิจโรงแรม แต่รวมถึงพ่อค้าแม่ค้า คนขับแท็กซี่ และอีกหลายภาคส่วน นอกจากนี้ ประชาชนในกรุงเทพฯ ยังได้มีโอกาสสัมผัสงานศิลปะระดับโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่เราอยากสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็น ศิลปินไทยหรือศิลปินต่างชาติ เพราะเราเชื่อว่าศิลปะสามารถสร้างแรงบันดาลใจและทำให้เมืองนี้มีชีวิตชีวายิ่งขึ้น” ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกล่าว
ใกล้สิ้นสุดการรอคอยแสนยาวนานแล้ว เราเองก็แทบจะทนไม่ไหว อยากเห็นน้อง Companion ตัวจริงอีกไม่กี่เดิือนข้างหน้า ส่วนตอนนี้ มาอ่านบทสัมภาษณ์เส้นทางการพา KAWS มาไทยของทุก ๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกันก่อน

ตำนานศิลปะสำหรับวันพักผ่อน จากเจ้าพ่อสตรีทอาร์ทที่ทุกคนหลงรัก
คงไม่มีใครจะแนะนำให้เรารู้จัก KAWS ได้ดีไปกว่า AllRightsReserved อีกแล้ว เพราะพวกเขานี่แหละคือผู้พา KAWS ไป ‘พักผ่อน’ มาแล้วทุกที่ “AllRightsReserved ได้ร่วมงานกับ KAWS ตั้งแต่โปรเจกต์ KAWS: HOLIDAY ในปี 2018 ซึ่งนิทรรศการนี้ได้เดินทางไปยังหลายเมืองและหลายประเทศ เราดีใจมากที่ได้นำงานมาแสดงอีกครั้ง เราเคยร่วมงานกับ Central Embassy เพื่อนำ KAWS Companion (งานประติมากรรม) มาที่ไทยในปี 2016 ผ่านไปเกือบ 10 ปีแล้ว และตอนนี้เรากลับมาพร้อมกับ KAWS: HOLIDAY อีกครั้ง เราตื่นเต้นมากที่ได้นำงานนี้กลับมาสู่ประเทศไทย” พอร์ช่า โซ ผู้อำนวยการ AllRightsReserved เล่า
“Holiday (วันพักผ่อน) ของคุณไม่เคยหยุดนิ่งใช่ไหม? ทุกครั้งที่มี Holiday คุณก็มักจะวางแผนเดินทางไปที่ไหนสักแห่งเพื่อค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ลองนึกย้อนกลับไปช่วงโควิด เราไม่สามารถเดินทางได้ แต่เราส่ง KAWS: HOLIDAY ขึ้นไปในอวกาศ หรือช่วงที่การเดินทางถูกจำกัด เราก็มี KAWS: HOLIDAY บนบอลลูนลมร้อน ให้มันได้เดินทางแทนเรา เราส่ง KAWS ไปยังสถานที่ต่าง ๆ และให้นักบินท้องถิ่นเป็นคนพาไป ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า KAWS: HOLIDAY ไม่มีขีดจำกัด”
และก็เช่นเดียวกับนักเดินทางหลาย ๆ คน ที่ตัวตนของเราเปลี่ยนไปตามสถานที่ต่าง ๆ ที่ไป แต่ก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์ส่วนตัวไว้ด้วยเหมือนกัน

