หลบบ้านไปคุยกับ ‘กริยา บิลยะลา’ ผู้อยู่เบื้องหลังงานเทศกาลออกแบบปักษ์ใต้ Pakk Taii Design Week 2025

Post on 31 August 2025

“เวลาเราเครียด คิดอะไรไม่ออกให้ลองปิดตา แล้วจินตนาการว่าไปนั่งดูทะเลโง่ ๆ อย่างทะเลใต้มันดีจริง ๆ นะ ทะเลบ้านเรามันสวยจริง ๆ แล้วถ้าเกิดอยากกินอาหารอร่อยที่นี่ก็มีอาหารอร่อยรสชาติแซ่บ หรือถ้าอยากปลดปล่อยตัวเองก็ลองไปปีนผา อยากไปมูเตลูเราก็มีนครศรีธรรมราช ถ้าอยากไปปาร์ตี้สุดโต่งก็ยังมีเกาะพะงัน ทุกอย่างมันตอบโจทย์หัวใจของคนได้หมดเลยในแง่ที่จะช่วยสร้างความสบายใจ”

ยังไม่ทันเดินทางถึงสงขลา เราก็ถูก เลิฟ-กริยา บิลยะลา หนึ่งในคิวเรเตอร์และโปรเจกต์เมเนจเมนต์ ของงานเทศกาลออกแบบปักษ์ใต้หรือ Pakk Taii Design Week 2025 ฮาร์ดเซลล์แบบจัดเต็ม ทั้งที่นี่ไม่ใช่ประโยคขายของ ไม่ใช่การขายตรง แต่คือการชวนให้เราได้นึกถึงบรรยากาศความผ่อนคลายที่จะได้เห็นทั้งหมดในงานปักษ์ใต้ดีไซน์วีคที่จัดขึ้นที่จังหวัดสงขลาและอำเภอหาดใหญ่ในปีนี้

Pakk Taii Design Week 2025 คืองานเทศกาลออกแบบปักษ์ใต้ที่จัดต่อเนื่องกันมาถึงปีที่สาม โดยในปีนี้จัดแสดงระหว่างวันที่ 28 ส.ค. - 7 ก.ย. 68 ครอบคลุมพื้นที่ในเมืองเก่าสงขลาและหาดใหญ่ ภายใต้ธีม ‘South Paradise มาใต้ บายใจให้ถึงหวัน’ ความหรอยแรงในปีนี้ ต้องบอกเลยว่าพิเศษและเข้มข้นกว่าปีที่ผ่านมา เพราะเขาได้ขนทัพพี่น้องนักออกแบบ ศิลปินหน้าเก่า และหน้าใหม่ มาแสดงพลังความครีเอทีฟและโชว์ของกันแบบจัดเต็ม

และด้วยความน่าสนใจของงานในครั้งนี้ เราเลยนัดพูดคุยกับหนึ่งในคิวเรเตอร์ของงาน Pakk Taii Design Week 2025 เพื่อเจาะลึกถึงคอนเซปต์ วิธีการทำงานตั้งแต่ต้นจนจบในโปรเจกต์นี้ และสิ่งที่ทุกคนจะได้รับเมื่อมาเดินเล่นเสพงานอาร์ตที่สงขลาตลอด 11 วัน ถ้าพร้อมแล้วก็มาปล่อยจอย ปล่อยใจและลงใต้ไปสัมผัสเสน่ห์เมืองเท่ ๆ พร้อมกับไกด์ของเรากัน

เลิฟ-กริยา บิลยะลา หนึ่งในคิวเรเตอร์และคนที่ดูแลภาพรวมใหญ่ เป็นทีมกลางในการคิดคอนเซปต์ และทำให้ทุกคนเป็นภาพความเป็นไปได้ร่วมกัน ซึ่งก่อนที่เลิฟจะกระโดดลงมาดูแลงาน Pakk Taii Design Week ปีนี้อย่างจริงจังแล้ว เขายังเคยมีโอกาสได้ร่วมทำงานในโปรเจกต์อื่น ๆ เกี่ยวกับการพัฒนาเมือง,ชุมชนที่สงขลามาด้วย ไม่ว่าจะเป็นโปรเจกต์ Portrait of Songkhla ที่เรื่องเล่าย่านเมืองเก่าสงขลาผ่านภาพถ่ายชาวสงขลา, Made in Songkhla โปรเจกต์ที่นำร้านเก่าแก่ในเมืองเก่าสงขลามาปรับโฉมใหม่ให้ไฉไลกว่าเดิม

