คุยกับ ‘เกาะเต่าซัง’ ศิลปินญี่ปุ่นผู้วาดสไลม์ใสบนใบหน้า ว่าด้วยปรัชญาศิลปะแห่งการนอนลอยอยู่กลางทะเล

Post on 22 July 2026

ถ้าเรียกศิลปินสาวญี่ปุ่นคนนี้ว่า Kotao Tomozawa คนไทยอาจต้องใช้ความพยายามสักนิดในการอ่านชื่อเธอ แต่ที่จริงเธอคือ ‘เกาะเต่าซัง’ นักวาดเจ้าของภาพ ‘สไลม์’ เหลว ๆ ใส ๆ ที่เคลือบและไหลอยู่บนหน้าที่เธอวาดตัวเอง

ก่อนที่ Kotao Tomozawa จะเกิด (และแน่นอนก่อนที่วงการศิลปะจะจับตามองเทคนิคสีน้ำมันอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอ) พ่อแม่ของเธอเดินทางไปเที่ยวกันที่เกาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในภาคใต้ของไทย และประทับใจจนนำชื่อมาตั้งเป็นชื่อลูกสาว ผู้ซึ่งคราวนี้กำลังจะมีนิทรรศการเดี่ยวเป็นครั้งแรกในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในชื่อ "Too Much Heaven" ที่ CURU GALLERY

"ตอนที่ลอยตัวอยู่ในทะเลมองแสงแดดไปเรื่อย ๆ ร่างกายเหมือนละลายกระจายออกไปทั้งหมด ไม่มีทิศทางบนล่างซ้ายขวาอีกต่อไป มีเพียงความอบอุ่นที่ละลายและลอยอยู่ เมื่อรับแสงแดดอย่างเต็มที่ บางครั้งจู่ ๆ ก็รู้สึกขึ้นมาเองโดยไม่ใช้คำพูด รู้สึกว่าดีจังที่ได้มีชีวิตอยู่ หรือดีจังที่ได้เกิดมา" เธอเล่าถึงความทรงจำกับแสงแดดที่ภูเก็ต ประสบการณ์ที่คงอธิบายความรู้สึกของคำว่า ‘Too Much Heaven’ ได้มากกว่าคำอธิบายอะไรตรง ๆ

CURU GALLERY นำเสนอ "Too Much Heaven" นิทรรศการเดี่ยวผลงานใหม่โดยโคทาโอะ โทโมซาวะ จิตรกรชาวญี่ปุ่นที่ผลงานของเธอได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ นิทรรศการครั้งนี้ถือเป็นการจัดแสดงเดี่ยวครั้งแรกของโคทาโอะในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย "Too Much Heaven" นำเสนอผลงานภาพวาดชุดใหม่ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อนิทรรศการนี้โดยเฉพาะ

Kotao Tomozawa เป็นที่รู้จักจากภาพวาดบุคคลที่ห่อหุ้มด้วยสไลม์ ภาพวาดของเธอสำรวจความรู้สึกของการมีชีวิตอยู่และการดำรงอยู่ทางกายภาพของร่างกาย หลังจากการพำนักอยู่ในกรุงเทพฯ คู่ขนานไปกับการจัดแสดง เธอสร้างสรรค์ผลงานขนาดใหญ่หนึ่งชิ้นเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน
สไลม์ของเธอไม่ได้เผยความหมายออกมาตรง ๆ ดังการปิดทับหรือควบคุม ใบหน้าที่เธอวาดตัวเองในภาพดูเหมือนจะบรรจุความหมายอันลึกซึ้งเหล่านั้นเอาไว้เอง

"สไลม์ไม่มีรูปทรงตายตัว รูปร่างของมันเปลี่ยนไปได้ทุกวินาที มันจึงไม่มีคำตอบที่ถูกต้องตายตัวในการวาด ทำให้ปลดปล่อยตัวเองได้โดยไม่ต้องควบคุมมากเกินไป วาดไปโดยไม่ต้องคิดอะไร แค่รู้สึกว่าสีนี้สวย สีนี้สวย เหมือนเล่นสนุกอยู่" เธอเล่าถึงองค์ประกอบหลักหนึ่งในภาพของเธอที่ทุกคนจดจำ

ในบทสนทนากับ GROUNDCONTROL เกาะเต่าซังเผยแนวคิดเบื้องหลังเกี่ยวกับการวาดภาพที่ที่จริงแล้วเกี่ยวข้องกับการ “สัมผัส” ผ่านร่างกายมาก ๆ และเล่าไปถึงการสัมผัสกับงานศิลปะตามสัญชาตญาณ วิธีการที่เราอยากชวนให้ทุกคนมาลองใช้ในการเดินชมนิทรรศการของเธอ