“KAWS: HOLIDAY เริ่มต้นจากการพูดคุยเล่น ๆ ว่า ทำไมเราไม่สร้างอะไรบางอย่างร่วมกัน และจากจุดนั้น โปรเจกต์นี้ก็เกิดขึ้นในปี 2018 หลังจากนั้น เราเลือกสถานที่สำคัญระดับโลกหลายแห่งร่วมกับเขา ซึ่ง KAWS เองก็จะออกแบบโพสท่าของ Companion ให้เข้ากับวัฒนธรรมและสถานที่นั้น ๆ ทุกครั้ง KAWS: HOLIDAY แต่ละแห่งจึงมีเอกลักษณ์ของตัวเอง แม้ว่า Companion จะเป็นสัญลักษณ์ที่ทุกคนจดจำได้ แต่ทุกครั้งที่จัดแสดงก็จะมีองค์ประกอบใหม่ที่สะท้อนถึงสถานที่และวัฒนธรรมของเมืองนั้น ๆ” พอร์ช่า โซ กล่าว
“ผมจำได้ว่าสมัยอยู่ที่อเมริกา KAWS เคยดึงโปสเตอร์จากป้ายรถเมล์ออกมา เพ้นต์ทับ แล้วใส่กลับเข้าไปใหม่ ซึ่งผมคิดว่านั่นเป็นอะไรที่ เท่มากและน่าสนใจ เพราะมันสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนทั่วไปโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว คนที่เดินผ่านไปผ่านมาแล้วเจอสิ่งใหม่ ๆ ในสถานที่เดิม มันกลายเป็นแรงบันดาลใจที่ผมสัมผัสได้ตั้งแต่เด็ก” บรม พิจารณ์จิตร กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เล่าความผูกพันส่วนตัวของเขากับ KAWS
“พอมาถึงวันนี้ที่มีโอกาสได้ร่วมทำ KAWS: HOLIDAY Thailand รวมถึงโปรเจกต์ BFF ในปี 2016 กับ Central Embassy มันเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมาก เพราะสำหรับเราเซ็นทรัลเอ็มบาสซีไม่ได้เป็นแค่ศูนย์การค้า แต่เรายังเชื่อในบทบาทของเราในการสร้างสรรค์สิ่งที่มีความหมายให้กับกรุงเทพฯ และประเทศไทย เราอยากช่วยผลักดัน Urban Culture (วัฒนธรรมแบบเมือง) ให้ก้าวไปข้างหน้า ให้เกิดแรงบันดาลใจใหม่ ๆ และผมเชื่อว่า ศิลปะเป็นสื่อกลางที่สำคัญมากในการเชื่อมโยงเรากับวัฒนธรรมเมือง พอ ARR ติดต่อมาว่าอยากทำ KAWS: HOLIDAY Thailand เราก็ตื่นเต้นมาก เพราะมันผ่านไป เกือบ 10 ปีแล้ว นับจากครั้งแรกที่เรานำ KAWS มาที่ไทย ไม่เพียงแค่จังหวะเวลาที่เหมาะสม แต่วงการศิลปะในไทยก็เติบโตขึ้นมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การนำ ศิลปะสาธารณะ มาจัดแสดงในโลเคชันที่เป็นไอคอนิกของเมืองเป็นอะไรที่ทั้งสนุกและน่าตื่นเต้นสำหรับทุกคน”

เจ้า Companion ในเมืองไทยจะเป็นอย่างไร?
“กรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ถ้าพูดถึง ‘Holiday’ หลายคนต้องนึกถึงที่นี่เป็นหนึ่งในสามตัวเลือกแรก และสำหรับศิลปินเอง เขาก็คิดถึงการนำผลงานมาจัดแสดงในเอเชียมาโดยตลอด ประเทศไทยเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เขาอยากมาเสมอ เพียงแค่รอเวลาที่เหมาะสม และตอนนี้เวลานั้นก็มาถึง” พอร์ช่า โซ กล่าว “กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีทั้งสถานที่สำคัญระดับโลกและมรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกสถานที่สำหรับงานศิลปะสาธารณะ เพื่อให้สามารถสร้างประสบการณ์และแรงบันดาลใจให้กับผู้คนในเมืองหรือประเทศนั้น ๆ”
บรม พิจารณ์จิตร ได้แอบใบ้สถานที่ที่ KAWS จะไปเยือนไว้นิดหนึ่งว่า “หนึ่งในความท้าทายที่ผมลืมพูดถึงไปก็คือ การเลือกสถานที่ที่สามารถเป็นตัวแทนของประเทศไทยได้อย่างแท้จริง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของโปรเจกต์นี้ ถ้าจะให้ใบ้เล็ก ๆ ก็ขอแอบสปอยล์นิดหน่อยว่า สถานที่นี้จะต้องสะท้อนความเป็นประเทศไทยได้อย่างชัดเจน”