รวมถึงงานใหญ่ของจังหวัดสงขลาอย่าง Pakk Taii Design Week ที่จัดโดย CEA สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในปีที่ 1 2 และ 3 ที่จัดขึ้นอยู่ตอนนี้ เลิฟก็เป็นส่วนหนึ่งในกำลังหลักของงานครั้งนี้ด้วยเช่นกัน เขาสปอยล์เราว่าปีนี้ชงเข้ม (แบบชาใต้) จัดเต็มความสร้างสรรค์กว่าเดิม เพราะเขาได้ขยายความร่วมมือกับ 14 จังหวัดของภาคใต้ เพื่อแสดงศักยภาพของทั้งภูมิภาค และเพื่อเตรียมตัวสำหรับการเปิด TCDC ที่สงขลาภายในต้นปีหน้าด้วย

“จุดเริ่มต้นของปีนี้ มันเริ่มจากการที่เราคุยกับทาง CEA ก่อนว่าเขามีโจทย์แบบไหน ปีที่ 3 แล้ว เราจะไม่ได้สื่อสารเรื่องเดิมแล้ว ซึ่งประเด็นที่เราได้มันมาจาก 3 เรื่องหลัก ๆ คือ หนึ่งปัญหาความวิกฤตทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม สิ่งแวดล้อม และการมาของเอไอ (Artificial Intelligence) สองคือความต้องการของคน ทั้งเรื่องความสบายใจ การปลดปล่อย และพักผ่อน สุดท้ายคือเรื่องศักยภาพของภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัด เพราะเราเห็นว่าภาคใต้ตอบโจทย์เรื่องการพักผ่อนได้ดีมาก ๆ เลยนึกถึงคำว่าเศรษฐกิจแห่งความผ่อนคลาย ความสบายใจ”

หลังจากได้คอนเซปต์มาแล้วว่าจะเล่าถึงอะไร ต่อไปคือการทำสิ่งเหล่านี้ให้กลายเป็นภาพที่ทุกคนเห็นและเข้าใจร่วมกัน จากนั้นจึงจะเริ่มทำบรีฟเพื่อส่งต่อให้กับนักออกแบบ ศิลปิน และผู้เกี่ยวข้องทั้ง 14 จังหวัด “เพื่อให้ทุกคนไม่ไทม์ไลน์ที่ไฟไหม้ เราก็จะเริ่มวางแผนเรื่องการจัดหาทีม งบประมาณ ลงพื้นที่คุยกับจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งทุกอย่างต้องอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงที่สุดครับ อันนี้แค่ในส่วนบริหารจัดการที่มันจะมีมาเรื่อย ๆ”

“การคัดเลือกผู้จัดแสดงทั้ง 14 จังหวัด เราจะคัดเลือกให้สอดคล้องกับประเด็นหลักที่เราอยากจะสื่อสาร ซึ่งแต่ละจังหวัดเขาก็มีจุดโฟกัสที่ต่างกัน อย่างยะลาเน้นเรื่องแฟชั่น เด่นเรื่องผ้า ซึ่งมันก็คือศิลปะที่เน้นความผ่อนคลายอย่างหนึ่ง พังงาเองก็เน้นเรื่องการพูดถึง การฮีลใจ จิตวิญญาณ และการเยียวยา อันนี้ก็เป็นความผ่อนคลายอีกแบบ ทุกจังหวัดเราจะเป็นคนวางกรอบให้เพื่อให้เกิดภาพเดียวกัน แต่เรื่องดีเทลข้างในนิทรรศการเราก็ให้อิสระกับศิลปิน”

แม้จะดูเป็นหน้าที่ที่ต้องจัดการกับอะไรที่หลากหลายและจิปาถะมาก ๆ จากที่ฟังเลิฟเล่า แต่ภายใต้ความเหนื่อย เรากลับมองเห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของเลิฟที่บอกเล่าให้เราเห็นผ่านสายตาของเขา “มันสนุกนะ งานนี้มันเหมือนชวนเพื่อน ชวนคนรู้จักมาทำงาน มันเหมือนงาน Expo ทุกคนทำงานภายใต้โจทย์บางอย่าง แล้วที่สำคัญคือการที่ทุกคนออกแบบให้เป็นนิทรรศการหรือว่ากิจกรรมต่าง ๆ ที่เขาถนัด”