การจดจำผ่านผิวหนัง

เอกลักษณ์ที่ทำให้ Kotao เป็นที่จับตามองทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ คือภาพวาดสีน้ำมัน ที่เธอวาดภาพคนถูกเคลือบด้วยสไลม์ พื้นผิวเยิ้มลื่นที่ดูเหมือนกำลังละลายไหลอยู่ตลอดเวลา แต่ก่อนที่มันจะเป็นลายเซ็นของเธอ มันเคยเป็นความผิดพลาดที่ครูสอนศิลปะตอนมัธยมต้นเคยตำหนิ

"ตอนนั้นครูบอกว่ามันดูไม่เป็นภาพสเก็ตช์ที่ถูกต้อง ทุกอย่างดูละลายไปหมด" เธอเล่าถึงนิสัยการวาดที่ติดตัวมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เส้นที่ควรจะแน่นอนกลับลื่นไหลทุกครั้งที่จับดินสอหรือดินน้ำมัน จนกลายเป็นสิ่งที่เธอเรียกเองว่า "ความรู้สึกแบบ Kotao"

จุดเปลี่ยนคือการค้นพบว่าสไลม์ไม่มีรูปทรงตายตัว ไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิดในการวาด "พอเริ่มวาดสไลม์แล้ว ไม่เคยลังเลอีกเลยแม้แต่วินาทีเดียว วาดไปอย่างมีความสุข" เธอบอก หลังจากครุ่นคิดเกี่ยวกับการวาดภาพมาหลายปี

ความหลงใหลนี้ย้อนกลับไปได้ถึงวัยเด็ก ตอนที่เธอเล่นสไลม์จนมือแดงดำ สาดใส่กันบนเตียงสองชั้น และแอบชิมด้วยสัญชาตญาณทั้งที่รู้ว่าไม่ควรทำ "การเคลื่อนไหวที่คาดเดาไม่ได้ ความรู้สึกที่ผิวหนังสัมผัสกับสไลม์แนบชิดกับร่างกาย" คือสิ่งที่เธอชอบมาตั้งแต่ตอนนั้น และยังคงเป็นแก่นของงานเธอจนถึงวันนี้

ประเทศไทยมีสีอะไร?

สำหรับโคทาโอะ ไทยกับญี่ปุ่นให้ความรู้สึกที่ตัดกันชัดเจน "โตเกียวให้ความรู้สึกเทาๆ เป็นเส้นตรงและมีความเศร้าปนอยู่" เธอเปรียบเทียบ ในขณะที่เดินอยู่ในกรุงเทพฯ แสงที่สะท้อนเข้าตาให้ความรู้สึกออกเป็นสีชมพู ท้องฟ้าและสีหน้าผู้คนดูกลมและเบ่งบานกระจายออก แมวข้างทางเข้ามาคลอเคลียโดยไม่มีเหตุผล และช่วงเวลาเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้เองที่มอบสีสันใหม่ให้กับเธอทุกครั้งที่มา
เธอเล่าว่าเวลาวาดภาพในไทย ฝีแปรงของเธอจะนุ่มนวลขึ้นเองตามธรรมชาติ สีแดง เขียว น้ำเงิน ซึ่งเป็นสีพื้นฐานธรรมดา กลับดูสดใสมีชีวิตชีวาขึ้นทุกวันที่ได้เห็น

เธอสังเกตว่าเมื่อแสงกระทบวัตถุอย่างเต็มที่ มันจะแตกออกเป็นเจ็ดสีเหมือนผ่านปริซึม และตรงรอยต่อระหว่างวัตถุกับพื้นที่ว่างนั้นเองที่สีสันมากมายกระจายออกมาอย่างลึกลับงดงาม สำหรับเธอ ไทยคือประเทศที่มองไปทางไหนก็ไม่รู้จักเบื่อ ไม่ว่าจะเป็นสายไฟที่ขดไปมา หมาแมวข้างถนนที่ดูเหมือนหลอมละลายไปกับพื้น ทุกอย่างถูกแสงแดดส่องกระทบจนดูพิเศษไปหมด

ความรู้สึกนี้ตกผลึกออกมาชัดเจนในที่สุดตอนที่เธอไปอยู่ที่ภูเก็ต "การได้ลอยตัวอยู่ในทะเลมองแสงแดดไปเรื่อยๆ ทำให้ร่างกายเหมือนละลายกระจายออกไปทั้งหมด ไม่มีทิศทางบนล่างซ้ายขวาอีกต่อไป" เธอเล่าถึงช่วงเวลาที่ความรู้สึกดีจังที่ได้มีชีวิตอยู่ผุดขึ้นมาเองโดยไม่ผ่านคำพูด ประสบการณ์นั้นกลายเป็นแรงบันดาลใจโดยตรงให้กับผลงานชุดนี้ เธออยากให้คนดูได้ “สัมผัสผ่านผิวหนังก่อนที่จะคิด” ให้อารมณ์เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเหมือนที่เธอเคยรู้สึกตอนลอยอยู่กลางทะเล