“เราพยายามคิดอย่างสร้างสรรค์ และทำให้ทุกอย่างเชื่อมโยงกับบริบทของประเทศไทย เราอยากร่วมงานกับ ศิลปินไทยและนักสร้างสรรค์ท้องถิ่น เพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่พิเศษจริง ๆ 13 วันของ KAWS: HOLIDAY ในไทย จะเต็มไปด้วยการมีส่วนร่วม การผ่อนคลาย การร่วมมือกัน และการสร้างบทสนทนาใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นผ่าน ของที่ระลึก งานศิลปะ หรือกิจกรรมพิเศษที่ออกแบบมาโดยเฉพาะรอบ ๆ งานติดตั้งครั้งนี้ เราหวังว่าทุกคนจะตื่นเต้นและชอบมันจริง ๆ”
“แน่นอนว่าในทุกโปรเจกต์ย่อมมีความท้าทายของตัวเอง แต่ด้วยขนาดของ KAWS: HOLIDAY ที่ยิ่งใหญ่ เราจึงต้องคิดว่าเราจะนำเสนอทุกอย่างที่โปรเจกต์นี้สื่อถึงได้อย่างไรในบริบทของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม เรามองว่าทุกความท้าทายเป็นสิ่งที่สามารถก้าวข้ามไปได้ ตั้งแต่การเลือกสถานที่ ไปจนถึงการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ต่างๆ ทั้งในส่วนของการติดตั้งและการจัดงาน เราเชื่อว่าทุกองค์ประกอบของโปรเจกต์นี้มีความท้าทายในแบบของตัวเอง และเราพร้อมที่จะรับมือกับมันทั้งหมด” เต้ บรม พิจารณ์จิตร กล่าว

ภาพ KAWS:HOLIDAY ที่อินโดนิเซีย จาก AllRightsReserved
ศิลปะแห่งชีวิตคนเมือง
การมาเยือนไทยครั้งนี้ของ KAWS จะยิ่งส่งผลดีต่อระบบนิเวศศิลปะเมืองไทยด้วย สำหรับบรม พิจารณ์จิตร “การที่ KAWS เลือกมาจัดงานที่ประเทศไทย ถือเป็นก้าวสำคัญ เพราะมันช่วยดึงความสนใจจากทั่วโลกมาที่นี่ แค่วันนี้ที่ KAWS โพสต์เกี่ยวกับโปรเจกต์นี้ วงการศิลปะก็ตื่นตัวกันแล้ว”
“การที่ศิลปินระดับโลกอย่าง KAWS เข้ามา ไม่เพียงแต่เพิ่มมิติให้กับวงการศิลปะไทย แต่ยังช่วยเสริมสิ่งที่เรากำลังสร้าง เราหวังว่าสิ่งนี้จะส่งผลดีต่อโลกศิลปะในประเทศไทย และช่วยให้วงการศิลปะที่นี่เติบโตและเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติมากขึ้น”
“เซ็นทรัลเอ็มบาสซีเป็นศูนย์การค้า แน่นอนว่าการบริโภค (consumption) เป็นสิ่งสำคัญ แต่เราก็พยายามสร้าง พื้นที่ที่ให้ผู้คนมารู้สึกผ่อนคลาย ไม่ว่าจะเป็นผ่านการรับประทานอาหารหรือการช้อปปิ้ง ซึ่งความสุข (pleasure) สามารถมาในหลายรูปแบบ แฟชั่นเป็นส่วนสำคัญของสิ่งนี้ เพราะการซื้อเสื้อผ้าและแต่งตัวเป็น รูปแบบหนึ่งของการแสดงออกตัวตน (self-expression) แต่เหนือไปกว่านั้น เรามองว่า ศิลปะและแฟชั่นสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว และมีอิทธิพลต่อโลกของเรา”
“ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เราเปิดศูนย์การค้า เราได้จัด โครงการศิลปะอย่างต่อเนื่อง เพราะเราเชื่อว่า ศิลปะเป็นสื่อกลางที่สมบูรณ์แบบในการเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมเมือง เรามุ่งเน้นไปที่ 3 องค์ประกอบหลัก: แฟชั่น ศิลปะ และดนตรี ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทุ่มเทและให้ความสำคัญมาโดยตลอด”
“เราร่วมงานกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บ่อยมาก เพราะเราเชื่อมั่นในคุณภาพของโปรเจกต์ที่เราทำ และบางครั้งการสื่อสารเพียงลำพังอาจยังไม่เพียงพอ อีกสิ่งหนึ่งที่เรายึดถือคือ การมีส่วนร่วมและตอบแทนสังคม ซึ่งสามารถทำได้หลายรูปแบบ สำหรับวันนี้ สิ่งที่เราพูดถึงคือ การสร้างแรงบันดาลใจและการให้ความรู้” เขากล่าว