สำหรับนิทรรศการในครั้งนี้ นอกจากที่เราจะได้สัมผัสกับศิลปะ วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของผู้คนผ่านคอนเซปต์หลักแล้ว ยังมีจุดไฮไลต์ที่ทีมคิวเรเตอร์ได้ร่วมกันออกแบบเพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ที่น่าสนใจให้กับทุกคนด้วย นั่นคือนิทรรศการ South De-stress Main Pavilion ไขกุญแจเศรษฐกิจแห่งความสบายใจ จุดเริ่มต้นของการมาเดินเล่นดูงาน Pakk Taii Design Week ปีนี้จะเริ่มที่ ลานจอดรถ ย่านเมืองเก่าสงขลา ที่ที่จะพาไปปลดล็อกความเครียดด้วยการนำเสนอทางเลือกที่จะพาทุกคนไปสู่เส้นทางแห่งความสบายใจ โดยที่เราสามารถเลือกเส้นทางการเดินจาก 4 หัวข้อหลัก คือ ความสงบ, ความผ่อนคลาย, ปลดปล่อย และไร้กังวล ส่วนวิธีการเลือกด้วยตัวเองจะเป็นอย่างไร เราแนะนำว่าให้ไปรอเซอร์ไพรส์หน้างาน จะเดินสนุกและเปิดประสบการณ์ได้ดีกว่าแน่นอน

“ศิลปะมันคืออะไรไม่จําเป็นหาความหมายหรอก แค่ให้คนที่มาดูได้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของมัน ง่ายที่สุดคือแค่ไปถ่ายรูปก็ได้ อย่างที่เคยทำโปรเจกต์ Made in Songkhla ที่ปรับเปลี่ยนโฉมร้านค้าเก่า ๆ ให้มีการออกแบบในรูปแบบใหม่ จริง ๆ มันคือเรื่องการแก้ปัญหาการออกแบบ แต่คนที่เขาเห็นเขาก็อาจจะไม่ได้มองเรื่องการออกแบบ ประเด็นของเขาคือทำให้เขาเห็นภาพ เห็นผลลัพธ์ สมมติเราไปช่วยปรับเปลี่ยนร้านเขา เขาไม่เห็นภาพหรอกว่าเราจะทำยังไง แต่สุดท้ายมันเห็นผลลัพธ์ว่าร้านเขาขายดีขึ้น มีลูกค้าเพิ่มขึ้น เพราะการออกแบบมันดีขึ้น อันนี้ในมุมของผู้ใหญ่นะ”

“สำหรับน้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา งานศิลปะแบบนี้มันเป็นแฟลตฟอร์มที่จุดประกายแล้วก็ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เขาได้ดีมาก ๆ เลยนะ มันทำให้เห็นว่างานออกแบบและศิลปะก็สามารถเกิดขึ้นในภูมิภาคได้ ไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ มันเป็นการเปิดโอกาสให้น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา และศิลปินท้องถิ่นได้แสดงฝีมือแล้วก็กลับมาพัฒนาตัวเองในพื้นที่บ้านเกิด”

งาน Pakk Taii Design Week ในปีนี้ (และที่ผ่านมา) อาจไม่ใช่แค่งานศิลปะที่โชว์ทักษะความครีเอทีฟในการออกแบบของศิลปิน นักออกแบบใน 14 จังหวัดภาคใต้เพียงมิติเดียว แต่มันคือการชวนทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมและสร้างความเข้าใจในรูปแบบใดก็ได้ที่ไม่มีใครมาบอกว่าสิ่งที่ผิด-ถูก ยาก-ง่าย ชวนทุกคนมาปลดปล่อยความเหนื่อยล้าจากการใช้ชีวิต และที่สำคัญมันคือการทำให้ทุกคนกลับมามองเห็นคุณค่า เอกลักษณ์ และความเป็นตัวตนของแต่ละจังหวัด เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างรายได้ และทำให้บ้านที่เราอยู่น่าเที่ยวมากขึ้นกว่าเดิมด้วยฝีมือของคนในพื้นที่ผ่านงานออกแบบที่สร้างสรรค์โดยไม่จำเป็นต้องเข้าใจมันให้ลึกซึ้งเลยก็ได้