ปฏิกิริยาจากสัญชาติญาณ

หากย้อนไปหาจุดกำเนิดของการมองงานศิลปะแบบที่เธอเป็นอยู่ทุกวันนี้ ต้องย้อนไปถึงวันที่เธอเปิดหนังสือภาพวาดของฟรานซิส เบคอนในห้องสมุดตอนยังเด็ก และรีบปิดมันทันทีด้วยความกลัว แต่ไม่นานหลังจากนั้นเธอก็อดใจไม่ไหวที่จะเปิดดูอีกครั้ง

"เป็นความรู้สึกที่มาจากส่วนลึกของร่างกายโดยสัญชาตญาณ ไม่ใช่การเปิดดูแล้วคิด แต่เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทันที" เธออธิบายถึงความรู้สึกวันนั้น เหมือนมีใครมาสัมผัสลูกตาของตัวเองโดยตรง ไม่ต้องคิดว่าทำไมถึงงาม แต่มันงามอยู่แล้วในตัวมันเอง นั่นกลายเป็นเป้าหมายที่เธอตั้งไว้ตั้งแต่วันนั้น อยากวาดภาพที่ให้แรงกระแทกแบบเดียวกันนี้กับคนดู

ช่วงมัธยมปลายสายศิลป์ เธอศึกษาสีของเบคอนอย่างจริงจัง สีที่แทงลึกเข้าไปในระบบประสาทของคนดูโดยตรง เธอยังชื่นชอบผลงานของศิลปินญี่ปุ่นนามว่าฮานาวะ ซึ่งเธอมองว่าให้แรงกระแทกต่อร่างกายในแบบเดียวกับเบคอน

เธอเล่าว่าตัวเองไม่ค่อยสนใจเรื่องแฟนตาซีมาตั้งแต่เด็ก แต่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นจริงและตัวเองสามารถสัมผัสได้ด้วยตาตัวเอง แต่การได้เห็นว่าศิลปินอย่างเบคอนและฮานาวะสามารถสร้างความรู้สึกสัมผัสจริงแบบนั้นผ่านงานศิลปะได้ ทำให้เธอรู้ว่ามันเป็นไปได้ แม้จะยังห่างไกลจากเป้าหมายนั้นมาก การใช้ผิวหนังและสไลม์เป็นวัสดุคือก้าวแรกของเธอสู่จุดนั้น

บทสนทนากับกรุงเทพฯ

สำหรับนิทรรศการ "Too Much Heaven" โคทาโอะได้พำนักอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นเวลาหนึ่งเดือนเพื่อสร้างผลงานขนาดใหญ่ชิ้นพิเศษที่วาดขึ้นในสถานที่จริง และจะกลายเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของนิทรรศการครั้งนี้

เธอเคยไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะในไทยหลายแห่ง และสัมผัสได้ถึงพลังทางภาพที่รุนแรง สีสันที่สดใสเข้มข้น ทำให้เธอรู้สึกว่าผู้ชมในไทยน่าจะเปิดรับสิ่งเหล่านี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และนั่นทำให้เธอกล้าที่จะแสดงออกถึงตัวตนของตัวเองอย่างตรงไปตรงมามากขึ้นในผลงานชุดนี้
จากเกาะเล็กๆ ที่พ่อแม่เธอหลงรักก่อนที่เธอจะเกิด สู่ทะเลภูเก็ตที่ให้เธอสัมผัสความรู้สึกว่าดีจังที่ได้มีชีวิตอยู่ และมาถึง CURU Gallery ในกรุงเทพฯ ที่จะแขวนภาพวาดผิวหนังเยิ้มสไลม์ของเธอเป็นครั้งแรกในไทย ดูเหมือนว่าชื่อที่พ่อแม่เธอตั้งไว้เมื่อหลายสิบปีก่อนกำลังพาเธอกลับมาสร้างบทสนทนาใหม่แล้วในตอนนี้

นิทรรศการ Too Much Heaven
โดยศิลปิน Kotao Tomozawa
ภัณฑารักษ์: SUNNYES
สถานที่: CURU GALLERY (ใน WAREHOUSE 30)
จัดแสดงวันที่: 24 กรกฎาคม – 6 กันยายน 2569